ฮุนไดมอเตอร์ ซีเคียวริตี้ส์ (Hyundai Motor Securities) กำลังพิจารณาขยายทีมตราสารหนี้ให้ใหญ่ขึ้นอีกครั้ง หลังเพิ่งตัดลดทีมไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทั้งที่ยังไม่ถึง 1 ปีดี เหตุผลหลักมาจากโครงสร้างธุรกิจวาณิชธนกิจ (IB) ที่พึ่งพาสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ (PF) มากเกินไป จนบริษัทต้องกระจายความเสี่ยงใหม่
สำนักข่าว Yonhap Infomax (연합인포맥스) รายงานเมื่อวันที่ 21 ว่า ฮุนไดมอเตอร์ ซีเคียวริตี้ส์ กำลังพิจารณาตั้งทีมวาณิชธนกิจขึ้นใหม่ โดยเน้นดึงบุคลากรภายนอกที่มีประสบการณ์ในตลาดตราสารหนี้ (DCM) เป็นหลัก แผนคือดึงคนที่มีประสบการณ์รับประกันการจำหน่ายและงานขายตราสารหนี้ เพื่อขยายขอบเขตให้ครอบคลุมทั้งหุ้นกู้ทั่วไปและตราสารหนี้พิเศษ
ปลายปีที่แล้ว บริษัทยุบทีมย่อย 3 ใน 4 ทีมภายใต้ฝ่ายธุรกิจตราสารหนี้ โดยให้เหตุผลว่าต้องการปรับองค์กรให้กระชับขึ้นเพื่อรับมือกับช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
ในกระบวนการนั้น ทีมหลักที่เคยดันอันดับ DCM ตราสารหนี้ธนาคารของบริษัทขึ้นจากอันดับ 15 ในปี 2022 มาอยู่อันดับ 1 ในปี 2024 ก็ลาออกไปด้วย วงในมองว่าเครือข่ายด้านการออกและรับประกันตราสารหนี้ที่สั่งสมมาอ่อนแอลงตามไปด้วย
แต่ทิศทางกลับพลิกอีกครั้งหลังยุบทีม จากผลการให้คำปรึกษาด้านบริหารช่วงต้นปีนี้ ฮุนไดมอเตอร์ ซีเคียวริตี้ส์ จึงขยับไปในทางเสริมศักยภาพด้านตราสารหนี้ และฟื้นฟูฐานธุรกิจวาณิชธนกิจแบบดั้งเดิมอีกครั้ง
หากดึงบุคลากรได้สำเร็จ มีการพูดถึงแผนตั้งฝ่ายวาณิชธนกิจใหม่ พร้อมแบ่งเป็นหลายสายงานย่อยภายใต้ฝ่ายนี้ อย่างไรก็ตาม การดึงบุคลากรและโครงสร้างองค์กรที่ชัดเจนยังไม่ได้ข้อสรุป
ตลาดตราสารหนี้ (DCM) คือธุรกิจที่ช่วยให้บริษัทหรือสถาบันการเงินระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ ตราสารหนี้สถาบันการเงิน และตราสารหนี้พิเศษ โดยบริษัทหลักทรัพย์ทำหน้าที่ออกแบบโครงสร้างการระดมทุน หาผู้ลงทุน รวมถึงรับประกันการจำหน่ายและจัดจำหน่าย
รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจของบริษัทหลักทรัพย์โดยทั่วไปแบ่งเป็นสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ (PF) สินเชื่อเพื่อการซื้อกิจการ การออกหุ้นกู้ และที่ปรึกษาการควบรวมกิจการ หากรายได้กระจุกตัวอยู่ในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมากเกินไป ความผันผวนของตลาดนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมมากขึ้นตามไปด้วย
เบื้องหลังการปรับกลยุทธ์ของฮุนไดมอเตอร์ ซีเคียวริตี้ส์ คือการพึ่งพาธุรกิจ PF ที่สูงเกินไป รายได้จากการดำเนินงานสุทธิของฝ่ายวาณิชธนกิจลดลงจาก 185,500 ล้านวอนในปี 2021 เหลือ 52,900 ล้านวอนในปี 2023
ปี 2025 รายได้ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 84,600 ล้านวอน แต่ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้กลับทำได้เพียง 19,200 ล้านวอน ลดลง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
Korea Ratings (한국기업평가) ระบุว่า “หากพึ่งพารายได้จากฝ่ายวาณิชธนกิจสูงต่อไป ภาวะตลาด PF ที่ซบเซาต่อเนื่อง ธุรกิจใหม่ที่ชะลอตัว และการเรียกคืนสินทรัพย์ลงทุนที่ล่าช้า อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อความสามารถในการทำกำไร” ความเห็นนี้สะท้อนว่าหากตลาด PF ยังซบเซาต่อไป ฐานรายได้ของฮุนไดมอเตอร์ ซีเคียวริตี้ส์ ก็อาจเผชิญแรงกดดันตามไปด้วย
อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือฐานธุรกิจตราสารหนี้ที่อ่อนแอลง ฮุนไดมอเตอร์ ซีเคียวริตี้ส์ ถูกตัดออกจากรายชื่อสถาบันที่ร่วมปฏิบัติการตลาดเปิดของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) และมีรายงานว่าผลงานด้านการซื้อขายใบรับฝากเงินแบบโอนเปลี่ยนมือได้ (CD) ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน
หากบริษัทไม่สามารถรักษาสถานะผู้ยื่นเสนออัตราผลตอบแทน CD ได้ ก็อาจกระทบต่อสิทธิ์เข้าร่วมตลาดกู้ยืมข้ามคืนระหว่างธนาคาร (Call Money) ไปด้วย และหากช่องทางระดมทุนระยะสั้นแคบลง งานรับประกันการจำหน่ายตราสารหนี้ก็อาจสะดุดตามไปด้วย
แหล่งข่าวในวงการกล่าวว่า “ตอนนี้บริษัทยังติดอันดับ 10 อันดับแรกด้านผลงานซื้อขาย CD ได้ เพราะได้อานิสงส์จากผลงานที่ทีมซึ่งลาออกไปสั่งสมไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคมปีที่แล้ว แต่ปัญหาจะมาปีหน้า” พร้อมระบุว่า “หากเสียสิทธิ์เข้าร่วม Call Money ไป ช่องทางระดมทุนระยะสั้นฉุกเฉินสำหรับงานรับประกันตราสารหนี้ก็อาจถูกจำกัดลง” คำเตือนนี้ชี้ให้เห็นว่าความท้าทายด้านสภาพคล่องระยะสั้นของบริษัทยังไม่จบง่ายๆ
ด้านฮุนไดมอเตอร์ ซีเคียวริตี้ส์ ยืนยันว่าแผนขยายองค์กรยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ของบริษัทกล่าวว่า “เรากำลังพยายามเสริมความสามารถในการแข่งขันผ่านการกระจายแหล่งรายได้ โดยเฉพาะการปรับสมดุลธุรกิจวาณิชธนกิจที่เคยเน้นหนักไปทาง PF” และเสริมว่า “การเสริมแกร่งด้านไฟแนนซ์องค์กรก็เป็นหนึ่งในนั้น เรายังคงเดินหน้าดึงบุคลากรที่มีความสามารถอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีอะไรที่สรุปแน่ชัดในตอนนี้” คำพูดนี้สะท้อนว่าบริษัทเปิดทางเลือกไว้หลายทาง แต่ยังไม่ปักหมุดแผนใดแผนหนึ่งอย่างเป็นทางการ
การพิจารณาครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่สวนทางกับการตัดลดทีมตราสารหนี้เมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าฮุนไดมอเตอร์ ซีเคียวริตี้ส์ จะดึงบุคลากรด้าน DCM กลับมาได้จริงหรือไม่ และต่อให้ดึงกลับมาได้ การฟื้นฟูฐานธุรกิจตราสารหนี้และการลดสัดส่วนพึ่งพา PF จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้จริงหรือไม่ ยังต้องติดตามกันต่อไป
ความคิดเห็น 0