Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ดราม่าบิตคอยน์คอร์ 30 จุดถกเดือด OP_Return ดันโหนด Bitcoin Knots พุ่ง 21.7% หวั่นเสี่ยง “รวมศูนย์เครือข่าย”

การถกเถียงในชุมชนบิตคอยน์(BTC) กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังการอัปเดต ‘บิตคอยน์ คอร์ 30’ ที่ทำให้การจำกัดข้อมูลในคำสั่ง OP_Return ถูกยกเลิกโดยพฤตินัย ส่งผลให้เกิดเสียงเรียกร้องให้หันกลับไปใช้ซอฟต์แวร์โหนดแบบ ‘อนุรักษ์นิยม’ เพื่อปกป้องการกระจายศูนย์ของเครือข่าย และสกัดความเสี่ยงด้านต้นทุนจัดเก็บข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้น

‘ไม่ควรทำลายคุณสมบัติของเงิน’ คือประเด็นหลักของฝ่ายคัดค้านการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

จิมมี ซง(Jimmy Song) ผู้ร่วมก่อตั้งโปรดักชันเรดี(ProductionReady) ให้สัมภาษณ์กับคอยน์เทเลกราฟ(Cointelegraph) ว่า ซอฟต์แวร์โหนดของบิตคอยน์ควรระมัดระวังอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงโค้ดครั้งใหญ่ และควรแก้ไขเฉพาะเมื่อมีการสนับสนุนจากคอมมูนิตี้ในระดับ ‘ท่วมท้น’ เท่านั้น โดยเขาย้ำว่า ‘ถ้าไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้คุณสมบัติของเงินดีขึ้นจริง ก็ไม่ควรเปลี่ยน’

ซงชี้ว่า การผ่อนคลายข้อจำกัดของ OP_Return ซึ่งเปิดทางให้บันทึก ‘ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับธุรกรรม’ ได้มากขึ้น จะทำให้ต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลของโหนดเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อค่าเก็บข้อมูลและแบนด์วิธสูงขึ้น คนทั่วไปจะรันโหนดเต็มของตัวเองได้ยากขึ้น ‘ยิ่งมีผู้ใช้บิตคอยน์ที่รักษาอธิปไตยตนเอง (self-sovereign) มากเท่าไร เครือข่ายก็ยิ่งกระจายและยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ถ้าความต้องการด้านการจัดเก็บและแบนด์วิธสูงเกินไป จำนวนคนที่ตรวจสอบด้วยตนเองจะลดลง และเครือข่ายก็จะ “รวมศูนย์” โดยพื้นฐาน’ เขากล่าว

แรงกระเพื่อมเริ่มชัดเจนหลังจากทีมพัฒนาบิตคอยน์ คอร์ปรับเปลี่ยน OP_Return ในเวอร์ชัน 30 โดยเพิ่มข้อจำกัดเดิมจาก 83 ไบต์ไปเป็น 100,000 ไบต์ การเสนอเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักบนกิตฮับ(GitHub) โดยมีการโหวตคัดค้านมากกว่าฝ่ายเห็นชอบราว 4 เท่า แต่ตัวแก้ไขก็ยังถูกนำไปใช้จริง

บิตคอยน์ คอร์ 30 เริ่มใช้งานในเดือนตุลาคม 2025 หลังการอัปเดตนี้ กระแสหันไปใช้ “โหนดทางเลือก” ก็ชัดเจนขึ้น โดยการใช้งานบิตคอยน์ นอตส์(Bitcoin Knots) ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โหนดอีกสายหนึ่งพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามข้อมูลจากคอยน์แดนซ์(CoinDance) ปัจจุบันมีโหนดบิตคอยน์ นอตส์อยู่ 4,746 โหนด คิดเป็นมากกว่า 21.7% ของทั้งเครือข่าย ขณะที่ตลอดปี 2024 สัดส่วนของนอตส์ยังไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ

ประเด็นที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่การปรับฟีเจอร์เล็กๆ แต่คือคำถามใหญ่ต่ออนาคตของบิตคอยน์(BTC) ว่าเครือข่ายจะรักษา ‘การกระจายศูนย์’ และ ‘ความสามารถในการตรวจสอบได้โดยทุกคน’ ไว้ได้มากแค่ไหน แนวคิดของซงคือ ต้องทำให้จำนวนโหนดเพิ่มขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบเครือข่ายได้ง่ายที่สุด จึงจะทำให้เครือข่ายแข็งแกร่ง

ในมุมนี้ ‘ข้อถกเถียงเรื่อง OP_Return’ กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของความตึงเครียดระหว่าง ‘การขยายขีดความสามารถของเครือข่าย’ กับ ‘การออกแบบโค้ดแบบอนุรักษ์นิยม’ การตัดสินใจเรื่องขนาดข้อมูลที่อนุญาตให้บันทึกบนเชน และต้นทุนด้านการจัดเก็บ จะส่งผลโดยตรงต่อการกระจายตัวของโหนด และโครงสร้างอำนาจในเครือข่ายบิตคอยน์ในระยะยาว

"ความคิดเห็น" สำหรับผู้สังเกตการณ์ หลายคนมองว่ากรณีนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า ชุมชนบิตคอยน์จำเป็นต้องกำหนด ‘เส้นแดง’ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า อะไรคือสิ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เพื่อรองรับการใช้งานใหม่ๆ และอะไรคือแกนหลักที่ไม่อาจแตะต้อง โดยเฉพาะเมื่อเดิมพันคือ ‘คุณสมบัติของเงิน’ และความเป็นกลางของเครือข่ายเอง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1