วีซ่า(Visa) เดินหน้ารุกตลาด ‘เอเจนต์ิก AI’ หรือระบบที่ให้อีก ‘AI เอเจนต์’ ทำหน้าที่ค้นหา เลือก และ ‘ชำระเงิน’ แทนผู้ใช้ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ ‘อินเทลลิเจนต์ คอมเมิร์ซ คอนเน็กต์(Intelligent Commerce Connect)’ ที่ออกแบบมาเพื่อให้บริษัทรวมถึงนักพัฒนา AI เข้าร่วมโลก ‘AI คอมเมิร์ซ’ ได้ง่ายขึ้น
เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) วีซ่าออกแถลงการณ์อธิบายว่า แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบให้เป็นเหมือน ‘ออนแรมป์’ ที่ไม่ยึดติดกับเครือข่าย โปรโตคอล หรือระบบ ‘โทเค็นวอลต์’ ใดเป็นพิเศษ จุดสำคัญคือการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานบัตรชำระเงินเข้ากับระบบ AI เอเจนต์ เพื่อให้ AI สามารถค้นหาสินค้า เลือกซื้อ และดำเนินการชำระเงินแทนผู้บริโภคได้ครบวงจร
วีซ่าระบุว่า เพียงเชื่อมต่อผ่าน ‘วีซ่า แอ็กเซ็ปแทนซ์ แพลตฟอร์ม(Visa Acceptance Platform)’ เพียงครั้งเดียว ระบบจะรองรับทั้งการเริ่มต้นธุรกรรม การโทเค็นไนซ์บัตร การตั้งวงเงินใช้จ่าย และฟังก์ชันยืนยันตัวตนอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังรองรับการชำระเงินด้วยบัตรที่ไม่ใช่ของวีซ่า และสามารถทำงานร่วมกับโปรโตคอลของ ‘AI เอเจนต์’ หลัก ๆ ในตลาดได้ด้วย
วีซ่าชี้ว่าแพลตฟอร์มใหม่นี้อยู่ในขั้นทดลองร่วมกับพาร์ตเนอร์บางราย และวางแผนขยายการใช้งานอย่างจริงจังในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม วีซ่าเพิ่งเปิดตัวสินค้าเชิงทดลอง ‘วีซ่า CLI’ ที่ช่วยให้ AI เอเจนต์สามารถทำรายการชำระเงินภายในวันเดียว ยืนยันท่าทีว่า ‘โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินสำหรับ AI’ กำลังกลายเป็นสมรภูมิแข่งรอบใหม่
ฝั่งเครือข่ายคริปโทเคอร์เรนซีเองก็กำลังไล่ตามทิศทางนี้เช่นกัน ทั้งอีเธอเรียม(ETH), ทรอน(TRX), โซลานา(SOL) และฟินเทคหลายราย ต่างเร่งพัฒนาให้ระบบของตนเป็น ‘ช่องทางชำระเงินออนไลน์’ สำหรับ AI เอเจนต์ โดยเฉพาะด้านดิจิทัลคอนเทนต์และบริการออนไลน์
หนึ่งในกรณีที่ถูกจับตาคือ ‘เน버มายด์(Nevermined)’ บริษัทฟินเทคด้าน AI ที่ประกาศว่าได้นำโปรโตคอล ‘x402’ ของโคอินเบส(Coinbase) มาต่อยอด เพื่อเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มใหม่ของวีซ่า ผ่านการเชื่อมต่อนี้ ผู้ใช้สามารถลงทะเบียนบัตรวีซ่าและตั้งกฎการใช้จ่ายเอาไว้ล่วงหน้า จากนั้น AI เอเจนต์จะทำการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการดิจิทัลต่าง ๆ ภายในกรอบที่เจ้าของบัตรกำหนด ส่วนฝั่งผู้ขายยังคงรับเงินผ่านกระบวนการชำระเงินแบบเดิม ไม่ต้องเปลี่ยนระบบหลังบ้าน
เอริก เร็ปเปิล(Erik Reppel) นักพัฒนาโปรโตคอล x402 อธิบายว่า x402 ถูกออกแบบให้เป็น ‘มาตรฐานเปิด’ ที่เปิดโอกาสให้ AI เอเจนต์ส่งคำขอชำระเงินแบบโปรแกรมมิงได้โดยตรง พร้อมเสริมว่า การทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานบัตรที่มีระบบความปลอดภัยสูง แสดงให้เห็นว่า ‘AI เอเจนต์’ สามารถก้าวจากงานทดลองสู่ ‘การค้าขายจริง’ ได้แล้ว
ปัจจุบัน x402 ถูกใช้ประมวลผลธุรกรรมมูลราว 24 ล้านดอลลาร์ภายในช่วง 30 วันที่ผ่านมา สะท้อนว่า ‘เอเจนต์ิก AI’ เริ่มมีบทบาทในตลาดชำระเงินจริง ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ทดลองเท่านั้น การเคลื่อนไหวของวีซ่าในครั้งนี้จึงตอกย้ำว่า ‘โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน’ อาจกลายเป็นประตูหลักของ ‘AI คอมเมิร์ซ’ ในอนาคต และจะยิ่งเร่งให้ทั้งอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีและฟินเทคต้องเร่งแข่งขันกันมากขึ้นในสนามของ AI เอเจนต์และการชำระเงินอัตโนมัติ
ความคิดเห็น 0