ริปเปิล(XRP) พุ่งขึ้นกว่า 10% ภายในวันเดียว ทะลุแนวต้านสำคัญพร้อมปริมาณซื้อขายและเม็ดเงินไหลเข้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้โครงสร้าง ‘ขาขึ้น’ เริ่มชัดเจนขึ้น และทำให้ตลาดจับตาว่าจะมีการปรับ ‘เป้าหมายระยะสั้น’ ของริปเปิล(XRP) ขึ้นหรือไม่
เมื่อวันที่ 16 (เวลาท้องถิ่น) ตามข้อมูลตลาด ริปเปิล(XRP) ปรับตัวขึ้นราว 10% ในช่วง 24 ชั่วโมง แตะระดับ 1.24 ดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมคริปโตเคอร์เรนซีขยับเข้าใกล้ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ สะท้อนภาวะ ‘เปิดรับสินทรัพย์เสี่ยง’ ที่แรงขึ้น การปรับขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่แค่การรีบาวด์ระยะสั้น แต่เป็นการทะลุแนวต้านที่กดราคาอยู่นานหลายสัปดาห์ติดต่อกัน จึงถูกมองว่ามีน้ำหนักทางเทคนิคพอสมควร
ด้านปริมาณซื้อขายก็พุ่งแรงเช่นกัน เมื่อเวลา 21.00 น. (UTC) ปริมาณซื้อขายรายวันอยู่ที่ราว 107.6 ล้าน XRP ซึ่งถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่การร่วงแรงเมื่อต้นเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะกระดานเทรดในประเทศอย่างอัพบิตที่มีสัดส่วนกระแสเงินเข้าออกกระเป๋า XRP สูงถึง 31% ณ วันที่ 14 มิถุนายน เพิ่มขึ้นจากระดับเพียง 13% เมื่อสัปดาห์ก่อน แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อจากฝั่งเอเชียเป็นตัวจุดชนวน ‘รอบขาขึ้น’ ครั้งนี้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ กระแสเม็ดเงินจากสถาบันผ่านกองทุน ETF ที่อ้างอิงริปเปิล(XRP) ก็ยังหนุนอยู่ต่อเนื่อง โดยยอด ‘เงินสุทธิไหลเข้า’ สะสมแตะราว 1.4 พันล้านดอลลาร์ จึงถูกตีความว่าเป็นสัญญาณขาขึ้นแบบคลาสสิก ซึ่งทั้ง ‘ราคา’ และ ‘เงินทุน’ เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยมองว่าหากเม็ดเงินสายสถาบันยังไหลเข้าในจังหวะที่รายย่อยกลับมาเสี่ยงเพิ่มขึ้น โอกาสขยายรอบขาขึ้นของริปเปิล(XRP) ยังเปิดกว้าง
ริปเปิล(XRP) ในตอนนี้ซื้อขายบริเวณ 1.24 ดอลลาร์ โดยในระหว่างวันเคยไต่ขึ้นไปแตะ 1.25 ดอลลาร์ จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างราคาคือการทะลุระดับ 1.2 ดอลลาร์ขึ้นไปพร้อมปริมาณซื้อขายหนาแน่น ซึ่งถูกมองว่าเป็นการยืนยันรูปแบบ ‘ธงขาขึ้น’ (Bull Flag) และทำให้แนวต้านเดิมพลิกกลับมาเป็นแนวรับระยะสั้น
แนวรับด้านล่างที่ตลาดจับตามองอยู่ที่ 1.2 ดอลลาร์ หากหลุดลงมาต่อ แนวรับถัดไปจะอยู่ในช่วง 1.18 ดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งบน แนวต้านแรกอยู่แถว 1.3–1.32 ดอลลาร์ ส่วนการผ่าน 1.5 ดอลลาร์ขึ้นไปได้อย่างมั่นคงจะถูกมองเป็น ‘จุดเปลี่ยนเทรนด์’ ในมุมมองกลางถึงยาวของริปเปิล(XRP)
การดีดขึ้นแรงรอบนี้ยังถูกเร่งด้วย ‘ชอร์ตสควีซ’ หลังนักลงทุนที่เปิดสถานะขาย (Short) ถูกบังคับปิดโพซิชันเมื่อราคาวิ่งสวน ทำให้เกิดแรงซื้อคืน (Short Covering) เพิ่มแรงหนุนด้านดีมานด์เข้าไปอีกชั้นหนึ่ง
ในอีกด้าน กระแสคาดการณ์บางส่วนในตลาดเริ่มพูดถึงโอกาสที่ริปเปิล(XRP) จะไต่ระดับเข้าใกล้ 3 ดอลลาร์ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อมองจากมูลค่าตลาดปัจจุบันราว 77,000 ล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่าการจะวิ่งต่อแบบ ‘เมก้าอัพไซด์’ จำเป็นต้องมี ‘เนื้อเรื่อง’ ว่าด้วยการไหลเข้าของทุนสถาบันชุดใหญ่ที่ชัดเจนกว่านี้ ไม่เช่นนั้นอาจเจอแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ
‘ความคิดเห็น’ เทรดเดอร์บางกลุ่มเริ่มเบนความสนใจออกจากเหรียญใหญ่ที่ราคา ‘สะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว’ อย่างริปเปิล(XRP) และหันมามองโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานระยะเริ่มต้นซึ่งอาจมีช่องว่างอัพไซด์มากกว่า
ท่ามกลางบรรยากาศดังกล่าว โปรเจ็กต์เลเยอร์2 บนบิตคอยน์อย่าง ‘บิตคอยน์ ไฮเปอร์’(Bitcoin Hyper, HYPER) จึงถูกหยิบมาพูดถึงในฐานะทางเลือกใหม่ โปรเจ็กต์นี้ชูแนวคิดเป็น ‘บิตคอยน์ เลเยอร์2’ ที่ผสานการทำงานของ ‘โซลานา เวอร์ชวลแมชชีน’ (Solana Virtual Machine, SVM) เข้ามา เพื่อแก้จุดอ่อนเชิงโครงสร้างของบิตคอยน์ เช่น ความเร็วประมวลผลต่ำ ค่าธรรมเนียมสูง และข้อจำกัดด้านสัญญาอัจฉริยะ
จุดเด่นของบิตคอยน์ ไฮเปอร์ อยู่ที่การใช้บริดจ์แบบกระจายศูนย์ในการเชื่อมต่อกับบิตคอยน์ ทำให้ยังคงระดับความปลอดภัยของเครือข่ายบิตคอยน์ไว้ ขณะเดียวกันก็ยกระดับความเร็วการประมวลผลต่อวินาทีและลดต้นทุนค่าธรรมเนียมลงอย่างมีนัยสำคัญ ในระยะพรีเซลล์ปัจจุบัน โปรเจ็กต์สามารถระดมทุนได้แล้วราว 32 ล้านดอลลาร์ โดยราคาโทเคนอยู่แถว 0.0136 ดอลลาร์
โดยสรุป การปรับขึ้นของริปเปิล(XRP) รอบนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกทั้งในมุมเทคนิคและโครงสร้างอุปสงค์–อุปทาน อย่างไรก็ดี การจะเดินหน้าขึ้นต่อจำเป็นต้องเห็น ‘ปริมาณซื้อขาย’ ทรงตัวในระดับสูง และการ ‘ทะลุแนวต้าน’ สำคัญอย่างต่อเนื่อง จึงจะสามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นของริปเปิล(XRP) เอาไว้ได้ในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0