หุ้นดีเออร์(DE) พุ่งขึ้น 6.94% ในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ของปีงบประมาณที่ 'กำไรต่อหุ้น' (EPS) สูงกว่าคาดการณ์ตลาด พร้อมปรับเพิ่มกรอบคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปีเป็น 4.75-5.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดีเออร์ (Deere & Company, $DE) เปิดเผยรายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมว่า ไตรมาส 3 ของปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดวันที่ 2 สิงหาคม มีกำไรสุทธิ 1.379 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรต่อหุ้นแบบเจือจาง (Diluted EPS) อยู่ที่ 5.10 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรสุทธิ 1.289 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ EPS 4.75 ดอลลาร์
รายได้ไตรมาส 3 อยู่ที่ 11.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 10.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยอดขายสุทธิรวมรายได้ (Net Sales and Revenue) แตะ 12.608 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า ทั้ง EPS และรายได้ทำได้ดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ของ 'ลอนดอนสต็อกเอ็กซ์เชนจ์กรุ๊ป' (London Stock Exchange Group, LSEG) ซึ่งประเมิน EPS ไว้ที่ 4.70 ดอลลาร์ และรายได้ไว้ที่ 10.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลประกอบการรายกลุ่มธุรกิจของดีเออร์เป็นไปในทิศทางที่แตกต่างกัน กลุ่ม 'การผลิตและเกษตรแม่นยำ' (Production and Precision Agriculture) มียอดขายสุทธิ 3.998 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 6% ขณะที่กลุ่ม 'เกษตรขนาดเล็กและสนามหญ้า' (Small Agriculture and Turf) มียอดขายสุทธิ 3.377 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12%
ด้านกลุ่ม 'ก่อสร้างและป่าไม้' (Construction and Forestry) มียอดขายสุทธิ 3.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% สะท้อนว่าธุรกิจนอกภาคเกษตรช่วยพยุงผลประกอบการโดยรวมไว้ได้ ท่ามกลางความต้องการเครื่องจักรกลการเกษตรที่ชะลอตัวลง
ดีเออร์ระบุว่าผลประกอบการไตรมาส 3 และช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณนี้ ได้รับผลบวกจากเงินคืนภาษีศุลกากร (Tariff Refund) โดยไตรมาส 3 มียอดคืนภาษี 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนยอดสะสม 9 เดือนแรกอยู่ที่ 382 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จอห์น เมย์(John C. May) ประธานและซีอีโอของดีเออร์ กล่าวว่า "ดีเออร์ทำผลงานไตรมาสนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนถึงวินัยในการบริหารงานของทีมงานและความยืดหยุ่นของพอร์ตธุรกิจโดยรวม" คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองของบริษัทว่า แม้เผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค แต่ความต้องการเครื่องจักรกลการเกษตรหลักและอำนาจในการกำหนดราคายังคงมีผลต่อผลประกอบการ
ดีเออร์ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของดีเออร์สำหรับปีงบประมาณ 2026 เป็นช่วง 4.75-5.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่ากรอบล่างเดิมที่ 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในวันที่มีการเปิดเผยผลประกอบการ ราคาหุ้นดีเออร์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 40.31 ดอลลาร์จากวันซื้อขายก่อนหน้า มาอยู่ที่ 620.94 ดอลลาร์ คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 6.94%
ผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าดีเออร์กำลังปรับ 'ราคา ต้นทุน และพอร์ตธุรกิจ' อย่างไร ท่ามกลางความต้องการเครื่องจักรกลการเกษตรที่ชะลอตัว แม้กลุ่มการผลิตและเกษตรแม่นยำจะลดลง แต่กลุ่มก่อสร้างและป่าไม้ รวมถึงกลุ่มเกษตรขนาดเล็กและสนามหญ้า ช่วยชดเชยส่วนที่หายไปได้บางส่วน
ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่าอาร์คอินเวสต์ (ARK Invest) ซึ่งนำโดยแคธี วูด(Cathie Wood) เพิ่มการถือครองหุ้นเอ็นวิเดียและลดสัดส่วนหุ้นดีเออร์ลง โดยระบุว่าข้อมูลการซื้อขายที่เปิดเผยในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะชี้ทิศทางราคาหุ้นดีเออร์ในอนาคตได้อย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0