โรงกลั่นน้ำมันจีนเพิ่มการซื้อน้ำมันดิบอิรักที่ได้รับส่วนลดพิเศษต่อเนื่อง สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเส้นทางจัดหาน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ความไม่แน่นอนในช่องแคบฮอร์มุซและเส้นทางทะเลแดงเริ่มส่งผลต่อค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และกำหนดการขนส่งมากกว่าราคาน้ำมันดิบเอง
OilPrice รายงานเมื่อวันที่ 17 (เวลาท้องถิ่น) ว่าโรงกลั่นจีนกำลังซื้อน้ำมันดิบ 'บาสราเฮฟวี' (Basra Heavy) และ 'บาสรามีเดียม' (Basra Medium) จากอิรักเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตัวเลขปริมาณซื้อล่าสุดที่ระบุในรายงานราว 8 ล้านบาร์เรล ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวอื่นที่ตรวจสอบไขว้ได้ จึงไม่นำมาเป็นแกนหลักในการรายงานครั้งนี้
ด้าน Reuters รายงานว่า องค์การการตลาดน้ำมันแห่งรัฐอิรัก หรือ SOMO (State Oil Marketing Organization) เสนอส่วนลดสำหรับน้ำมันดิบที่ส่งมอบในเดือนสิงหาคม โดยบาสรามีเดียมลดราคา 25-27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนบาสราเฮฟวีลดราคา 27.80-29.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ผู้สังเกตการณ์มองว่าอิรักปรับเงื่อนไขราคาลงเพื่อรักษาฐานผู้ซื้อไว้ ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
การส่งออกของอิรักฟื้นตัวไปในทิศทางเดียวกัน กระทรวงน้ำมันอิรักระบุว่า นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ปริมาณส่งออกน้ำมันดิบอยู่ที่ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมทั้งสิ้นประมาณ 26 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุขึ้น
ความต้องการจากฝั่งจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่น้ำมันอิรัก โรงกลั่นอิสระในมณฑลซานตงซื้อน้ำมันดิบบาสราเฮฟวีสำหรับส่งมอบเดือนกรกฎาคมจำนวน 2 ล้านบาร์เรล ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นและเทรดดิ้งรายใหญ่ของจีนก็เข้าซื้อน้ำมันดิบ 'อัปเปอร์ซากุม' (Upper Zakum) จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มเติมด้วย
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนโครงสร้างที่ว่า ยิ่งอุปทานน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียไม่แน่นอนมากเท่าใด ผู้ซื้อก็ยิ่งต้องพิจารณาทั้งเงื่อนไขราคาและแหล่งทดแทนไปพร้อมกัน โรงกลั่นที่ซื้อน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไม่ได้มองแค่ราคาต่อบาร์เรลอีกต่อไป แต่ต้องคำนวณความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือ การจัดหาเรือบรรทุก ค่าประกันภัย และความเสี่ยงที่การขนส่งจะล่าช้าไปพร้อมกัน
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA (International Energy Agency) ระบุว่า ณ ปี 2025 ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดคอขวดสำคัญที่มีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมผ่านเฉลี่ยวันละ 20 ล้านบาร์เรล ขณะที่ขีดความสามารถของเส้นทางขนส่งทดแทนอยู่ที่เพียง 3.5-5.5 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลเปิด ถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง แม้ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีเส้นทางอ้อมบางส่วน แต่อิรัก คูเวต กาตาร์ บาห์เรน และอิหร่าน ยังคงต้องพึ่งพาช่องแคบนี้ในสัดส่วนที่สูง
แรงกดดันในฝั่งทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน Reuters รายงานว่าโรงกลั่นในเอเชียกำลังพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่ออกจากท่าเรือยันบูของซาอุดีอาระเบีย ไปใช้เส้นทางผ่านคลองสุเอซและแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกาแทน ซึ่งจะทำให้ใช้เวลานานกว่าเส้นทางปกติสูงสุดถึง 4 สัปดาห์ และอาจทำให้ค่าระวางเรือกับต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
การเดินเรือแบบปิดสัญญาณระบุตัวตนอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่าเรือ 'มืด' (dark ships) ที่เพิ่มจำนวนขึ้น ก็ยิ่งทำให้การประเมินอุปสงค์-อุปทานทำได้ยากขึ้น เมื่อไม่สามารถระบุปริมาณและกำหนดเวลาที่แท้จริงของเรือบรรทุกน้ำมันได้ โรงกลั่นและเทรดเดอร์จึงต้องบวกเบี้ยความเสี่ยงเข้าไปในราคาสูงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบก็สะท้อนความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งเช่นกัน ณ วันที่ 17 สิงหาคม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 88.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือ WTI (West Texas Intermediate) อยู่ที่ 82.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยความไม่แน่นอนเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและความกังวลเรื่องการโจมตีทางทะเล เป็นปัจจัยหนุนราคาไว้
สำหรับนักลงทุนที่ติดตามตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ข่าวการซื้อน้ำมันของจีนเท่านั้น ราคาน้ำมันดิบส่งผลต่อเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศ ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงบิตคอยน์(BTC) ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ยังไม่พบผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโต ประเด็นนี้จึงไม่ควรถูกมองเป็นปัจจัยที่ชี้ทิศทางราคาบิตคอยน์อย่างชัดเจน แต่เป็นตัวแปรพื้นหลังของสินทรัพย์เสี่ยงที่ต้องพิจารณาร่วมกับราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ เงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเรื่อง การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซที่กลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง และความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มพันธมิตรอ่าวเปอร์เซีย การที่โรงกลั่นจีนเร่งซื้อน้ำมันอิรักเพิ่มในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ความไม่มั่นคงดังกล่าวส่งผลจริงต่อเส้นทางจัดหาน้ำมันดิบและเงื่อนไขราคา
หากสถานการณ์ด้านโลจิสติกส์น้ำมันยังผันผวนต่อเนื่อง ตลาดจะยังคงต้องจับตาสถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนเส้นทางผ่านทะเลแดง และอัตราค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียไปพร้อมกัน ตัวเลขที่ยืนยันได้ในขณะนี้ ได้แก่ ปริมาณส่งออกน้ำมันของอิรักที่ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวันตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ส่วนลดราคาน้ำมันดิบบาสรา และราคาน้ำมันดิบเบรนท์-WTI ณ วันที่ 17 สิงหาคม
ข้อมูลหลักที่ใช้ตรวจสอบในบทความนี้มาจาก OilPrice, IEA, Reuters/Moneycontrol, Dawn และ Reuters/Investing.com
ความคิดเห็น 0