นักวิเคราะห์จากกัลแล็คซี รีเสิร์ช(Galaxy Research) ประเมินว่าโอกาสที่ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ อย่าง 'กฎหมายคลาริตี้(CLARITY)' จะผ่านสภาคองเกรสลดลงเหลือเพียง 10% ขณะที่การพิจารณาในสภาคองเกรสล่าช้าออกไป ก.ล.ต. สหรัฐฯ(SEC) และ CFTC จึงเร่งออกมาตรการกำกับดูแลของตนเองแทน
อเล็กซ์ ธอร์น(Alex Thorn) นักวิเคราะห์กัลแล็คซี รีเสิร์ช ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กฎหมายคลาริตี้ฉบับปี 2026 เคยได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคในคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภามาก่อน แต่ต่อมาหยุดชะงักลงเพราะยังไม่มีข้อกำหนดจริยธรรมด้านสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ แรงกดดันจากกลุ่มธนาคารชุมชน และข้อโต้แย้งเรื่องเงื่อนไขคุ้มครองนักพัฒนา กัลแล็คซี รีเสิร์ชระบุว่า ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาไม่สามารถผลักดันให้มีการลงมติได้ก่อนช่วงปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคม ขณะที่สมัยประชุมเดือนกันยายนมีเวลาเพียงราว 2-3 สัปดาห์เท่านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ประเมินโอกาสผ่านกฎหมายไว้ที่ 10%
ธอร์นมองว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯ อาจผลักดันมาตรการ 'Reg Crypto' ซึ่งเป็นข้อยกเว้นที่เปิดช่องทางใหม่สำหรับการออกสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งแรก รวมถึง 'Innovation Exemption' ที่อนุญาตให้ซื้อขายหลักทรัพย์ที่แปลงเป็นโทเคน(Tokenized Securities) ในตลาดรองผ่านการเงินไร้ตัวกลาง(DeFi) ได้อีกครั้ง เขาอธิบายว่ามาตรการเหล่านี้อาจเปิดเผยรายละเอียดได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่มีแนวโน้มจะออกมาในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ที่มีกำหนดเวลาจำกัด และอาจต้องผ่านกระบวนการฟ้องร้องรวมถึงการออกกฎเพิ่มเติมอีกด้วย
ด้าน CFTC ยืนยันอำนาจกำกับดูแลสัญญาตลาดคาดการณ์(Prediction Market) โดยตอบโต้ด้วยคำสั่งฉุกเฉิน หลังอัยการสูงสุดรัฐนิวยอร์กพยายามขอคำสั่งห้ามทั่วประเทศต่อสัญญากิจกรรม(Event Contract) ของ Kalshi ทั้งนี้ ธอร์นยังระบุว่าการที่เฮสเตอร์ เพียร์ซ(Hester Peirce) กรรมาธิการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ มีกำหนดพ้นวาระในเดือนพฤศจิกายน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อกรอบเวลาการผลักดันกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่นกัน
ความคิดเห็น 0