Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เชนลิงก์(LINK) ดันโปรโตคอล CCIP เข้าทดสอบ CBDC-ระบบชำระเงินโทเคไนซ์ กับธนาคารกลางบราซิล–ฮ่องกง

โปรโตคอล ‘CCIP’ ของเชนลิงก์(Chainlink, LINK) ถูกนำไปใช้ในการทดสอบ ‘สินทรัพย์ดิจิทัลของธนาคารกลาง’ และระบบชำระเงินแบบโทเคไนซ์ในหลายโครงการระดับสถาบัน ทำให้เชนลิงก์กลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่ถูกจับตาในเวทีทดลองของภาคการเงินดั้งเดิม โดย CCIP ถูกเชื่อมเข้ากับโครงการดิจิทัลแอสเซทของธนาคารกลางและสถาบันการเงินรายใหญ่ในบราซิลและฮ่องกง ซึ่งสะท้อนให้เห็นบทบาทของเชนลิงก์ในฐานะ ‘อินฟราฯ สำหรับสถาบันการเงิน’ ที่กำลังถูกทดสอบอย่างจริงจัง

จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยัน CCIP ถูกใช้เชื่อมกับโครงการดิจิทัลของธนาคารกลางบราซิลอย่าง ‘ดรีกซ์’(Drex) เครือข่ายทดลองโทเคไนซ์ของฮ่องกง ‘Ensemble’ และโปรแกรม ‘e-HKD+’ ของธนาคารกลางฮ่องกง( HKMA) โดยทั้งหมดเชื่อมโยงกับการทดลองใช้สเตเบิลคอยน์ ‘A$DC’ ของ ANZ ธนาคารยักษ์ใหญ่ในออสเตรเลีย โครงการเหล่านี้ยังไม่เข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ แต่เน้นไปที่การทดลองและการพิสูจน์แนวคิด อย่างไรก็ตาม การที่ ‘สถาบันที่ถูกกำกับดูแล’ เลือกใช้แนวคิดที่อิงบนบล็อกเชนสาธารณะมาทดลองใช้งาน ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อภาพรวมโครงสร้างพื้นฐานการเงินยุคใหม่

‘ทำไมโครงการนำร่องของธนาคารกลางถึงสำคัญ’ มักเป็นคำถามที่ถูกมองข้าม เพราะหลายครั้งผลลัพธ์ไม่ได้ถูกนำไปต่อยอดเป็นระบบจริงในเชิงพาณิชย์ แต่การทดลองเหล่านี้ชี้ให้เห็นชัดว่า สถาบันการเงินกำลังทดสอบอะไร มองว่า ‘โครงสร้างพื้นฐานแบบไหน’ มีศักยภาพ และอนาคตของระบบการชำระเงินอาจเคลื่อนไปในทิศทางใด

หัวใจของกรณีนี้คือ ‘ความสามารถในการเชื่อมต่อกัน’ หรือ ‘interoperability’ ระบบสินทรัพย์ดิจิทัลหากไม่สามารถเชื่อมกับเครือข่ายอื่น สกุลเงินอื่น หรือสภาพแวดล้อมการชำระเงินอื่น ๆ ได้ ประโยชน์ในการใช้งานจริงจะลดลงทันที ทั้งการค้าข้ามพรมแดน เงินฝากโทเคไนซ์ เงินดิจิทัลของธนาคารกลาง(CBDC) สเตเบิลคอยน์ และสินทรัพย์โทเคไนซ์ต่างต้องพึ่งพา ‘การสื่อสารระหว่างระบบ’ ที่ปลอดภัยเป็นหลัก

ตรงจุดนี้เองที่ CCIP ถูกดึงเข้ามาใช้งาน โปรโตคอลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการส่งข้อความและการโอนมูลค่าข้ามเชนที่แตกต่างกัน ในบริบทการใช้งานของสถาบันการเงิน CCIP สามารถสนับสนุนการชำระเงินแบบ ‘Payment versus Payment (PvP)’ การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ข้ามประเทศ และการทดสอบการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่เหมือนกัน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการจัดการความเสี่ยง

โครงการ ‘ดรีกซ์’ ของบราซิลและเครือข่าย ‘Ensemble’ ของฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของกระแสใหญ่ที่มุ่งทดสอบ ‘การชำระเงินแบบโทเคไนซ์’ ดรีกซ์คือโครงการเงินดิจิทัลของบราซิลที่ต่อยอดจากเงินเรียล ส่วน Ensemble คือสภาพแวดล้อมทดลองสำหรับสินทรัพย์โทเคไนซ์ในฮ่องกง การเชื่อมสองระบบนี้เข้าด้วยกันเปิดโอกาสให้ทดสอบว่า กระแสการค้าโทเคไนซ์และการชำระเงินข้ามพรมแดนจะสามารถถูกเคลียร์และชำระบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่

เมื่อโปรแกรม ‘e-HKD+’ ของฮ่องกงถูกนำมาเชื่อมเพิ่มเข้าไป การทดลองที่เกี่ยวข้องกับ A$DC ของ ANZ ก็เกิดขึ้นตามมา เมื่อมองภาพรวม จะเห็นได้ว่า สถาบันไม่ได้จำกัดการทดลองอยู่แค่ ‘เงินดิจิทัลหนึ่งสกุล’ แต่กำลังทดสอบว่า ‘ระบบโทเคไนซ์ต่างชนิด ต่างเครือข่าย’ จะสามารถสื่อสารและทำงานร่วมกันจริงได้อย่างไรในโลกการเงินจริง

‘ความคิดเห็น’ โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินในอนาคตมีแนวโน้มสูงว่าจะไม่จบลงที่เชนเดียว หรือระบบของธนาคารกลางเพียงแห่งเดียว แต่จะเป็นสภาพแวดล้อมที่มีเครือข่ายภายใต้การกำกับดูแลหลายชุด ระบบชำระเงินหลายเลเยอร์ แพลตฟอร์มสินทรัพย์หลากหลาย และทั้งภาครัฐ-เอกชนต่างมีโครงข่ายของตนเอง ดังนั้น ‘ความสามารถในการเชื่อมต่อกัน’ จึงไม่ใช่ตัวเลือกเสริม แต่เป็น ‘องค์ประกอบหลัก’ ของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินใหม่

เชนลิงก์เองก็ขยายกลยุทธ์มานานแล้วจากการเป็นเพียงผู้ให้บริการ ‘ออราเคิลราคา’ มาสู่การเป็นเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานกว้าง ๆ สำหรับสถาบัน ออราเคิลยังคงเป็นบริการหลัก แต่ ‘ข้อความสำหรับสถาบัน’ ในปัจจุบันของเชนลิงก์ขยายไปถึง ‘หลักฐานเงินสำรอง’ (Proof of Reserves) เมสเซจจิงข้ามเชน โครงสร้างพื้นฐานสำหรับสินทรัพย์โทเคไนซ์ และช่องทางส่งข้อมูลอย่างปลอดภัย โดยมี ‘CCIP’ เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์นี้

การที่โปรเจกต์ของธนาคารกลางเริ่มนำ CCIP เข้าไปใช้ในโครงการนำร่อง จึงช่วยตอกย้ำ ‘ภาพจำ’ ของเชนลิงก์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสถาบัน ไม่ได้พึ่งความร้อนแรงจากฝั่งรายย่อย แต่เน้น ‘ความน่าเชื่อถือ’ และ ‘การบริหารความเสี่ยง’ เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าเชนลิงก์จะถูกนำไปใช้งานในระยะยาวโดยอัตโนมัติ

สำหรับผู้ถือโทเค็นเชนลิงก์(LINK) ประเด็นสำคัญคือ โครงการนำร่องเหล่านี้จะต่อยอดไปสู่ ‘การใช้งานจริงที่สร้างดีมานด์ต่อเนื่อง’ หรือไม่ ช่วงทดลองอาจสร้างกระแสข่าวได้มาก แต่ไม่ได้การันตีว่าจะเกิดการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์แบบยั่งยืน การนำไปใช้จริงต้องผ่านทั้งการอนุมัติเชิงกำกับดูแล การเชื่อมต่อทางเทคนิค การเจรจาระหว่างสถาบัน และการพิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน

สิ่งที่ต้องระวังคือ ‘การตีความเกินจริง’ กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่า ธนาคารกลางได้ตัดสินใจเลือกใช้เชนลิงก์เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของ CBDC ขนาดใหญ่แล้ว หรือว่าธนาคารกลางทุกรายจะหันมาใช้ CCIP ทั้งหมด และไม่ได้หมายความว่ารายได้เชิงพาณิชย์จะเกิดขึ้นทันทีจากโปรเจกต์เหล่านี้

แต่ในเชิงโครงสร้าง การยอมให้เข้าไปทดลองในสภาพแวดล้อมจริงของสถาบันการเงิน มักเป็นก้าวแรกของการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ หากอินฟราฯ ทำงานได้ตามที่คาดหวัง อาจตามมาด้วยการทดสอบที่ลึกขึ้น หรือการบูรณาการอย่างเป็นทางการ หากไม่เป็นไปตามคาด สถาบันก็พร้อมจะเปลี่ยนไปใช้โซลูชันอื่นแทน

การที่ CCIP ได้มีส่วนร่วมในโครงการนำร่องครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณว่า เชนลิงก์ได้ถูกดึงเข้าไป ‘อยู่บนโต๊ะตัดสินใจ’ ของสถาบันการเงินระดับธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ เมื่อมองในภาพกว้าง ยังสะท้อนว่า ‘การชำระเงินแบบโทเคไนซ์’ กำลังก้าวข้ามจากการแค่สร้างโทเค็นของสินทรัพย์ มาสู่การให้ความสำคัญกับ ‘การเชื่อมต่อกัน’ การชำระข้ามพรมแดน และอินฟราฯ ด้านการเงินแบบโปรแกรมได้

ท้ายที่สุด ‘บทบาทของ CCIP’ ทำให้เห็นชัดว่าเชนลิงก์ต้องการยืนอยู่ตรงไหนในโครงสร้างพื้นฐานการเงินแห่งอนาคต แต่ ‘มูลค่าตลาดจริง’ ของบทบาทนั้น มีแนวโน้มว่าจะถูกพิสูจน์ใน ‘ขั้นตอนการใช้งานจริงเชิงพาณิชย์’ มากกว่าจะวัดจากความสำเร็จของ ‘โครงการนำร่อง’ เพียงอย่างเดียว ‘ความคิดเห็น’ สำหรับนักลงทุน นี่คือสัญญาณบวกด้านการยอมรับเชิงเทคโนโลยี แต่ยังไม่ใช่คำยืนยันของดีมานด์ระยะยาว จึงควรถูกมองเป็น “จุดเริ่มต้นของโอกาส” มากกว่า “ข้อสรุปสุดท้าย” ของการนำไปใช้จริงในระดับสถาบันทั่วโลก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1