Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โคสปี้ 8,000 จุด เป้าหมายที่แมคควอรียังคงไว้ ชี้เมมโมรี่หนุนฟื้นตัว

กราฟราคาที่ปรับตัวขึ้นและชิปหน่วยความจำวางอยู่บนรายงาน / TokenPost.ai

บริษัทหลักทรัพย์แมคควอรี (Macquarie Securities) คงเป้าหมายดัชนีโคสปี้ (KOSPI) ไว้ที่ระดับ 8,000 จุด ซึ่งสูงกว่าราคาปิดเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมาประมาณ 27% โดยมองว่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำ (เมมโมรี่) อย่างซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการฟื้นตัวระยะสั้น

เจมส์ ฮอง (James Hong) และแดเนียล คิม (Daniel Kim) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แมคควอรี ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่า “เป้าหมายโคสปี้ที่ระดับ 8,000 จุดยังไม่เปลี่ยนแปลง” พร้อมอธิบายว่า “ในช่วงที่ตลาดปรับฐาน กำไรสุทธิคาดการณ์ล่วงหน้า 12 เดือนของโคสปี้กลับเพิ่มขึ้นถึง 14% สะท้อนว่าพื้นฐานของตลาดไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป” กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แม้ราคาหุ้นจะปรับฐาน แต่แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังไม่ได้รับผลกระทบ

กำไรสุทธิคาดการณ์ล่วงหน้า 12 เดือนของโคสปี้เพิ่มขึ้นจาก 833 ล้านล้านวอน ในช่วงจุดสูงสุดเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 917 ล้านล้านวอนในช่วงจุดต่ำสุด และปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 949 ล้านล้านวอน ทั้งนี้ กำไรสุทธิคาดการณ์ล่วงหน้า 12 เดือน หมายถึงกำไรสุทธิที่บริษัทจดทะเบียนคาดว่าจะทำได้ในช่วง 1 ปีข้างหน้า

ในทางกลับกัน อัตราส่วนราคาต่อกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า (Forward P/E) ซึ่งสะท้อนระดับราคาหุ้นเทียบกับกำไรที่คาดการณ์ไว้ ลดลงจาก 8.5 เท่า เหลือ 4.7 เท่าในช่วงจุดต่ำสุด ก่อนจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5.1 เท่าในปัจจุบัน บริษัทหลักทรัพย์แมคควอรีวิเคราะห์ว่าสาเหตุของการปรับฐานล่าสุดไม่ได้มาจากแนวโน้มกำไรที่แย่ลง แต่มาจากปรากฏการณ์ ‘ดีเรตติ้ง’ (de-rating)

ดีเรตติ้ง คือปรากฏการณ์ที่ตลาดปรับลดค่าประเมินมูลค่า (valuation multiple) ลง แม้ว่าแนวโน้มกำไรของบริษัทจะทรงตัวหรือดีขึ้นก็ตาม ซึ่งกรณีนี้สามารถตีความได้ว่าปัจจัยด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระแสเงินทุนมีผลต่อการปรับฐานของราคาหุ้นมากกว่าผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัท

บริษัทหลักทรัพย์แมคควอรีประเมินว่า หากคำนวณจากกำไรคาดการณ์ในปัจจุบัน แม้ดัชนีโคสปี้จะขึ้นไปแตะระดับ 8,000 จุด อัตราส่วน Forward P/E ก็จะอยู่ที่ประมาณ 6.5 เท่าเท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้สูงเกินไปแม้จะสมมติว่าดัชนีปรับตัวขึ้นจริง

ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์ (TokenPost) เคยรายงานว่า แม้ดัชนีโคสปี้จะปรับตัวลดลง แต่กำไรต่อหุ้นคาดการณ์ล่วงหน้า 12 เดือนกลับเพิ่มขึ้นราว 184% นับจากต้นปี ซึ่งขณะนั้นก็มีการหยิบยกประเด็นที่ราคาหุ้นปรับฐานพร้อมกับแนวโน้มกำไรที่เพิ่มขึ้น มาเป็นเหตุผลสนับสนุนมุมมองการฟื้นตัวเช่นกัน

บริษัทหลักทรัพย์แมคควอรีวิเคราะห์ว่าตลาดที่ร่วงลงอย่างรุนแรงในเดือนกรกฎาคม เกิดจากการปรับพอร์ตการลงทุนที่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์ โดยทั้งสองบริษัทมีสัดส่วนมูลค่าตลาดรวมของโคสปี้ถึง 57% ในช่วงเริ่มต้นการปรับฐาน และคิดเป็นสัดส่วนถึง 71% ของมูลค่าตลาดรวมที่ลดลงทั้งหมด

เมื่อเงินลงทุนกระจุกตัวอยู่ในหุ้นที่มีสัดส่วนมูลค่าตลาดสูง แรงขายในหุ้นดังกล่าวอาจส่งผลให้ความผันผวนของทั้งดัชนีเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงที่กองทุนที่ลงทุนกระจุกตัวปรับสัดส่วนการถือครอง อาจเกิดแรงกดดันด้านอุปสงค์-อุปทานระยะสั้นที่แยกออกจากผลประกอบการจริงของบริษัท

นักวิเคราะห์ทั้งสองระบุในรายงานเมื่อวันที่ 7 ว่า กระแสเงินทุนไหลออกจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันเริ่มมีเสถียรภาพ ประกอบกับกองทุนที่ลงทุนกระจุกตัวได้ปรับพอร์ตไปแล้วบางส่วน จึงมีแนวโน้มที่ความผันผวนของตลาดจะลดลง พร้อมประเมินว่าระดับสินเชื่อเพื่อการลงทุน (margin financing) ยังไม่สูงจนถึงขั้นก่อให้เกิดความผันผวนรุนแรง

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะนำการฟื้นตัวระยะสั้น บริษัทหลักทรัพย์แมคควอรีระบุว่าเป็นกลุ่มเมมโมรี่ โดยในรายงานฉบับเดียวกันระบุว่า ท่ามกลางภาวะอุปทานเมมโมรี่ที่ตึงตัวมากขึ้น ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์จะเป็นผู้นำตลาด พร้อมช่วยคลายความกังวลเรื่องอุปสงค์ที่ใกล้ถึงจุดสูงสุดและการแข่งขันจากคู่แข่งจีน

การเติบโตของกำไรที่รวดเร็วของทั้งสองบริษัทอาจนำไปสู่การขยายนโยบายคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนมูลค่าบริษัท (valuation) ได้ โดยแนวโน้มผลประกอบการของกลุ่มเมมโมรี่และนโยบายคืนกำไรผู้ถือหุ้นถูกระบุว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญของการฟื้นตัวของดัชนี

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า หุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลดลงราว 25% นับจากจุดสูงสุดช่วงต้นเดือนมิถุนายน ขณะที่เอสเค ไฮนิกซ์ปรับตัวลดลงถึง 37% นับจากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เมื่อพิจารณาจากขนาดการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่และสัดส่วนที่สูงในดัชนี ทิศทางราคาหุ้นทั้งสองตัวจึงอาจส่งผลโดยตรงต่อขนาดการฟื้นตัวของโคสปี้เช่นกัน

บริษัทหลักทรัพย์แมคควอรีระบุในรายงานเมื่อวันที่ 7 ว่า ยิ่งเข้าสู่ไตรมาส 4 มากเท่าไร การปรับตัวดีขึ้นของอัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2027 อาจช่วยลดแรงกดดันด้านมูลค่าบริษัทได้ พร้อมระบุว่าความเป็นไปได้ในการปรับปรุงโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ (governance) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจหนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้นต่อได้เช่นกัน

เงื่อนไขสำคัญของเป้าหมายโคสปี้ที่ระดับ 8,000 จุด อยู่ที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัท เสถียรภาพของกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบัน รวมถึงการฟื้นตัวของกลุ่มเมมโมรี่ ทั้งนี้ ทิศทางในไตรมาส 4 ที่บริษัทหลักทรัพย์แมคควอรีนำเสนอ จะมีความชัดเจนมากขึ้นผ่านอัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้นที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2027 และแนวโน้มกำไรของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเค ไฮนิกซ์ต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1