เทสลา(TSLA) กำลังขยายการใช้งานฟีเจอร์ขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบแบบมีผู้ควบคุม (Full Self-Driving หรือ FSD) ในเกาหลีใต้ แต่ติดขัดตรงรถยนต์ที่ผลิตในจีน แม้รถบางรุ่นที่ผลิตในสหรัฐฯ จะเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ไปแล้ว ทว่ารถรุ่น Model 3 และ Model Y ที่ผลิตจากโรงงานเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายในเกาหลีใต้สูงที่สุด ยังต้องรอการตัดสินใจด้านกำกับดูแลจากภาครัฐ
สำนักข่าวยอนฮับอินโฟแม็กซ์(Yonhap Infomax) รายงานเมื่อวันที่ 24 ว่า กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งเกาหลีใต้ (MOLIT) ยังคงยืนกรานจุดยืนที่ระมัดระวังต่อการขยายการใช้งาน FSD ของเทสลาในรถที่ผลิตจากจีน แม้จะมีร่างกฎหมายที่เสนอฐานทางกฎหมายสำหรับระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับ 2 (Level 2) เข้าสู่รัฐสภาแล้ว แต่กระทรวงฯ เห็นว่ายังไม่สามารถจัดให้ FSD ของเทสลาอยู่ในกรอบเดียวกับระบบช่วยเหลือการควบคุมรถโดยผู้ขับขี่ (Driver Control Assistance System หรือ DCAS) ตามมาตรฐานสากลได้
เทสลาเองระบุในหน้าเว็บไซต์สนับสนุนอย่างเป็นทางการว่า FSD เป็นฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่ทำงานภายใต้การควบคุมดูแลของผู้ขับขี่ การเปิดใช้งานและขอบเขตการใช้งานขึ้นอยู่กับความคืบหน้าด้านการพัฒนาและการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงแตกต่างกันไปตามสเปกรถ ฮาร์ดแวร์ เวอร์ชันซอฟต์แวร์ พื้นที่ รุ่นรถ ทริม และปีที่ผลิต
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า DCAS กับ FSD ของเทสลาถือเป็นเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ระดับ 2 แบบเดียวกันได้หรือไม่ ส.ส.ซงกีฮอน(Song Gi-heon) จากพรรคประชาธิปไตยเกาหลี เป็นผู้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายจัดการยานยนต์เมื่อเดือนก่อน เพื่อวางระบบบริหารความปลอดภัยของ DCAS โดยร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิตที่ต้องการขายรถติดตั้ง DCAS ต้องยื่นแผนบริหารความปลอดภัยต่อรัฐมนตรีกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่ง พร้อมทั้งมีหน้าที่จัดการอุบัติเหตุและแจ้งข้อมูลแก่ผู้ซื้อ
DCAS เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยรักษาช่องทางเดินรถและเปลี่ยนเลนภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ขับขี่ต้องมองไปข้างหน้าตลอดเวลา ประเด็นที่มักถูกหยิบยกมาสนับสนุนการเสนอร่างกฎหมายนี้คือ คณะทำงานประสานมาตรฐานยานยนต์ระหว่างประเทศ (WP.29) ภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรปแห่งสหประชาชาติ (UNECE) ได้วางมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว
กระทรวงฯ มองว่า DCAS กับ FSD ของเทสลามีความแตกต่างทางเทคนิค โดย DCAS อยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานสากลที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผู้ขับขี่ต้องเข้าแทรกแซงตลอดเวลา ขณะที่ FSD ของเทสลาใช้กล้องและระบบประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อขับเคลื่อนรถในเขตเมืองด้วยตัวเอง
เจ้าหน้าที่กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งเกาหลีใต้ กล่าวว่า "ในบรรดามาตรฐานระดับ 2 มาตรฐาน DCAS ถือเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุด เราจึงนำ DCAS มาใช้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล" พร้อมเสริมว่า "ท้ายที่สุดแล้วมาตรฐานยานยนต์ต้องได้รับการยอมรับร่วมกันในระดับนานาชาติ แต่ FSD เป็นมาตรฐานที่สหรัฐฯ พัฒนาขึ้นเองโดยลำพัง" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าความแตกต่างระหว่างมาตรฐานสากลกับมาตรฐานแบบอเมริกันคือแก่นของการตัดสินใจว่าจะอนุญาตให้ใช้งานในประเทศหรือไม่
เจ้าหน้าที่รายเดิมกล่าวเสริมว่า "เทสลาเองก็บอกว่า FSD ไม่ใช่การขับขี่อัตโนมัติ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่มีมาตรฐานสากลรองรับ" และว่า "FSD ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติ แต่กลับปล่อยให้คนขับละมือจากพวงมาลัยได้ขณะขับในเขตเมือง และหากเกิดอุบัติเหตุก็ยังโยนความรับผิดชอบให้ผู้ขับขี่ ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นคำถามในระดับนานาชาติเช่นกัน" กล่าวได้ว่าประเด็นเรื่องความรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุและวิธีควบคุมรถโดยผู้ขับขี่ กลายเป็นข้อถกเถียงที่ใหญ่กว่าชื่อเรียกของเทคโนโลยีเสียอีก
ประเทศที่ผลิตรถก็เป็นอีกปัจจัยที่กำหนดขอบเขตการใช้งาน รถที่ผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสหรัฐฯ แล้ว จะมีภาระขั้นตอนเพิ่มเติมน้อยกว่าภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีเกาหลีใต้-สหรัฐฯ (FTA) ขณะที่รถที่ผลิตในจีนต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยภายในประเทศเกาหลีใต้
ด้วยเหตุนี้ รถรุ่น Model S และ Model X รวมถึง Model 3 และ Model Y บางส่วนที่ผลิตในสหรัฐฯ จึงเปิดใช้งาน FSD ได้แล้ว ขณะที่ Model 3 และ Model Y ที่ผลิตจากโรงงานเซี่ยงไฮ้ยังไม่อยู่ในขอบเขตที่ใช้งานได้ เทสลาเกาหลี(Tesla Korea) เปิดตัว FSD แบบมีผู้ควบคุมสำหรับรถบางรุ่นที่นำเข้าจากสหรัฐฯ อย่าง Model X เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
ต่อมาในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เทสลาเกาหลีทยอยปล่อยฟีเจอร์ FSD แบบมีผู้ควบคุมเวอร์ชัน 14 รุ่นไลท์ (v14 Lite) ให้กับ Model 3 และ Model Y ที่ผลิตในสหรัฐฯ ทำให้ขอบเขตการใช้งานขยายไปถึงรถรุ่นเก่าที่ผลิตในสหรัฐฯ ซึ่งเคยขายในเกาหลีใต้มาก่อน แต่เจ้าของรถที่ผลิตในจีนซึ่งเป็นรุ่นหลักที่ขายในตลาดเกาหลีใต้ตอนนี้ กลับยังใช้ฟีเจอร์เดียวกันไม่ได้
ตามข้อมูลของสมาคมผู้นำเข้ารถยนต์เกาหลีใต้ (KAIDA) เทสลาจดทะเบียนรถในเกาหลีใต้แล้ว 66,376 คัน ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมปีนี้ ซึ่งแซงหน้ายอดขายรวมทั้งปีที่แล้วที่ 59,916 คัน ไปตั้งแต่เดือนที่ 7 ของปี ยอดขาย Model Y ที่เพิ่มขึ้นทำให้ความสนใจต่อขอบเขตการใช้งาน FSD ขยายตัวตามไปด้วย
บนแพลตฟอร์มยื่นคำร้องออนไลน์ของรัฐสภาเกาหลีใต้ มีการยื่นคำร้องขอให้จัดทำมาตรฐานการรับรองที่เป็นธรรมและสอดคล้องกัน เพื่อให้ Model 3 และ Model Y ที่ผลิตในจีนสามารถใช้งาน FSD ได้ในประเทศ คำร้องดังกล่าวได้รับการสนับสนุนราว 9,400 รายชื่อ คิดเป็นประมาณ 18.8% ของเกณฑ์ 50,000 รายชื่อที่กำหนดไว้สำหรับการรับพิจารณา
ฝั่งภาคอุตสาหกรรมมองว่า แม้จะเป็นรถรุ่นเดียวกัน แต่หากแหล่งผลิตและระบบการรับรองต่างกัน ขอบเขตของฟีเจอร์ที่ให้บริการก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ขณะที่ในมุมของผู้บริโภค หากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไม่ได้ต่างกันมากนัก ก็อาจมีเสียงเรียกร้องให้ใช้เกณฑ์การพิจารณาเดียวกันมากขึ้น
ธุรกิจขับขี่อัตโนมัติของเทสลาในต่างประเทศก็เผชิญโจทย์เรื่องวิธีผ่านการกำกับดูแลเป็นตัวแปรสำคัญเช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า การอนุญาตให้บริการโรโบแท็กซี่ของเทสลาในรัฐเนวาดา เป็นประเด็นที่เพดานตามกฎหมายและวิธีการรับรองมีน้ำหนักมากกว่าจำนวนรถที่ให้บริการจริง สะท้อนว่าการถกเถียงเรื่อง FSD ในเกาหลีใต้เองก็ไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าจะใช้เกณฑ์ใดรับรองและแบ่งความรับผิดชอบอย่างไรด้วย
ทั้งนี้เทสลาเปิดให้บริการสมัครสมาชิก FSD ในเกาหลีใต้ โดยผู้ใช้ออโต้ไพลอตพื้นฐาน (Basic Autopilot) จ่ายรายเดือนที่ 150,000 วอน ส่วนผู้ใช้ออโต้ไพลอตขั้นสูง (Enhanced Autopilot) จ่ายที่ 75,000 วอนต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอย่างเป็นทางการของเทสลาเองก็ระบุว่าการใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติของหน่วยงานกำกับดูแลและเงื่อนไขเฉพาะพื้นที่ ทำให้ต้องติดตามว่าท้ายที่สุดกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งเกาหลีใต้จะกำหนดแนวทางรับรอง FSD ของรถที่ผลิตในจีนไว้อย่างไรต่อไป
ความคิดเห็น 0