Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ชะลอแผนผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จำนวนมาก ยูนิทรี(Unitree) ชี้ประสิทธิภาพยังสู้คนไม่ได้

บริษัทหุ่นยนต์จีนอย่างยูนิทรี(Unitree) ระบุว่ายังไม่สามารถเร่งนำ 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' ไปใช้งานจำนวนมากในโรงงานและบ้านเรือนได้ในเร็ววัน แม้หุ่นยนต์จะทำงานบางอย่างได้แล้ว แต่ประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงานเมื่อเทียบกับมนุษย์ยังไม่เพียงพอ

สำนักข่าวไฉเหลียนเช่อ (Cailian Press) ของจีนรายงานว่า หวัง ซิ่งซิ่ง(Wang Xingxing) ผู้ก่อตั้งและประธานยูนิทรี กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างปาฐกถาในงานประชุมหุ่นยนต์โลก 2026 (World Robot Conference 2026 หรือ WRC 2026) เมื่อถูกถามว่าเหตุใดผลิตภัณฑ์ของบริษัทจึงยังไม่ถูกนำไปใช้งานจำนวนมากในพื้นที่จริงอย่างโรงงานและบ้านเรือน หวัง ซิ่งซิ่ง ตอบว่า "ตอนนี้ประสิทธิภาพและความสามารถโดยรวมยังไม่เพียงพอ"

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า "ตอนนี้หุ่นยนต์ทำงานบางอย่างได้ แต่ประสิทธิภาพยังต่ำกว่ามนุษย์" พร้อมระบุว่าทุกครั้งที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ต้องรับงานใหม่ จะต้องเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดประสิทธิภาพให้ต่ำลง

หวัง ซิ่งซิ่ง กล่าวว่า "เราต้องการทำให้เทคโนโลยีมีความเป็นสากลมากขึ้น และทำให้ความสามารถแม่นยำมากขึ้น ก่อนจะผลักดันการใช้งานจำนวนมากในพื้นที่จริง" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถในการทำงานให้ครอบคลุมหลากหลายงานและมีความแม่นยำมากกว่าการเร่งขยายกำลังผลิต

ถ้อยแถลงครั้งนี้สะท้อนทั้งความคาดหวังและข้อจำกัดของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ถูกออกแบบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานของมนุษย์ จึงมีการพูดถึงศักยภาพในการใช้งานในโรงงาน คลังสินค้า และบริการภายในบ้านมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้งานจริงแตกต่างจากการสาธิตทั่วไป เพราะต้องคำนึงถึงความเร็วในการทำงานซ้ำ ๆ อัตราความผิดพลาด ความปลอดภัย และต้นทุนการบำรุงรักษาไปพร้อมกัน อีกทั้งหุ่นยนต์ต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนไปได้อย่างเสถียรด้วย

ช่วงหลังยูนิทรียังเป็นที่จับตาในตลาดทุนอีกด้วย ทางโทเคนโพสต์เคยรายงานว่า ยูนิทรีเดินหน้าแผนเสนอขายหุ้น IPO บนตลาด STAR Market ของจีน พร้อมประกาศเป้ายอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 5,500 ตัว

นอกจากนี้ บริษัทยังเคย เปิดคลิปหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ที่กระโดดขึ้นในแนวตั้งได้สูงถึง 2 เมตร และทำความเร็วสูงสุดได้ 12.66 เมตรต่อวินาที ทว่าข้อมูลที่เปิดเผยในตอนนั้นก็เป็นเพียงการสาธิตสมรรถนะด้านการเคลื่อนไหว มากกว่าจะเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้งานจริง

คำกล่าวในงาน WRC 2026 ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากการโชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยีแล้ว การนำไปใช้งานจริงยังต้องการประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงานที่หลากหลายมากกว่านี้ ฮาร์ดแวร์ของหุ่นยนต์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริง แต่ความสามารถทั่วไปในการทำความเข้าใจและลงมือทำงานใหม่ ๆ ต่างหากที่จะเป็นตัวกำหนดความเร็วในการนำไปใช้เชิงพาณิชย์

สำหรับผู้อ่านในไทย ประเด็นนี้ก็เชื่อมโยงกับกระแสเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัตโนมัติในภาคการผลิตเช่นกัน เพราะการที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะเข้าไปทำงานในโรงงานได้ ต้องอาศัยเซนเซอร์ ชิ้นส่วนขับเคลื่อน ซอฟต์แวร์ควบคุม และโครงสร้างพื้นฐานด้านการเรียนรู้ของ AI ประกอบกัน

กระนั้น คำกล่าวของหวัง ซิ่งซิ่ง ไม่ได้เป็นสัญญาณว่าแผนการผลิตจำนวนมากใกล้จะเกิดขึ้น แต่เป็นการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่า ซึ่งยังมีโจทย์เรื่องประสิทธิภาพเทียบกับมนุษย์ และปัญหาการเรียนรู้งานใหม่ทุกครั้งที่ยังแก้ไม่ตก

ยูนิทรีระบุว่าจะทำให้เทคโนโลยีมีความเป็นสากลมากขึ้นและปรับความสามารถในการทำงานให้แม่นยำขึ้นก่อน จากนั้นจึงจะผลักดันการใช้งานจำนวนมากในพื้นที่จริงต่อไป ส่วนผลกระทบที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะมีต่อภาคอุตสาหกรรมนั้น คงต้องรอดูหลังจากยืนยันได้ว่าประสิทธิภาพดีขึ้นจริงและสามารถรับมือกับงานซ้ำ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1