ดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบเยนญี่ปุ่นดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ 159.43 เยน ใกล้แนวต้าน 160 เยนอีกครั้ง หลังทางการญี่ปุ่นเพิ่งเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราไปไม่นาน นักเทรดบางส่วนอาศัยจังหวะที่เยนแข็งค่าขึ้นชั่วคราวจากการแทรกแซง กลับเข้า ‘ขายเยน’ เพื่อสร้างโพซิชันใหม่อีกครั้ง
บล็อกบีต (Blockbeat) รายงานเมื่อวันที่ 14 โดยอ้างอิงข้อมูลตลาดว่า กลุ่มนักเก็งกำไรส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยใช้จังหวะเยนดีดตัวเป็นโอกาส ‘ขายเยนในราคาที่ดีขึ้น’ ทุกครั้งที่การแทรกแซงทำให้เยนแข็งค่า ก็จะมีแรงขายเยนไหลกลับเข้ามาอีก จนกลายเป็นวงจรซ้ำ
ดอลลาร์/เยนดีดตัวจากระดับราว 157 เยน ขึ้นมาอยู่ที่ 159.43 เยน สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ของโตเคนโพสต์ (TokenPost) ที่ระบุว่า หลังการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ดอลลาร์/เยนเคยดีดกลับขึ้นสู่ระดับ 159 เยนมาแล้วเช่นกัน
หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ ‘ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย’ นักลงทุนกู้ยืมเงินเยนที่ดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงกว่า ตราบใดที่เยนไม่แข็งค่าต่อเนื่อง ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ได้ก็สามารถกลบความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้บางส่วน
โครงสร้างนี้เรียกว่า ‘Yen Carry Trade’ โดยทั่วไปจะได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่อเยนอ่อนค่าต่อเนื่อง หรือส่วนต่างดอกเบี้ยกับประเทศหลักยังคงอยู่ ในทางกลับกัน หากเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาระการคืนเงินกู้สกุลเยนก็จะเพิ่มขึ้น และกดดันให้ต้องปิดโพซิชัน
ข้อมูล ณ วันที่ 4 สิงหาคม ระบุว่าโพซิชัน short เยนของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ลดลงไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่ง แต่สถาบันบางแห่งเริ่มกลับมาใช้เยนเป็นสกุลเงินต้นทุนสำหรับการกู้ยืมอีกครั้ง
มีการกล่าวถึงความเป็นไปได้ว่าทางการญี่ปุ่นอัดฉีดเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อพยุงค่าเงินเยนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยบล็อกบีตรายงานว่ายอดแทรกแซงในบางวันอาจสูงถึงราว 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.86 ล้านล้านบาท)
แม้จะมีการแทรกแซงขนาดใหญ่ ดอลลาร์/เยนก็ยังดีดกลับขึ้นใกล้ระดับ 160 เยนอีกครั้ง ตลาดยังคงจับตาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น รวมถึงภาระทางการคลังของญี่ปุ่นว่าเป็นปัจจัยกดดันหลัก การแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราอาจช่วยชะลอความผันผวนที่รุนแรงได้ แต่ไม่สามารถลบล้างส่วนต่างดอกเบี้ยที่เป็นต้นตอของปัญหาได้
มุมมองในตลาดยังไม่ได้เอนไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน แม้โพซิชัน short เยนจะลดลงไปแล้ว แต่การที่สถาบันบางแห่งเริ่มกลับมาใช้เยนเป็นสกุลเงินต้นทุนอีกครั้ง ทำให้ประเด็นการสร้างโพซิชันใหม่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนจากนี้ไป
ท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการดำเนินนโยบายครั้งต่อไปก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา โดยกลุ่มนักเทรดบางส่วนวางเดิมพันว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bp ในการประชุมเดือนกันยายนหรือตุลาคม
บล็อกบีตรายงานเมื่อวันที่ 14 ว่า นักเทรดบางรายมองว่า หากดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ปรับตัวลงอย่างชัดเจน ดอลลาร์/เยนอาจกลับไปทดสอบระดับ 162 เยนอีกครั้ง ทั้งนี้เป็นเพียงสถานการณ์สมมติที่ผู้เล่นในตลาดประเมินไว้บนเงื่อนไขของดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ไม่ใช่การคาดการณ์ที่ยืนยันแน่นอน
สำหรับนักลงทุนไทย ทิศทางของ Yen Carry Trade มีความสำคัญ เพราะอาจเชื่อมโยงกับสภาพคล่องในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม อย่างไรก็ตาม จากตัวเลขที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังยากที่จะสรุปผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโตอย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0