โพลิกอน(MATIC) เดินหน้าเร่งขยาย ‘ยูนนิซิตี้สเตกกิ้ง’ เต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวโทเค็น LST เนทีฟตัวแรก ‘sPOL’ หวังเพิ่มการใช้งานทรัพย์สินสเตกกิ้งและเชื่อมต่อระบบดิไฟ(DeFi) ในระบบนิเวศโพลิกอน(POL) ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โพลิกอนแล็บส์เผยเมื่อวันที่ 14 (เวลาท้องถิ่น) ว่าได้เปิดตัว ‘sPOL’ โทเค็นยูนนิซิตี้สเตกกิ้งบนเครือข่ายโพลิกอน(POL) อย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าปลดล็อกสภาพคล่องของโทเค็นโพลิกอน(POL) กว่า 3.6 พันล้านโทเค็นที่ถูกล็อกอยู่ในสัญญาสเตกกิ้งของผู้ตรวจสอบ (Validator) กลับสู่ตลาด
sPOL คือโทเค็น ‘ใบรับรองผลตอบแทน’ ที่ผู้ใช้ได้รับเมื่อทำการสเตกกิ้ง POL ผู้ถือ sPOL สามารถนำโทเค็นนี้ไปใช้ในระบบดิไฟ ไม่ว่าจะเป็นการวาง ‘ค้ำประกัน’ การจัดหาสภาพคล่อง หรือเข้ากลยุทธ์เพิ่มผลตอบแทนอื่นๆ พร้อมกันนั้นยังคงได้รับรางวัลสเตกกิ้งจากเครือข่ายตามปกติ เท่ากับว่าสินทรัพย์ที่นำไปสเตกกิ้งสามารถ ‘ใช้ประโยชน์ซ้อน’ ได้ในเวลาเดียวกัน
ในปัจจุบัน สัดส่วนยูนนิซิตี้สเตกกิ้งบนเครือข่ายโพลิกอนยังอยู่ต่ำกว่า 5% ซึ่งแตกต่างอย่างมากจากอีเธอเรียม(ETH) ที่มีสัดส่วนโทเค็น LST มากกว่า 43% ฝั่งโพลิกอนระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากโครงสร้างตลาดที่กระจายตัว และค่าธรรมเนียม LST จากผู้ให้บริการภายนอกที่สูงถึงราว 5–16% ทำให้ผู้ใช้ไม่จูงใจเข้าร่วม
เพื่อเร่งสะสมสภาพคล่องตั้งแต่ระยะแรก โพลิกอนแล็บส์เตรียมจัดสรร sPOL จำนวน 10 ล้านโทเค็นจากเงินทุนขององค์กรเองเข้าสู่ตลาดก่อน และมีแผนขยายเพดานรวมสูงสุดเป็น 100 ล้านโทเค็นในระยะถัดไป
โครงสร้างรายได้ของผู้สเตกกิ้ง POL ก็ถูกปรับใหม่ควบคู่ไปกับการออก sPOL ด้วยเช่นกัน แซนดิป เนลวัล(Sandeep Nailwal) ซีอีโอมูลนิธิโพลิกอน เคยแสดงการสนับสนุนข้อเสนอ ‘PIP-85’ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยผลักดันให้แบ่งรายได้ค่าธรรมเนียมลำดับสูง (Priority Fee) ของผู้ตรวจสอบ 50% คืนให้กับผู้มอบหมาย (Delegator)
ตามข้อมูลก่อนหน้า ภายหลังข้อเสนอ PIP-65 ถูกนำมาใช้ รายได้ค่าธรรมเนียมลำดับสูงบนเครือข่ายเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เพียงเดือนเดียว ผู้ตรวจสอบได้รับผลตอบแทนกว่า 5.4 ล้าน POL แต่ในโครงสร้างเดิม ผู้มอบหมายแทบไม่ได้ส่วนแบ่งรายได้ส่วนนี้เลย
ผู้ตรวจสอบที่เข้าร่วมระบบ sPOL ได้ตกลงจะส่งคืนส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมลำดับสูงให้กับผู้มอบหมาย โพลิกอนอธิบายว่า โมเดลใหม่นี้จะสร้าง ‘โครงสร้างเชื่อมตรง’ ระหว่างกิจกรรมบนเครือข่ายและผลตอบแทนจากการสเตกกิ้ง ทำให้ผู้ใช้งานเครือข่ายยิ่งมาก รายได้ของผู้สเตกกิ้งก็มีแนวโน้มเพิ่มตาม
ผู้ที่สเตก POL อยู่แล้วสามารถแปลงมาเป็น sPOL ผ่านพอร์ทัลสเตกกิ้งของโพลิกอนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอระยะปลดล็อก และจะไม่เสียสิทธิ์รับรางวัลเดิม ขณะที่ผู้ใช้ที่เริ่มสเตกใหม่ตั้งแต่ตอนนี้จะได้รับ sPOL อัตโนมัติ
อัตราแลกเปลี่ยนเริ่มต้นกำหนดไว้ที่ 1:1 ระหว่าง POL และ sPOL แต่เมื่อเวลาผ่านไป รางวัลสเตกกิ้งจะสะสมอยู่ใน sPOL ทำให้จำนวน POL ที่สามารถแลกได้ต่อ sPOL 1 โทเค็นค่อยๆ เพิ่มขึ้น กล่าวคือ ปริมาณ sPOL ในมือไม่เปลี่ยน แต่ ‘มูลค่า’ ต่อหน่วยเพิ่มสูงขึ้น ผู้ถือสามารถขอแลกคืนเป็น POL รวมทั้งเงินต้นและรางวัลที่สะสมได้ทุกเมื่อ
การเดินหน้าขยายยูนนิซิตี้สเตกกิ้งและโทเค็น sPOL ยังสอดรับกับกลยุทธ์ ‘Open Money Stack’ ของโพลิกอนอีกด้วย ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เครือข่ายโพลิกอนบันทึกปริมาณธุรกรรมสเตเบิลคอยน์กว่า 493 ล้านรายการ ซึ่งกลายเป็นสถิติใหม่ของเครือข่าย
โพลิกอนได้ดำเนินการเปลี่ยนโทเค็นจาก MATIC มาเป็น POL เสร็จสิ้นเมื่อเดือนกันยายน 2024 อย่างไรก็ตาม ราคาของ POL ในตลาดยังอยู่ต่ำกว่าช่วงหลังเปลี่ยนโทเค็นราว 94% ขณะที่ ‘การใช้งานเครือข่าย’ กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
‘ความคิดเห็น’ การออก sPOL เพื่อปลดล็อกสภาพคล่อง ผนวกกับโครงสร้างกระจายค่าธรรมเนียมให้ผู้มอบหมายมากขึ้น อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้ระบบนิเวศ POL มีประสิทธิภาพการใช้ทุนสูงขึ้น และสร้างแรงจูงใจใหม่ให้ผู้ถือโทเค็นเข้ามามีส่วนร่วมในระบบสเตกกิ้งและดิไฟบนโพลิกอนมากกว่าเดิม
ความคิดเห็น 0