หุ้นเนบิอุส(Nebius, NBIS) พุ่งขึ้นราว 15% ในช่วงซื้อขายก่อนตลาดเปิดของสหรัฐฯ หลังบริษัทเปิดเผยว่ารายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่มขึ้นถึง 454% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งรายได้และผลขาดทุนต่อหุ้นออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จึงหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นทันที
Investor's Business Daily รายงานว่ารายได้ไตรมาส 2 ของเนบิอุสอยู่ที่ 582.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8.222 แสนล้านวอน) สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดที่ 570 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8.048 แสนล้านวอน)
EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 236 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.332 แสนล้านวอน) ส่วนผลขาดทุนต่อหุ้นอยู่ที่ 49 เซนต์ ซึ่ง ‘ดีกว่า’ ตัวเลขที่ตลาดคาดไว้ที่ 72 เซนต์
หลังประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นเนบิอุสในช่วงซื้อขายก่อนตลาดเปิดพุ่งขึ้นราว ‘15%’ แตะระดับประมาณ 221.84 ดอลลาร์ ช่วงเวลาเดียวกันนี้ หุ้นกลุ่ม AI คลาวด์อย่างคอร์วีฟ(CoreWeave) และไวท์ไฟเบอร์(WhiteFiber) ก็ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน
เนบิอุสเป็นบริษัท AI คลาวด์ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติ้งแบบครบวงจรสำหรับการฝึกโมเดล การอนุมาน และการนำ AI ไปใช้งานจริง หุ้นของบริษัทซื้อขายในตลาดแนสแด็กภายใต้สัญลักษณ์ NBIS
การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก รายงานก่อนหน้านี้ของ TokenPost ที่ระบุถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นของเนบิอุส พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของผลกำไรขาดทุนจากธุรกิจต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนั้นพบว่าแม้รายได้จะเติบโต แต่ผลกำไรขาดทุนสุทธิจากธุรกิจต่อเนื่องกลับพลิกเป็นขาดทุน
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้ของเนบิอุสเพิ่มขึ้นจาก 399 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.634 แสนล้านวอน) ในไตรมาส 1 ปี 2026 เป็น 582.3 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ส่วน EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วก็เพิ่มขึ้นจาก 129.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.829 แสนล้านวอน) เป็น 236 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 105.1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.484 แสนล้านวอน) รายได้ไตรมาส 2 ปีนี้ที่ 582.3 ล้านดอลลาร์จึงเติบโตขึ้นถึง ‘454%’
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม เนบิอุสเซ็นสัญญากับเอ็นวิเดีย(NVIDIA, NVDA) มูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.824 ล้านล้านวอน) ในรูปแบบวอร์แรนต์ล่วงหน้า โดยบริษัทระบุว่าจะนำเงินทุนที่ได้ไปใช้พัฒนา AI คลาวด์แบบครบวงจรและศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่
ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม เนบิอุสเปิดเผยสัญญากับเมตา(Meta, META) มูลค่าสูงสุดราว 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 38.124 ล้านล้านวอน) ระยะเวลา 5 ปี โดยประมาณ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 16.944 ล้านล้านวอน) เป็นสัญญาจองกำลังการประมวลผล GPU แบบเฉพาะที่ยืนยันแล้ว ส่วนที่เหลืออีกราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 21.18 ล้านล้านวอน) เป็นสิทธิเลือกซื้อกำลังการผลิตส่วนที่ยังไม่ได้ขาย
วันที่ 17 กรกฎาคม เนบิอุสยังได้ทำสัญญาเงินกู้แบบมีหลักประกันอาวุโสมูลค่าราว 775 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.0943 ล้านล้านวอน) โดยบริษัทระบุว่าจะนำเงินก้อนนี้ไปใช้ขยายโครงสร้าง AI คลาวด์
ธุรกิจ AI คลาวด์มีลักษณะเฉพาะคือต้องลงทุนซื้อ GPU สร้างศูนย์ข้อมูล และจัดหาระบบไฟฟ้าไว้ล่วงหน้า ก่อนจะทยอยเก็บเกี่ยวรายได้คืนผ่านสัญญากับลูกค้า การที่เนบิอุสมีทั้งรายได้ที่เติบโตและมีการระดมทุนอย่างต่อเนื่องในเวลาเดียวกัน จึงสะท้อนลักษณะของธุรกิจที่ต้องลงทุนล่วงหน้าจำนวนมากแบบนี้
GPU และศูนย์ข้อมูลไม่ได้เป็นต้นทุนหลักแค่ของบริษัท AI เท่านั้น แต่ยังเป็นรายจ่ายสำคัญของบริษัทโครงสร้างพื้นฐานคริปโตที่ต้องใช้อุปกรณ์ประมวลผลประสิทธิภาพสูงเช่นกัน ท่ามกลาง กระแสที่ภาระการลงทุนด้าน AI ถูกนำมาประเมินคู่กับศักยภาพการเติบโตของบริษัทคลาวด์ ผลประกอบการของเนบิอุสจึงเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐานแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ได้เร็วแค่ไหน
Investor's Business Daily ระบุว่านักวิเคราะห์บางส่วนมองบวกต่อการเติบโตของรายได้และการที่ EBITDA ปรับปรุงแล้วพลิกเป็นบวก ขณะที่บางส่วนแสดงความกังวลเรื่องการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่และภาระหนี้สิน โดยชี้ว่าสัญญาก้อนใหญ่แม้จะช่วยวางฐานรายได้ แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าเพียงไม่กี่ราย
EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วเป็นตัวชี้วัดแบบ non-GAAP ที่ไม่รวมดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา รวมถึงค่าตอบแทนที่จ่ายเป็นหุ้นและรายการพิเศษบางส่วน เนบิอุสมีกำหนดจัดการประชุมทางโทรศัพท์ (conference call) ชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 2 ในวันที่ 12 เวลา 21.00 น. ตามเวลาเกาหลีใต้
ความคิดเห็น 0