Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

มาสเตอร์การ์ด(MA) ทุ่ม 1.8 พันล้านดอลลาร์ซื้อ BVNK จับตาชะตากฎหมายคริปโตในวุฒิสภาสหรัฐฯ

มาสเตอร์การ์ด(MA) ประกาศเข้าซื้อกิจการ BVNK ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ ด้วยมูลค่าสูงสุด 1.8 พันล้านดอลลาร์ ท่ามกลางจังหวะที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังพิจารณาร่างกฎหมายความชัดเจนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในวุฒิสภา ทำให้ดีลนี้กลายเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ในขณะนี้

มาสเตอร์การ์ดระบุในแถลงการณ์ถึงนักลงทุนเมื่อวันที่ 17 มีนาคมว่า บริษัทได้ลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อเข้าซื้อ BVNK ด้วยมูลค่าสูงสุด 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมเงินจ่ายตามเงื่อนไข (contingent payment) อีก 300 ล้านดอลลาร์ไว้ด้วย โดยดีลนี้ยังต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลและเงื่อนไขปิดดีลตามปกติ ก่อนจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

มาสเตอร์การ์ดระบุว่า การเข้าซื้อ BVNK ครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงการชำระเงินแบบ on-chain เข้ากับเครือข่ายการชำระเงินสกุลเงินตามกฎหมายที่มีอยู่เดิม BVNK ให้บริการโอนและรับเงินบนเครือข่ายบล็อกเชนหลัก และรองรับลูกค้าองค์กรในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ขณะที่ BVNK ระบุผ่านบล็อกของบริษัทเองว่า มีปริมาณธุรกรรมที่ประมวลผลต่อปีสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์

ดีลนี้สะท้อนว่ามาสเตอร์การ์ดไม่ได้มองสเตเบิลคอยน์เป็นเพียงคู่แข่งของการชำระเงินผ่านบัตร แต่พยายามเชื่อมโยงเข้ากับการโอนเงินข้ามพรมแดน การชำระเงินระหว่างองค์กร และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระบัญชี มาสเตอร์การ์ดระบุว่า ในปี 2025 มูลค่าการใช้งานสกุลเงินดิจิทัลเพื่อการชำระเงินแตะระดับอย่างน้อย 3.5 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ของมาสเตอร์การ์ดมุ่งเน้นไปที่การขยายโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและชำระบัญชีสำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นหลัก

ยอร์น แลมเบิร์ต(Jorn Lambert) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของมาสเตอร์การ์ด กล่าวในแถลงการณ์ของบริษัทว่า “สถาบันการเงินและฟินเทคส่วนใหญ่จะหันมาให้บริการสกุลเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นสเตเบิลคอยน์หรือเงินฝากแบบโทเคไนซ์ เมื่อเวลาผ่านไป” พร้อมระบุว่า “เราต้องการสนับสนุนบริการที่ใช้งานร่วมกันได้สูง เพื่อนำประโยชน์ของเงินที่ถูกแปลงเป็นโทเคนมาสู่โลกจริง” คำกล่าวนี้สะท้อนกลยุทธ์ของมาสเตอร์การ์ดที่ต้องการดึงฟังก์ชันการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลเข้ามาอยู่ในเครือข่ายการชำระเงินเดิมของตัวเอง

ขณะเดียวกัน การพิจารณาร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลของสภาคองเกรสสหรัฐฯ ก็อยู่ในกระแสเดียวกันนี้ ตามบันทึกของสภาคองเกรส ร่างกฎหมายความชัดเจนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Market Clarity Act) ผ่านการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2025 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 294 เสียง ไม่เห็นชอบ 134 เสียง ก่อนถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการการธนาคาร ที่อยู่อาศัย และกิจการเมืองของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 18 กันยายนปีเดียวกัน โดยร่างกฎหมายนี้วางกรอบการกำกับดูแลการออกและซื้อขายสินค้าดิจิทัลภายใต้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐฯ (CFTC)

CoinDesk รายงานว่า จอห์น ธูน(John Thune) ผู้นำเสียงข้างมากพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาสหรัฐฯ แสดงท่าทีระมัดระวังต่อความเป็นไปได้ที่ร่างกฎหมายจะผ่านการพิจารณาก่อนช่วงปิดสมัยประชุมฤดูร้อน โดยธูนกล่าวว่า “อยากให้อย่างน้อยก็เริ่มพิจารณากฎหมาย Clarity ได้ก่อน ต้องดูก่อนว่าเสียงโหวตอยู่ตรงไหน” ด้านแพทริก วิตต์(Patrick Witt) ที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลประจำทำเนียบขาว กล่าวในรายงานเดียวกันว่า ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่วุฒิสภาจะดำเนินการในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของภาคเอกชนเดินหน้าไปก่อนแล้ว ขณะที่กรอบกฎหมายของสหรัฐฯ ยังต้องผ่านกระบวนการของวุฒิสภาและการประสานประเด็นต่าง ๆ อีกหลายขั้นตอน ดีลของมาสเตอร์การ์ดเองก็ยังเหลือขั้นตอนการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อนปิดดีล เช่นเดียวกับร่างกฎหมายความชัดเจนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาก่อนจะเดินหน้าสู่ขั้นตอนถัดไป

แหล่งอ้างอิงที่ยืนยันแล้ว: Mastercard Investor Relations, BVNK, CoinDesk, Congress.gov

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1