StablecoinX(USDE) เปิดเผยในรายงานการเงินฉบับแรกว่าบริษัทถือครองเอเธน่า(ENA) อยู่ราว 3 พันล้านโทเคน โดยมูลค่าประเมิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน อยู่ที่ 218.4 ล้านดอลลาร์
ในรายงานฉบับนี้ StablecoinX ระบุว่าได้สร้าง 'คลังสำรอง' เอเธน่ารวมประมาณ 3 พันล้านโทเคน แบ่งเป็นส่วนที่ได้รับจากมูลนิธิเอเธน่า(Ethena Foundation) ราว 285 ล้านโทเคน และส่วนที่นักลงทุนกลุ่ม PIPE นำเงินสดและโทเคนมาแลกเข้ามาอีกราว 2.75 พันล้านโทเคน โครงสร้าง PIPE คือการที่นักลงทุนสถาบันเข้าซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียนแบบเจาะจงเป็นการภายใน (private placement)
ในดีลนี้ PIPE ถูกใช้เป็นช่องทางเชื่อมโทเคนในระบบนิเวศเอเธน่าเข้ากับกลยุทธ์การเงินของบริษัทจดทะเบียน กรณีนี้ได้รับความสนใจจากตลาด เพราะเป็นตัวอย่างที่นำโทเคนจากโปรเจกต์คริปโตมาถือเป็นสินทรัพย์ทางการเงินของบริษัท แล้วบรรจุเข้าไปในโครงสร้างบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นดั้งเดิม
บริษัทยังได้ปิดดีลควบรวมกิจการกับ TLGY Acquisition Corporation เรียบร้อยแล้ว ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก(Nasdaq) ประกาศว่าหุ้นสามัญกลุ่ม A และใบสำคัญแสดงสิทธิของ StablecoinX เริ่มซื้อขายตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน ภายใต้สัญลักษณ์ 'USDE' และ 'USDEW' ตามลำดับ
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน (เวลาท้องถิ่น) StablecoinX แถลงผ่านสำนักข่าว GlobeNewswire ว่า ณ จุดที่ดีลควบรวมเสร็จสมบูรณ์ บริษัทถือครองเอเธน่าอยู่ราว 3.029 พันล้านโทเคน และประเมินมูลค่าไว้ที่ราว 275 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างอิงราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณซื้อขายย้อนหลัง 30 วัน
ตัวเลขมูลค่าที่แตกต่างกันระหว่างสองรายงานมาจากช่วงเวลาและวิธีคำนวณราคาที่ไม่เหมือนกัน แถลงการณ์วันที่ 25 มิถุนายนอ้างอิงจุดที่ดีลปิดและราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน ขณะที่รายงานการเงินฉบับแรกใช้มูลค่าประเมิน ณ วันที่ 30 มิถุนายนเป็นเกณฑ์
StablecoinX นิยามตัวเองว่าเป็นบริษัทซอฟต์แวร์และบริการโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนระบบนิเวศเอเธน่า ส่วนเอเธน่าดำเนินธุรกิจระบบนิเวศดอลลาร์บนบล็อกเชน โดยมีสินทรัพย์หลักคือดอลลาร์สังเคราะห์ 'ยูเอสดีอี(USDe)' และสเตเบิลคอยน์สำหรับการชำระเงิน 'ยูเอสดีทีบี(USDtb)'
เอเธน่าเป็นโปรเจกต์ที่พยายามสร้างโทเคนที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐให้ทำงานบนออนเชน ส่วน ENA คือโทเคนกำกับดูแล(governance token) ของโปรโตคอลเอเธน่า โดยบริษัทระบุว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน มีโทเคน ENA หมุนเวียนอยู่ในตลาดราว 9.3 พันล้านโทเคน
กระแสการนำคริปโตเข้ามาอยู่ในกลยุทธ์การเงินของบริษัทจดทะเบียนกำลังขยายจากที่เคยเน้นบิตคอยน์(BTC) เป็นหลัก ไปสู่โทเคนอื่น ๆ มากขึ้น ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า Evernorth ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากริปเปิล(Ripple) ผลักดันโครงสร้างบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองและบริหารโทเคนริปเปิล(XRP) ในลักษณะเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม การถือครองโทเคนในปริมาณมากไม่ได้แปลว่าราคาจะไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเสมอไป StablecoinX ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ว่าความผันผวนของราคา ENA ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และความเสี่ยงด้านการจัดเก็บรักษาโทเคน ล้วนอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและฐานะการเงินของบริษัทได้
สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามเรื่องนี้ จุดที่ต้องทำความเข้าใจคือโครงสร้างนี้มีลักษณะผสมทั้งการลงทุนในโทเคนโดยตรงและการลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียน สิ่งที่ซื้อขายกันบนแนสแด็กคือหุ้นสามัญกลุ่ม A และใบสำคัญแสดงสิทธิของ StablecoinX ไม่ใช่โทเคน ENA โดยตรง
ส่วนผลประกอบการและกลยุทธ์การถือครองโทเคนของบริษัทจะแปลงเป็นรายได้จริงได้มากน้อยแค่ไหน ต้องรอการเปิดเผยข้อมูลในรอบถัดไป ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ในตอนนี้มีเพียง การควบรวมกิจการเสร็จสิ้น การเริ่มซื้อขายบนแนสแด็ก การถือครองเอเธน่าราว 3 พันล้านโทเคน และมูลค่าประเมิน 218.4 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 30 มิถุนายน
ความคิดเห็น 0