กระเป๋าเงินที่เทรดอัลต์คอยน์บนดีเอ็กซ์ (DEX) ของอีเธอเรียม(ETH) มีความผันผวนของกำไรขาดทุนสูงกว่ากระเป๋าที่เทรดเฉพาะโทเคนขนาดใหญ่ แต่กลับไม่ได้มี 'อัตราชนะ' ที่ดีกว่าอย่างสม่ำเสมอ
คอยน์เก็คโค(CoinGecko) เปิดเผยรายงานชื่อ 'Trading Majors vs. Altcoins: Ethereum DEX Trader Profitability, 2020-2026' เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) โดยวิเคราะห์กำไรขาดทุนที่รับรู้แล้วและอัตราชนะของกระเป๋าเงินที่เทรดบนดีเอ็กซ์ของอีเธอเรียมตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2026 กลุ่มตัวอย่างคือโทเคนที่ซื้อขายได้บนอีเธอเรียมประมาณ 200 รายการ จากโทเคน 500 อันดับแรกตามมูลค่าตลาดของคอยน์เก็คโคในปี 2026 โดยตัดสเตเบิลคอยน์ออก
คอยน์เก็คโคแบ่งกระเป๋าเงินออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ 'Majors-Only' ที่เทรดเฉพาะโทเคนขนาดใหญ่ และกลุ่มที่สองคือ 'Altcoins (Any)' ที่เคยเทรดโทเคนอันดับ 11-200 อย่างน้อยหนึ่งครั้ง กระเป๋าเงินกลุ่มอัลต์คอยน์ยังรวมกระเป๋าที่เทรดทั้งโทเคนขนาดใหญ่และอัลต์คอยน์ไปพร้อมกันด้วย จึงยากที่จะนำผลลัพธ์นี้ไปสรุปเป็นผลงานของกลยุทธ์เทรดอัลต์คอยน์ล้วนๆ
ดีเอ็กซ์คือตลาดแลกเปลี่ยนโทเคนแบบออนเชนที่ไม่ผ่านตัวกลางอย่างเซ็นทรัลไลซ์เอ็กซ์เชนจ์ ส่วนกำไรขาดทุนที่รับรู้แล้วในรายงานนี้หมายถึงผลกำไรขาดทุนที่ปิดสถานะแล้วเท่านั้น ไม่รวมผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ของสถานะที่ยังไม่ได้ขาย
เมื่อดูค่ามัธยฐานของกำไรขาดทุน พบว่ากระเป๋าอัลต์คอยน์มีความผันผวนกว้างกว่าชัดเจน ในปี 2021 กระเป๋าโทเคนขนาดใหญ่มีกำไรขาดทุนที่รับรู้แล้วค่ากลางอยู่ที่ 339.21 ดอลลาร์ ขณะที่กระเป๋าอัลต์คอยน์อยู่ที่ 2,016.02 ดอลลาร์ ส่วนในปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงตลาดขาลง กระเป๋าโทเคนขนาดใหญ่ขาดทุน -222.18 ดอลลาร์ ขณะที่กระเป๋าอัลต์คอยน์ขาดทุนหนักถึง -733.03 ดอลลาร์
คอยน์เก็คโคระบุว่า 6 ใน 7 ปีที่วิเคราะห์ ขนาดกำไรขาดทุนค่ากลางของกระเป๋าอัลต์คอยน์สูงกว่ากระเป๋าโทเคนขนาดใหญ่ประมาณ 3-6.6 เท่า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าผู้เทรดอัลต์คอยน์ทำกำไรได้ดีกว่าเสมอไป แต่สะท้อนว่าในทิศทางตลาดเดียวกัน ทั้งกำไรและขาดทุนของกลุ่มนี้มีขนาดใหญ่กว่า
ทิศทางกำไรขาดทุนของทั้งสองกลุ่มเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกัน โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ที่คอยน์เก็คโคระบุอยู่ที่ 0.975 กล่าวคือทั้งสองกลุ่มขยับตามคลื่นตลาดเดียวกัน เพียงแต่กระเป๋าอัลต์คอยน์มีช่วงแกว่งของกำไรและขาดทุนที่กว้างกว่า
ในด้าน 'อัตราชนะ' ภาพกลับอ่อนแอกว่า อัตราชนะค่ากลางของผู้เทรดดีเอ็กซ์อีเธอเรียมที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ทั้งหมดในปี 2026 อยู่ที่ 26.29% ซึ่งคอยน์เก็คโคตีความว่าหมายถึงผู้เทรดราว 3 ใน 4 คนขาดทุน
อัตราชนะค่ากลางในปี 2025 อยู่ที่ 52.20% ตัวเลขปี 2026 จึงต่ำกว่าถึง 25.91 จุดเปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าแม้ความผันผวนของกำไรขาดทุนจะเพิ่มขึ้น แต่อัตราความสำเร็จในการเทรดกลับไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย
สัดส่วนผู้เทรดอัลต์คอยน์ก็ยังไม่กลับไปแตะจุดสูงสุดในอดีต สัดส่วนกระเป๋าอัลต์คอยน์ลดลงจาก 15.82% ในปี 2021 เหลือ 7.22% ในปี 2024 ก่อนจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 10.82% ในปี 2026 แต่ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่าระดับ 14.08% ของปี 2020
ในปี 2026 กระเป๋าเงินทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์มีจำนวน 628,326 กระเป๋า ในจำนวนนี้เป็นกระเป๋าอัลต์คอยน์ 67,992 กระเป๋า แม้การเทรดอัลต์คอยน์จะเริ่มฟื้นตัว แต่ยังยากที่จะเรียกว่ากระจายตัวในระดับเดียวกับปี 2021
การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานการเทรดกับผลกำไรของนักเทรดรายย่อยกลับเคลื่อนไหวไปคนละทาง รายงานแยกอีกฉบับของคอยน์เก็คโคชื่อ 'CEX & DEX Trading Activity Report 2026' ระบุว่าสัดส่วนการเทรดสปอตผ่านดีเอ็กซ์เพิ่มจาก 6.9% ในเดือนมกราคม 2024 เป็น 13.6% ในเดือนมกราคม 2026 แม้ฐานผู้ใช้ดีเอ็กซ์จะขยายตัว แต่ผลวิเคราะห์กำไรขาดทุนของกระเป๋าเงินในครั้งนี้กลับพบว่ากำไรขาดทุนที่รับรู้แล้วรวมของปี 2026 ติดลบถึง -3.3 พันล้านดอลลาร์
ประเด็นสำคัญสำหรับผู้อ่านคือช่องว่างระหว่างกระแสพูดถึง 'อัลต์ซีซั่น' กับผลงานจริงของกระเป๋าเงิน ทางเราเคยรายงานว่าควรพิจารณาแยกต่างหากด้วยว่าเม็ดเงินได้กระจายไปทั่วตลาดอัลต์คอยน์จริงหรือไม่ และผลวิเคราะห์ของคอยน์เก็คโคครั้งนี้ก็เป็นข้อมูลที่มองผลลัพธ์การเทรดจริงของกระเป๋าดีเอ็กซ์ ไม่ใช่ความคาดหวังต่อการขึ้นราคา
ทั้งนี้รายงานก็มีข้อจำกัดชัดเจน ตัวเลขกำไรขาดทุนที่ใช้เป็นแบบรับรู้แล้วเท่านั้น และไม่ได้รวมค่าธรรมเนียมแก๊ส (gas fee) ผลลัพธ์จริงของผู้เทรดรายย่อยที่เทรดถี่อาจต่ำกว่าตัวเลขในรายงานนี้
การจัดกลุ่มโทเคนก็ใช้อันดับมูลค่าตลาดของปี 2026 ย้อนไปใช้กับช่วงปี 2020-2026 ทั้งหมด ดังนั้นบทสรุปของงานวิจัยนี้จึงไม่ใช่ว่าอัลต์คอยน์ 'ดีกว่า' แต่เป็นว่ากระเป๋าเงินที่เทรดอัลต์คอยน์สะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดเดียวกันในสัดส่วนที่มากกว่า ประเด็นสำคัญคือขณะที่อัตราชนะลดลง ความผันผวนของกำไรขาดทุนกลับเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น 0