โทเค็น ‘เรฟ’(RAVE) ของโปรโตคอล เรฟดาโอ(RaveDAO) กลายเป็นหนึ่งในเหรียญที่ร้อนแรงที่สุดของปี หลังราคาพุ่งกว่า 6,000% ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน จุดกระแสถกเถียงเรื่อง ‘การเก็งกำไรเกินจริง’ ในตลาดคริปโตกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ท่ามกลางคำโฆษณาว่าเป็นโทเค็นที่มี ‘การใช้งานจริง’
ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาของ ‘เรฟ’(RAVE) พุ่งขึ้นอีกราว 198% ขณะที่ผลตอบแทนตลอดสัปดาห์ล่าสุดทะลุ 5,600% ราคาไต่จากบริเวณ 0.25 ดอลลาร์ขึ้นไปเหนือ 14 ดอลลาร์ภายใน 7 วัน ส่งผลให้มูลค่าตลาดพุ่งขึ้นจนสามารถทะยานเข้าสู่กลุ่มเหรียญอันดับต้นๆ ตามเกณฑ์มาร์เก็ตแคปได้ชั่วคราว ปริมาณการค้นหา การพูดถึงในโซเชียลมีเดีย และความสนใจบนกระดานเทรดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามมา
เรฟดาโอ(RaveDAO) วางตัวเป็นโปรโตคอลเว็บ3 ที่ผสมผสานวัฒนธรรม EDM (ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์) เข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยหยิบ ‘การใช้งานจริง’ มาเป็นจุดขายหลัก ทั้งระบบจำหน่ายบัตรเข้างานแบบออนเชน การชำระเงินด้วยคริปโตในงานอีเวนต์ ระบบสเตกที่ผูกกับรายได้จากงานแสดงจริง ไปจนถึงการโปรโมตความร่วมมือกับกระดานเทรดรายใหญ่ระดับโลกอย่าง ไบแนนซ์ และ OKX พร้อมทั้งอ้างถึงยอดรายได้รวมระดับหลายล้านดอลลาร์เพื่อหนุนกระแสความเชื่อมั่นของนักลงทุน คำสำคัญอย่าง ‘การใช้งานจริง’ จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลออนเชนกลับสะท้อนภาพอีกมุมหนึ่ง ปริมาณ ‘เรฟ’(RAVE) ที่หมุนเวียนในตลาดจริงมีเพียงราว 24% ของจำนวนโทเค็นทั้งหมด ส่วนใหญ่ยังคงถูกถือครองโดยไม่กี่กระเป๋า (วอลเล็ท) รายใหญ่ มีรายงานว่าแค่ 3 กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับทีมโปรเจ็กต์อาจถืออยู่ราว 90% ของโทเค็นทั้งหมด ขณะที่เมื่อนับรวมอันดับ 10 กระเป๋าแรก สัดส่วนความกระจุกตัวพุ่งขึ้นเกิน 98% โครงสร้างแบบนี้ทำให้ ‘ฟรีโฟลต’ ในตลาดบางเฉียบ และผลักดันให้ความผันผวนของราคาเพิ่มสูงอย่างผิดปกติ
ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ยังมีเบาะแสว่ากระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็กต์ได้ย้ายโทเค็น ‘เรฟ’(RAVE) จำนวนหลายล้านเหรียญไปยังกระดานเทรดในช่วงที่ราคายังต่ำกว่า 0.50 ดอลลาร์ จากนั้นภายในไม่กี่ชั่วโมง ปริมาณการซื้อขายก็ระเบิดขึ้นแบบก้าวกระโดด มูลค่ามิเปิดสถานะในตลาดอนุพันธ์ (Open Interest) ทะลุ 200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.96 แสนล้านวอน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายรายวันพุ่งขึ้นใกล้เคียงกับมูลค่าตลาดรวมของโทเค็น
ในจังหวะเดียวกัน มีรายงานว่าตลาดเต็มไปด้วยสถานะ ‘ชอร์ต’ ที่เดิมพันว่าราคาจะลง เมื่อราคา ‘เรฟ’(RAVE) ดีดแรงสวนทาง ตลาดเริ่มเห็นการล้างพอร์ตชอร์ต (Forced Liquidation) แบบต่อเนื่อง มูลค่าหลายล้านดอลลาร์หายไปจากฝั่งเดิมพันขาลงภายในวันเดียว กลไก ‘ชอร์ตสควีซ’ ผสมกับสภาพคล่องที่บาง ทำให้ราคาเคลื่อนไหวขึ้นอย่างรุนแรงเกินกว่าที่ ‘ความต้องการซื้อจริง’ จะอธิบายได้ เกิดเป็นการขึ้นแบบ ‘ตัวเองหนุนตัวเอง’ ที่ถูกขับเคลื่อนโดยโครงสร้างตลาดมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน
ในมุมมองของผู้เล่นจำนวนมาก กระแสพุ่งแรงของ ‘เรฟ’(RAVE) ไม่ได้ถูกมองว่าเป็น ‘สัญญาณฟื้นตัว’ ของตลาดคริปโตภาพใหญ่ แต่สะท้อนว่าฟองสบู่เชิง ‘การเก็งกำไร’ ยังคงมีน้ำหนักสูง ท่ามกลางบรรยากาศที่โปรเจ็กต์อื่นเพิ่งเผชิญกรณีแฮ็ก และดราม่าต่อเนื่อง โทเค็นเร่าร้อนตัวใหม่จึงกลายเป็นสนามเล่นของเงินร้อนมากกว่าพื้นที่ลงทุนระยะยาว
ในเชิงโครงสร้าง ราคาที่พุ่งแรงในระยะสั้นของ ‘เรฟ’(RAVE) มาจากการผสมกันของความคาดหวังเรื่อง ‘การใช้งานจริง’ โครงสร้างซัพพลายที่กระจุกตัว เลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์ และแรงล้างพอร์ตจากฝั่งชอร์ต หากมองไปข้างหน้า แนวโน้มราคาจะยั่งยืนหรือไม่จึงขึ้นกับว่า ‘ความต้องการใช้งานจริง’ จะตามมาสนับสนุนหรือไม่ และโครงสร้างการกระจายโทเค็นกับสภาพคล่องจะถูกปรับให้สมดุลมากขึ้นเพียงใด
"ความคิดเห็น" สำหรับนักลงทุนรายย่อย การกระโดดเข้าเก็งกำไรในเหรียญที่เพิ่งพุ่งหลายพันเปอร์เซ็นต์ภายใต้โครงสร้างการถือครองที่กระจุกตัวสูง ถือเป็นความเสี่ยงระดับสุดขั้ว เพราะเพียงแค่การเทขายจากไม่กี่กระเป๋าใหญ่หรือการกลับทิศของเลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์ ก็อาจส่งผลให้ราคา ‘เรฟ’(RAVE) ทรุดตัวอย่างรุนแรงได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แม้โปรเจ็กต์จะย้ำเรื่อง ‘การใช้งานจริง’ แต่จนกว่าจะมีข้อมูลโปร่งใสและรูปแบบรายได้ที่ตรวจสอบได้ นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเข้าไปเล่นในกระแสนี้
ความคิดเห็น 0