อูรีเทคโนโลยี(Woori Technology, 032820) ลงนามสัญญามูลค่า 8.5 พันล้านวอน กับ Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP) เพื่อจัดหาระบบควบคุมให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โกริ หน่วยที่ 3 และ 4 โดยมูลค่าสัญญาคิดเป็น 9.7% ของยอดขายรวมปีที่ผ่านมา
อูรีเทคโนโลยีเปิดเผยเมื่อวันที่ 20 ว่า บริษัทได้ลงนามสัญญาจัดหา 'อุปกรณ์เก็บข้อมูล (DAS)' ที่เชื่อมกับระบบคอมพิวเตอร์หลัก (PMS) ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โกริ หน่วยที่ 3 และ 4 สัญญามีระยะเวลาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2028
ตามสัญญาฉบับนี้ อูรีเทคโนโลยีจะจัดหาระบบ DAS ที่ใช้ในระบบเฝ้าระวังของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พร้อมทั้งดูแลการติดตั้งระบบและให้การสนับสนุนด้านเทคนิคควบคู่กันไป
บริษัทจะดำเนินการยกระดับระบบควบคุมและวัดผล เพื่อเฝ้าระวังอุปกรณ์หลักของโรงไฟฟ้าโกริ หน่วยที่ 3 และ 4 อย่างละเอียด พร้อมเก็บรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลการเดินเครื่องอย่างมั่นคง ความน่าเชื่อถือของระบบเก็บข้อมูลและเฝ้าระวังแบบบูรณาการ ถือเป็น'ปัจจัย'ที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของอุปกรณ์ในการเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
PMS คือระบบที่เฝ้าระวังและวิเคราะห์สถานะการเดินเครื่องของระบบและอุปกรณ์หลักในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบเรียลไทม์ ส่วน DAS เป็นอุปกรณ์ที่เก็บรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลการวัดผลและการเดินเครื่องภายในโรงไฟฟ้า เพื่อช่วยตรวจจับความผิดปกติและใช้ประกอบการตัดสินใจซ่อมบำรุง
อุปกรณ์ควบคุมและวัดผลของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นส่วนที่รวบรวมข้อมูลการเดินเครื่องไว้ในจุดเดียว เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวัง แจ้งเตือน และควบคุม โดยทั่วไปโครงการเปลี่ยนหรือปรับปรุงอุปกรณ์ลักษณะนี้ต้องผ่านการตรวจสอบทั้งด้านความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบเดินเครื่องเดิมไปพร้อมกัน
อูรีเทคโนโลยีระบุว่าธุรกิจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนา ออกแบบ ผลิต ทดสอบ ไปจนถึงซ่อมบำรุงระบบเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และควบคุม เว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าสามารถผลิตอุปกรณ์ควบคุมและวัดผล (MMIS) ได้เองในประเทศ และเคยจัดหาให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ชินฮันอุล หน่วยที่ 1 และ 2 รวมถึงแซอุล หน่วยที่ 3 และ 4 มาแล้ว
การได้งานครั้งนี้ต่อเนื่องมาจากสัญญาจัดหาระบบควบคุมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮันอุล หน่วยที่ 1 และ 2 ก่อนหน้านี้ เดอะเบลล์(The Bell) รายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า อูรีเทคโนโลยีลงนามสัญญาจัดหาระบบ PMS DAS ให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮันอุล หน่วยที่ 1 และ 2 กับ KHNP มูลค่า 9.2 พันล้านวอน
สัญญาฮันอุล หน่วยที่ 1 และ 2 คิดเป็นสัดส่วน 10.6% ของยอดขายปีที่ผ่านมา และมีกำหนดสิ้นสุดถึงเดือนมกราคม 2028 ส่วนสัญญาโกริ หน่วยที่ 3 และ 4 สิ้นสุดช้ากว่าหนึ่งเดือน คือเดือนกุมภาพันธ์ 2028
นิวสพิม(Newspim) รายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ยอดค้างสัญญา (backlog) ของอูรีเทคโนโลยี ณ สิ้นไตรมาสแรก อยู่ที่ 1.004 แสนล้านวอน เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทระบุในขณะนั้นว่าคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ถึงกำหนดปรับปรุงอุปกรณ์ อย่างโกริ หน่วยที่ 3 และ 4 ด้วยเช่นกัน
บทสนทนาเรื่องห่วงโซ่อุปทานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเกาหลีใต้ยังคงดำเนินต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของอุปกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่และโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า จุดเชื่อมต่อระหว่างเทอร์ราพาวเวอร์(TerraPower) กับห่วงโซ่อุปทานของเกาหลีใต้ นำไปสู่การหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สัญญาฉบับนี้ไม่ใช่โครงการใหม่ด้านเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) แต่เป็นเรื่องของการจัดหาระบบ PMS DAS และการสนับสนุนด้านเทคนิคให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โกริ หน่วยที่ 3 และ 4 ที่มีอยู่เดิม ควรแยกพิจารณาระหว่างการหารือเรื่องห่วงโซ่อุปทานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่ กับสัญญาปรับปรุงอุปกรณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิม เนื่องจากมีลักษณะธุรกิจและโครงสร้างการรับรู้รายได้ที่แตกต่างกัน
ตัวแทนจากอูรีเทคโนโลยีกล่าวว่า "บริษัทได้รับการยอมรับด้านเทคโนโลยีในสาขาการเฝ้าระวังและบริหารจัดการข้อมูลหลัก ซึ่งจำเป็นต่อการเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ต่อจากโรงไฟฟ้าฮันอุล หน่วยที่ 1 และ 2 มาสู่ความสำเร็จในการได้งานโครงการโกริ หน่วยที่ 3 และ 4 ในครั้งนี้" พร้อมระบุว่า "บริษัทจะบริหารคุณภาพอย่างเข้มงวดและดำเนินโครงการอย่างมั่นคง เพื่อร่วมยกระดับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า" คำกล่าวนี้สะท้อนความมั่นใจของบริษัทต่อการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของเกาหลีใต้
สัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2028 ส่วนขนาดและช่วงเวลาที่จะรับรู้เป็นยอดขายจริงจะขึ้นอยู่กับกระบวนการดำเนินโครงการและกำหนดการส่งมอบงานต่อไป
ความคิดเห็น 0