Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

51.0 ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคมิชิแกนสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาดในเดือนสิงหาคม

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ ร่วงลงมาอยู่ที่ 51.0 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากตัวเลขเดือนกรกฎาคมเคยฟื้นตัวขึ้นได้เพียงเดือนเดียว นักวิเคราะห์มองว่าภาระด้านราคาสินค้ายังคงกดดันความรู้สึกของภาคครัวเรือนอยู่

จากข้อมูลสำรวจผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน(University of Michigan) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 51.0 ต่ำกว่าทั้งตัวเลขทางการเดือนกรกฎาคมที่ 55.2 และตัวเลขคาดการณ์ของตลาดที่ 54.5

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นผลสำรวจรายเดือนที่สะท้อนมุมมองของครัวเรือนต่อสถานะการเงินปัจจุบันและทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต หากตัวเลขปรับลดลง หมายความว่าผู้บริโภคมองภาวะเศรษฐกิจและรายได้ในแง่ลบมากขึ้น

ตัวเลขรอบนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะการฟื้นตัวที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมหลังแตะจุดต่ำสุดในเดือนมิถุนายนไม่สามารถต่อเนื่องได้ แม้ความหวังเรื่องการฟื้นตัวของการใช้จ่ายจะเริ่มกลับมา แต่ภาระค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังสูงอยู่ก็ยังคงเป็นตัวฉุดความเชื่อมั่นไว้

ความคาดหวังด้านเงินเฟ้อก็ไม่ได้ปรับลดลงเช่นกัน โดยเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะ 1 ปีขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.3% จาก 4.2% ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะ 5-10 ปีทรงตัวที่ 3.3%

มีผู้บริโภคเพียง 8% เท่านั้นที่มองว่ารายได้ในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าประชาชนยังรู้สึกว่ากำลังซื้อที่แท้จริงฟื้นตัวช้ากว่ารายได้ที่เป็นตัวเงิน

เงินเฟ้อคาดการณ์ถือเป็นหนึ่งใน 'ดัชนีความรู้สึก' ที่ธนาคารกลางให้ความสำคัญ แม้จะไม่ใช่ตัวเลขเงินเฟ้อจริง แต่ก็สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องราคาและค่าจ้างของทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ จึงถูกใช้เป็นดัชนีประกอบการพิจารณานโยบายการเงิน

ธนาคารกลางสหรัฐ(Federal Reserve) ระบุในรายงานนโยบายการเงินเดือนกรกฎาคมว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเคยร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์หลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่ระบุเพิ่มเติมว่าความเชื่อมั่นที่ต่ำนั้นไม่ได้ทำให้การใช้จ่ายทรุดตัวลงทันที

ตัวเลข 51.0 ครั้งนี้เป็นปัจจัยที่เพิ่มความกังวลเรื่องการชะลอตัวของการบริโภคในสหรัฐฯ แต่การใช้เพียงดัชนีเดียวเพื่อสรุปทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐยังทำได้ยาก ต้องรอดูตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงาน และยอดค้าปลีกประกอบกันจึงจะเห็นภาพการบริโภคที่ชัดเจนขึ้น

นี่คือเหตุผลที่ตลาดคริปโตให้ความสนใจกับดัชนีนี้ด้วย เพราะความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเงินเฟ้อคาดการณ์สามารถส่งผลต่อมุมมองอัตราดอกเบี้ย ทิศทางเงินดอลลาร์ และความสนใจในสินทรัพย์เสี่ยงได้

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าตลาดคริปโตเองก็จับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิดเช่นกัน เนื่องจากหากมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป ความผันผวนระยะสั้นของสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงบิตคอยน์(BTC) ก็อาจเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดหลังการประกาศตัวเลขครั้งนี้ค่อนข้างจำกัด โดยบาร์รอนส์(Barron's) รายงานว่าราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 62,800 ดอลลาร์ ทั้งก่อนและหลังการประกาศ

ตลาดหุ้นเองก็ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางอย่างมีนัยสำคัญจากตัวเลขเดียวนี้ โดยมาร์เก็ตวอทช์(MarketWatch) รายงานว่าฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบก่อนการประกาศตัวเลขดังกล่าว

สำหรับนักลงทุนในตลาดเอเชียรวมถึงไทย ตัวเลขนี้ก็เป็นข้อมูลประกอบการประเมินภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐเช่นกัน เนื่องจากทั้งสินทรัพย์สกุลเงินท้องถิ่นและตลาดคริปโตต่างมีความอ่อนไวต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดังนั้นตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานที่จะตามมาจึงมีความสำคัญมากกว่าดัชนีความเชื่อมั่นเพียงตัวเดียว

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฉบับสมบูรณ์ของเดือนสิงหาคมมีกำหนดประกาศในวันที่ 28 สิงหาคม เวลา 21:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์โดยละเอียดที่จะเปิดเผยพร้อมกันในวันเดียวกัน รวมถึงดัชนีเงินเฟ้อและการจ้างงานที่จะตามมาหลังจากนี้ จะเป็นจุดสังเกตต่อไปสำหรับการประเมินทิศทางการบริโภคของสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1