บิตเมน ทุ่มซื้ออีเธอเรียมเพิ่ม 126,971 เหรียญ ดันเป้าถือครอง ‘5% ของอุปทาน’ ใกล้เป็นจริง
อีเธอเรียม(ETH) กำลังหลุดแนวรับสำคัญต่อเนื่อง แต่บิตเมน อีเมอร์ชัน เทคโนโลยีส์กลับเดินเกมสวนทาง ด้วยการเข้าซื้อ ‘อีเธอเรียม’ เพิ่ม 126,971 เหรียญในสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นสัปดาห์ที่บริษัทเข้าซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางภาวะตลาดคริปโตที่ดิ่งแรงต่อเนื่อง บริษัทยังคงเพิ่มน้ำหนักอีเธอเรียมในฐานะทรัพย์สินบนงบดุลอย่างชัดเจน
จากข้อมูลล่าสุด บิตเมนถือครองอีเธอเรียมรวมราว 5.54 ล้าน ETH คิดเป็นประมาณ 4.59% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด และระบุว่ากำลังเข้าใกล้เป้าหมายเดิมที่วางไว้ คือการถือครองให้ได้ 5% ของจำนวนอีเธอเรียมทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ เมื่อพิจารณาว่าราคาอีเธอเรียมเพิ่งร่วงลงไปทดสอบโซน 1,500 ดอลลาร์ การเข้าซื้อครั้งนี้จึงสะท้อนมุมมองเชิง ‘ระยะยาว’ มากกว่าจะสนใจความผันผวนระยะสั้นของราคา
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ‘โคอินเทเลกราฟ’ รายงานว่าภาพรวมตลาดคริปโตยังอ่อนแรงต่อเนื่อง บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงกว่า 14% ในช่วงสัปดาห์ก่อน ขณะที่อีเธอเรียม(ETH) ปรับตัวลงมากกว่า 15% และริปเปิล(XRP) ก็ร่วงเกิน 13% ต้นสัปดาห์นี้ แรงขายยังคงกดดันตลาด ทำให้มุมมองเชิงเทคนิคชี้ไปทางโอกาสปรับฐานลงต่อมากกว่าการรีบาวด์อย่างมีนัยสำคัญ
ในเชิงเทคนิค ‘อีเธอเรียม’ ปัจจุบันซื้อขายบริเวณ 1,684 ดอลลาร์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน, 100 วัน และ 200 วันทั้งหมด โดยเส้นค่าเฉลี่ยทั้งสามวางตัวอยู่แถว 2,058 ดอลลาร์, 2,189 ดอลลาร์ และ 2,441 ดอลลาร์ ตามลำดับ หมายความว่า ต่อให้ราคาฟื้นตัวขึ้นมาได้ ก็ยังต้องเจอแนวต้านสำคัญหลายชั้น ขณะเดียวกัน RSI รายวันอยู่แถวระดับกลางที่ 50 ส่วน MACD ยังอยู่ในโซนลบ สะท้อนว่า ‘โมเมนตัมขาลง’ ยังเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ในระยะสั้น นักวิเคราะห์มองว่าโซน 1,747 ดอลลาร์คือแนวต้านแรกที่ต้องจับตา หากผ่านได้ เป้าหมายถัดไปจะเป็นการกลับไปยืนเหนือระดับจิตวิทยา 2,000 ดอลลาร์ให้สำเร็จ ตรงกันข้าม หากแรงขายกลับมารุนแรงอีกครั้ง แนวรับสำคัญถัดไปที่ถูกพูดถึงมากคือบริเวณ 1,385 ดอลลาร์
‘ความคิดเห็น’ การเข้าซื้ออีเธอเรียมขนานใหญ่ของบิตเมนท่ามกลางตลาดขาลงครั้งนี้ ถูกตีความว่าเป็นสัญญาณว่าความต้องการจากฝั่งสถาบันและองค์กรต่ออีเธอเรียมยังไม่หายไปไหน การที่บริษัทขุดคริปโตขนาดใหญ่เลือกสะสม ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เพิ่มในช่วงที่ตลาดหวาดกลัว อาจสะท้อนความเชื่อมั่นต่อบทบาทของอีเธอเรียมในระยะยาว ทั้งในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านสัญญาอัจฉริยะ และในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลที่อาจถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตลงทุนสถาบันมากขึ้นในอนาคต
ความคิดเห็น 0