เจดับเบิลยู ฟาร์มาซูติคอล(JW Pharmaceutical, 001060) ปรับตัวขึ้น 11.05% ในตลาดหลังปิดเมื่อวันที่ 11 มาอยู่ที่ 29,150 วอน สูงกว่าราคาปิดของตลาดหลักในวันเดียวกัน
ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮับ(Yonhap) เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า ณ เวลา 17.39 น. หุ้นเจดับเบิลยู ฟาร์มาซูติคอลปิดตลาดหลักที่ 26,250 วอน และปรับขึ้นอีก 2,900 วอนในช่วงตลาดหลังปิด นับเป็นการปรับขึ้นสองหลักในช่วงการซื้อขายหลังตลาดหลักปิดทำการ
ตลาดหลังปิด(After-market) คือช่วงเวลาซื้อขายหุ้นหลังจากตลาดหลักปิดทำการ สภาพคล่องและเงื่อนไขคำสั่งซื้อขายในช่วงนี้แตกต่างจากตลาดหลัก หากปริมาณการซื้อขายมีน้อย คำสั่งซื้อขายแต่ละรายการอาจส่งผลต่อราคามากกว่าปกติ
ราคาที่เกิดขึ้นในตลาดหลังปิดเป็นราคาเฉพาะช่วงเวลานั้น ไม่ได้หมายถึงราคาเปิดหรือราคาปิดของตลาดหลักในวันทำการถัดไป ราคาหลังปิดตลาดและราคาตลาดหลักในวันถัดไปอาจเปลี่ยนแปลงไปตามคำสั่งซื้อขายและปริมาณการซื้อขายของนักลงทุน
ในวันเดียวกัน เจดับเบิลยู ฟาร์มาซูติคอลเปิดเผยว่ากำไรจากการดำเนินงานเฉพาะกิจการในไตรมาสสองอยู่ที่ 33,700 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 32.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายเพิ่มขึ้น 16.1% เป็น 220,300 ล้านวอน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 27,100 ล้านวอน พลิกกลับมามีกำไร และอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 15.3%
ผลประกอบการที่ดีขึ้นมาจากธุรกิจยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์(Ethical drugs) ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้น 17.8% เป็น 183,200 ล้านวอน และคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของยอดขายรวมของบริษัท
เมื่อพิจารณาตามผลิตภัณฑ์ ยอดขายยารักษาภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ 'ริวาโรเจ็ท(Rivarozet)' อยู่ที่ 30,500 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 20.0% ขณะที่ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล 'ริวาโร(Rivaro)' เพิ่มขึ้น 12.3% เป็น 53,200 ล้านวอน
ยอดขายยาฉีดธาตุเหล็กขนาดสูง 'เฟอรินเจ็กต์(Ferinject)' อยู่ที่ 8,100 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 90.1% ส่วนยอดขายยารักษาภาวะต่อมลูกหมากโต 'ทรูพาธ(Trupath)' เพิ่มขึ้น 50.6% เป็น 4,000 ล้านวอน
ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์สารน้ำ(Fluid) เพิ่มขึ้น 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 72,400 ล้านวอน การเติบโตพร้อมกันของธุรกิจยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์และธุรกิจสารน้ำถูกมองว่าเป็นปัจจัยหนุนให้ยอดขายและกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
เจ้าหน้าที่ของเจดับเบิลยู ฟาร์มาซูติคอลกล่าวว่า "ธุรกิจโดยรวมของบริษัทยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีธุรกิจยาต้นตำรับที่ต้องสั่งโดยแพทย์เป็นแกนหลัก" และเสริมว่า "บริษัทจะขยายการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา(R&D) บนพื้นฐานรายได้ที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทยังคงยึดธุรกิจยาต้นตำรับเป็นแกนหลักของแผนเติบโตต่อจากนี้
ตัวเลขตลาดที่ยืนยันได้ในวันนี้คืออัตราการปรับขึ้นของตลาดหลังปิดเมื่อเทียบกับราคาปิดของตลาดหลัก ส่วนความต่อเนื่องของการเคลื่อนไหวราคาหลังปิดตลาดจะต้องติดตามจากราคาและปริมาณการซื้อขายที่เกิดขึ้นในตลาดหลักครั้งถัดไป
ความคิดเห็น 0