ริ플(Ripple) เดินหน้าปรับโครงสร้างเอ็กซ์อาร์พี เล저(XRPL) ให้รองรับ ‘คอมพิวเตอร์ควอนตัม’ เต็มรูปแบบภายในปี 2028 พร้อมวางระบบ ‘양자내성’ หรือ ‘Quantum-Resistant’ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อัลกอริทึมเข้ารหัสแบบเดิมอาจถูกเจาะได้ในอนาคต ท่ามกลางฉากหลังที่กูเกิลเตือนว่าระบบคริปโตปัจจุบันอาจถูกคอมพิวเตอร์ควอนตัมทำลายได้ราวปี 2032 ทำให้ริพลส่งสัญญาณต้องเร่งรับมือก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) บล็อกทางการของริ플เปิดเผยว่า แผนครั้งนี้เริ่มจากการเตรียม ‘แผนฉุกเฉิน’ หาก ‘Q-Day’ หรือวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถทำลายระบบเข้ารหัสแบบเดิม มาถึงเร็วกว่าคาด ขั้นตอนแรกคือการ ‘ปิดกั้น’ การเข้าถึงบัญชีที่ใช้ ‘กุญแจสาธารณะ’ แบบดั้งเดิม จากนั้นจะใช้กลยุทธ์ ‘ฮาร์드ชิฟต์’ ย้ายทรัพย์สินไปยังบัญชีที่รองรับ ‘양자내성’ อย่างเป็นระบบ
ริเปิลแบ่งโรดแมปออกเป็นหลายเฟส โดย ‘เฟสแรก’ เป็นการจัดทำคู่มือรับมือวิกฤตและการวางแผนตอบสนองในสถานการณ์คับขันอย่างละเอียด ‘เฟสสอง’ เริ่มในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ผ่านโปรเจกต์ ‘โปรเจกต์ อีเลเว่น(Project Eleven)’ เพื่อทดสอบเทคโนโลยีเข้ารหัสเชิงควอนตัมปลอดภัย (PQC) ตามข้อเสนอของสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐ (NIST) ในขั้นนี้จะมีการวัดผลกระทบต่อ ‘ความเร็วในการทำธุรกรรม’ ‘ค่าธรรมเนียม’ และ ‘พื้นที่จัดเก็บข้อมูล’ บนเครือข่าย XRPL อย่างละเอียด
‘เฟสสาม’ คือการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้บน ‘เดฟเน็ต(Devnet)’ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อเปิดทางให้นักพัฒนาทดสอบการใช้งานจริงและประเมินประสิทธิภาพ โดยไม่กระทบต่อเมนเน็ต นอกจากนี้ ริปเปิลยังมีแผนประยุกต์ใช้ ‘PQC’ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวในกระบวนการโทเคไนซ์สินทรัพย์โลกจริง (Real-World Asset Tokenization) อีกด้วย
หลังจบช่วงทดสอบ ริปเปิลจะเสนอร่างปรับปรุงโปรโตคอลอย่างเต็มรูปแบบต่อคอมมูนิตี้ และเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านโครงสร้าง XRPL ทั้งระบบไปสู่มาตรฐาน ‘양자내성’ แบบครบวงจร กระบวนการทั้งหมดถูกออกแบบให้มีการตรวจสอบความเสถียรและความปลอดภัยในแต่ละขั้นอย่างเป็นลำดับ
ริ플ยังชี้จุดแข็งเชิงโครงสร้างของตัวเองเมื่อเทียบกับบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) โดยระบุว่า XRPL มีฟีเจอร์ ‘การหมุนกุญแจ (Key Rotation)’ อยู่ในตัว ทำให้แม้ภัยคุกคามเชิงควอนตัมจะรุนแรงขึ้น ผู้ใช้ก็สามารถเปลี่ยนกุญแจโดยไม่ต้องย้ายเหรียญหรือย้ายบัญชี นอกจากนี้ เวลาสร้างบล็อกเฉลี่ยของ XRPL อยู่ที่ราว 3–5 วินาที ทำให้ช่วงเวลาที่ ‘กุญแจสาธารณะ’ ถูกเปิดเผยสั้นลง ขณะที่บิตคอยน์ใช้เวลาประมาณ 10 นาที และอีเธอเรียมราว 12 วินาทีต่อบล็อก ซึ่งเพิ่มช่องว่างให้การโจมตีมีโอกาสสำเร็จมากกว่า
‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่าการเปิดโรดแมปครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเทคนิคเล็กน้อย แต่เป็นสัญญาณว่า ‘ความปลอดภัยเชิงควอนตัม’ กำลังจะกลายเป็นสนามแข่งขันใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน ทั้งในมิติการดึงดูดสถาบันการเงินและการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวต่อระบบสินทรัพย์ดิจิทัล โดยภาพรวม ความตื่นตัวต่อ ‘คอมพิวเตอร์ควอนตัม’ ในวงการคริปโตเริ่มเปลี่ยนจากเรื่องไกลตัวมาเป็นโจทย์เร่งด่วนที่แต่ละเครือข่ายต้องตอบให้ได้
ด้านราคา ตามข้อมูลจากโค인มาร์เก็ตแพลตฟอร์มต่างประเทศ XRP ล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ราว 1.43 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.95% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ชาร์ลส์ ฮอสกินสัน ผู้ก่อตั้งคาร์ดาโน(Cardano) เคยกล่าวอ้างว่าการที่ริ플ทยอยขาย XRP ออกสู่ตลาด มีส่วนหนึ่งที่กดดันสมรรถนะของคาร์ดาโนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าความเคลื่อนไหวของ XRP ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญทั้งในมิติ ‘ราคา’ และ ‘เทคโนโลยี’ บนเวทีคริปโตโลก
ความคิดเห็น 0