ยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนทะลุ 40,000 ตัวในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 97% ของยอดส่งมอบทั่วโลก ตัวเลขนี้สะท้อนว่าฐานการผลิตของจีนในสาย 'ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ' หรือ Embodied AI ซึ่งเป็นการนำ AI มาผนวกกับอุปกรณ์จริง กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
จาง เฟิง (Zhang Feng) เลขาธิการพรรคประจำคณะกรรมการบริหารสมาคมอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศจีน และประธานคณะกรรมการร้อยผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพของจีน เปิดเผย 'รายงานการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ปี 2026' ในงานประชุมหุ่นยนต์โลก 2026 (2026 World Robot Conference) เมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของสำนักข่าว China National Radio (CNR)
รายงานฉบับนี้ระบุว่าการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เข้าสู่ช่วง 'การปรากฏตัวแบบรวมกลุ่ม' แล้ว โดยความสามารถด้านการรับรู้สภาพแวดล้อม การวางแผนและตัดสินใจ รวมถึงการควบคุมการเคลื่อนไหว ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีความสามารถในการปรับตัวและความเสถียรในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น
ในด้านอุตสาหกรรม รายงานประเมินว่าจีนได้สร้าง 'ห่วงโซ่การผลิตครบวงจร' ตั้งแต่ชิปหลัก ชิ้นส่วนประกอบ ไปจนถึงตัวเครื่องสำเร็จรูปแล้ว นั่นหมายความว่าไม่ใช่แค่หุ่นยนต์สำเร็จรูปเท่านั้นที่เดินหน้า แต่ยังรวมถึงเซ็นเซอร์ เซมิคอนดักเตอร์ เกียร์ทดรอบ แบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์ควบคุม ที่เคลื่อนตัวไปพร้อมกันทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) คือกระแสเทคโนโลยีที่นำ AI ไปติดตั้งในอุปกรณ์ทางกายภาพอย่างหุ่นยนต์ เพื่อรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัว ตัดสินใจ แล้วแปลงเป็นการเคลื่อนไหวจริง หากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิมถนัดงานและพื้นที่ที่กำหนดตายตัว หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลับได้รับความสนใจเพราะสามารถเข้าไปทำงานในโรงงาน คลังสินค้า และพื้นที่บริการที่ออกแบบมาสำหรับมนุษย์ได้
รายงานยังระบุว่าขอบเขตการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยกำลังเคลื่อนจากขั้นตอนผลิตจำนวนน้อยไปสู่การติดตั้งใช้งานประจำและขยายสเกลอย่างเป็นระบบ
ตัวเลขสำคัญของรายงานฉบับนี้คือยอดส่งมอบในจีนช่วงครึ่งปีแรกที่มากกว่า 40,000 ตัว และสัดส่วนตลาดโลก 97% ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดที่ระบุว่าผู้ผลิตจีนครองส่วนแบ่งยอดส่งมอบทั่วโลกมากกว่า 97% ในช่วงครึ่งปีแรกเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับล่าสุดนี้ระบุตัวเลขยอดส่งมอบที่สูงกว่าการรวบรวมของบริษัทวิจัยตลาดก่อนหน้า แม้จะอ้างสัดส่วน 97% เท่ากัน แต่ตัวเลขอาจแตกต่างกันได้ตามขอบเขตการเก็บข้อมูล วิธีคำนวณ และเกณฑ์การนับยอดส่งมอบ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียดเกณฑ์ที่ใช้เพิ่มเติมในระยะต่อไป
รายงานสรุปการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมไว้ 4 ด้าน ได้แก่ นวัตกรรมเทคโนโลยี ความสามารถในการผลิตตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม การขยายขอบเขตการใช้งาน และการสร้างระบบนิเวศ ซึ่งสะท้อนว่าการยกระดับเทคโนโลยีและการขยายฐานการผลิตกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน
การแถลงครั้งนี้เป็นการสรุปภาพรวมอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนออกเป็น 4 แกน คือ เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน การใช้งาน และการสร้างระบบนิเวศ โดยรายงานระบุว่าในด้านระบบนิเวศอุตสาหกรรม มีการผลักดันการกำหนดมาตรฐาน การพัฒนาบุคลากร ความร่วมมือระหว่างประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรมไปพร้อมกัน จนเกิดเป็นโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้นแล้ว
การที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะก้าวข้ามจากต้นแบบจัดแสดงไปสู่อุปกรณ์ที่ใช้งานซ้ำได้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยและบุคลากรผู้ควบคุมระบบรองรับด้วย ยิ่งห่วงโซ่อุตสาหกรรมขยายกว้างขึ้นเท่าไร การแบ่งบทบาทระหว่างผู้ผลิตเครื่องสำเร็จรูป ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และภาคธุรกิจที่ใช้งานจริง ก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย
สำหรับตลาดเกาหลีใต้ ตัวเลขนี้ถูกมองว่าสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ AI และความต้องการระบบอัตโนมัติในภาคการผลิต การขยายฐานการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เชื่อมโยงโดยตรงกับระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ เซนเซอร์ ชิ้นส่วนความแม่นยำสูง แบตเตอรี่ และซอฟต์แวร์ควบคุม
ขอบเขตการใช้งานเชิงพาณิชย์ก็ขยายตัวต่อเนื่องเช่นกัน ก่อนหน้านี้ AI² Robotics ได้รับสัญญาจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 1,000 ตัวให้กับผู้ผลิตจอแสดงผลเซมิคอนดักเตอร์รายหนึ่ง เป็นระยะเวลา 3 ปี
ข้อมูลชุดนี้ไม่ได้ระบุความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลแต่อย่างใด แต่การผสานกันระหว่าง AI และการผลิตหุ่นยนต์ มีแนวโน้มจะถูกพูดถึงควบคู่ไปกับประเด็นห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล และการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติต่อไป
เนื้อหาที่รายงานนำเสนอเป็นการประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมและสัดส่วนยอดส่งมอบ ไม่ใช่ข้อมูลที่อธิบายรายได้หรือผลกำไรของบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยตรง สมาคมอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศจีนระบุว่านวัตกรรมเทคโนโลยี ความสามารถในการผลิตตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม การขยายขอบเขตการใช้งาน และการสร้างระบบนิเวศด้านมาตรฐาน บุคลากร และความร่วมมือ คือการเปลี่ยนแปลงหลักของอุตสาหกรรมนี้
ความคิดเห็น 0