ตลาดเงินระยะสั้นในประเทศเกาหลีใต้วันที่ 24 (เวลาไทย) มีแนวโน้มที่เงินสำรองธนาคารพาณิชย์ประจำวันจะพลิกกลับมาเป็นบวก หลังมีกระแสเงินจากคลังและการไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลก่อนกำหนดไหลเข้าระบบ โดยปัจจัยที่ทำให้เงินสำรองเพิ่มขึ้นรวมอยู่ที่ 10 ล้านล้านวอน ขณะที่ปัจจัยที่ทำให้ลดลงอยู่ที่ 2.6 ล้านล้านวอน ตามการคำนวณแบบรวมยอด
ยอนฮับอินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) สำนักข่าวการเงินเกาหลีใต้ เปิดเผยบทวิเคราะห์ตลาดเงินระยะสั้นเมื่อเวลา 09:27 น. (เวลาไทย) วันที่ 24 ระบุปัจจัยที่ทำให้เงินสำรองเพิ่มขึ้นในวันนี้ ได้แก่ เงินคลังส่วนอื่น 6.7 ล้านล้านวอน การไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลก่อนกำหนด 2 ล้านล้านวอน เงินจากกองทุนบริหารเงินทุนสาธารณะ (Public Capital Management Fund) 8 แสนล้านวอน และเงินฝากปรับสภาพคล่อง (BOK Liquidity Adjustment Deposit) ที่ครบกำหนด 5 แสนล้านวอน ส่วนปัจจัยที่ทำให้เงินสำรองลดลง ได้แก่ รายรับคลังส่วนอื่น 1.1 ล้านล้านวอน การนำส่งพันธบัตรกองทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Stabilization Fund Bond) 1 ล้านล้านวอน และเงินฝากปรับสภาพคล่องใหม่ 5 แสนล้านวอน
เมื่อปัจจัยเพิ่มขึ้นมากกว่าปัจจัยลดลงถึง 7.4 ล้านล้านวอน กระแสเงินทุนรายวันจึงพลิกกลับมาเป็นบวก โดยการเบิกจ่ายงบประมาณและเงินไหลเข้าจากกองทุนบริหารเงินทุนสาธารณะเป็นปัจจัยที่เพิ่มสภาพคล่องในระบบ ขณะที่รายรับคลังและการนำส่งพันธบัตรกองทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่ดึงเงินจากภาคธนาคารไปยังภาครัฐ ทำให้เงินสำรองลดลง
การไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลก่อนกำหนด คือธุรกรรมที่รัฐบาลซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน เนื่องจากเงินจะถูกจ่ายคืนให้ผู้ถือพันธบัตร ธุรกรรมนี้จึงถูกนับเป็นปัจจัยที่เพิ่มสภาพคล่องในตลาดเงินระยะสั้น
ในตลาดคอล (Call Market) เงินสำรองประจำวันคาดว่าจะพลิกเป็นบวก แต่เนื่องจากยอดสะสมเงินสำรองจะลดลงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงคาดว่าจะมีความต้องการระดมทุนจากธนาคารพาณิชย์บางส่วนเข้ามาในตลาด ธนาคารพาณิชย์ใช้ตลาดคอลในการกู้ยืมหรือปล่อยกู้เงินทุนระยะเวลาหนึ่งวัน เพื่อปรับสมดุลเงินสำรองให้พอดีกับเกณฑ์ที่ธนาคารกลางกำหนด
ในตลาดเรโป (Repo Market) สภาพคล่องเดิมที่มีอยู่บวกกับเงินไหลเข้าจากกองทุนบริหารเงินทุนสาธารณะ คาดว่าจะเพียงพอรองรับปริมาณการขายได้โดยไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นของตลาดจะเป็นตัวแปรสำคัญว่าจะมีเงินไหลเข้าฝั่งซื้อมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะกำหนดบรรยากาศการซื้อขายระหว่างวัน
เรโป คือธุรกรรมระดมทุนระยะสั้นโดยใช้พันธบัตรค้ำประกัน เป็นเครื่องมือหลักที่สถาบันการเงิน อาทิ ธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ ใช้บริหารสภาพคล่องระยะสั้น
ย้อนไปวันทำการก่อนหน้าคือวันที่ 21 เงินสำรองยังคงขาดแคลนต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ทำให้เงินสำรองเพิ่มขึ้นในวันนั้นมีเพียงเงินคลัง 1.1 ล้านล้านวอน และเงินฝากปรับสภาพคล่องที่ครบกำหนด 5 แสนล้านวอน
ส่วนปัจจัยที่ทำให้เงินสำรองลดลงในวันที่ 21 ได้แก่ รายรับคลัง 1.7 ล้านล้านวอน เงินที่กองทุนบริหารเงินทุนสาธารณะเรียกคืน 2 ล้านล้านวอน และเงินฝากปรับสภาพคล่อง 5 แสนล้านวอน ส่งผลให้เงินสำรองวันนั้นขาดอยู่ 5.778 ล้านล้านวอน ขณะที่ยอดสะสมเงินสำรองยังคงเป็นบวกอยู่ 45.7252 ล้านล้านวอน
อัตราดอกเบี้ยตลาดคอลระยะเวลาหนึ่งวันอยู่ที่ 2.760% ปริมาณการซื้อขายรวม 20.0825 ล้านล้านวอน แม้เงินสำรองประจำวันจะขาดแคลน แต่ยอดสะสมเงินสำรองแบบสะสมยังคงเป็นบวก
วันที่ 21 รายรับคลังและการเรียกคืนเงินจากกองทุนบริหารเงินทุนสาธารณะที่เกิดขึ้นพร้อมกันทำให้เงินสำรองประจำวันขาดแคลน แต่ในวันที่ 24 เงินคลัง การไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาลก่อนกำหนด และเงินไหลเข้าจากกองทุนบริหารเงินทุนสาธารณะ มีมูลค่ารวมมากกว่าปัจจัยที่ทำให้ลดลง
ก่อนหน้านี้ในวันที่ 14 เงินคลังที่ไหลเข้าเพิ่มขึ้นก็เคยทำให้เงินสำรองพลิกเป็นบวกมาแล้วเช่นกัน
เงินสำรอง คือเงินที่ธนาคารพาณิชย์ต้องนำมาฝากไว้กับธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) เพื่อรองรับการถอนเงินฝากและการชำระเงินของลูกค้า หากเงินสำรองประจำวันมีส่วนเกิน แรงกดดันในการระดมทุนระยะสั้นของธนาคารพาณิชย์จะลดลง แต่หากขาดแคลน ธนาคารจะต้องกู้ยืมเงินทุนระยะเวลาหนึ่งวันจากตลาดคอลหรือแหล่งอื่นเพื่อปิดส่วนต่างดังกล่าว
ยอดสะสมเงินสำรอง คือตัวเลขที่ได้จากการรวมส่วนต่างระหว่างเงินสำรองจริงกับเงินสำรองที่ต้องดำรงไว้ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง หากยอดสะสมเป็นบวกมาก หมายความว่าสภาพคล่องในระบบธนาคารมีมากกว่าระดับที่จำเป็น
ภาพรวมตลาดเงินระยะสั้นวันนี้สะท้อนทั้งการพลิกเป็นบวกของเงินสำรองประจำวัน และการลดลงของยอดสะสมเงินสำรองหลังวันหยุดสุดสัปดาห์ ทิศทางอุปสงค์-อุปทานในตลาดคอลและตลาดเรโปจะขึ้นอยู่กับระดับอัตราดอกเบี้ยระหว่างวันและความต้องการระดมทุนของภาคธนาคารพาณิชย์
ความคิดเห็น 0