แมตต์ โคล (Matt Cole) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสไตรฟ์ (Strive) ออกมาแสดงมุมมองต่อตลาดว่าตลาดหมีของบิตคอยน์(BTC)ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยระบุว่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ประกอบกับความต้องการสินทรัพย์หายากที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อบิตคอยน์
สำนักข่าวโอเดลี (Odaily) รายงานว่าโคลกล่าวเมื่อเวลา 05:35 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ ของวันที่ 24 ว่า "ตลาดหมีจบลงแล้ว และบิตคอยน์อาจกำลังจะเข้าสู่ตลาดกระทิงที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์" ทั้งนี้ คำกล่าวดังกล่าวไม่มีการระบุเป้าหมายราคาที่ชัดเจนหรือข้อมูลการเปิดเผยใหม่ใด ๆ
เหตุผลที่โคลหยิบยกขึ้นมาประกอบด้วย △การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐในระยะยาว △ความต้องการสินทรัพย์หายากที่เพิ่มขึ้นในยุคเอไอ และ △อัตราส่วนบิตคอยน์ต่อทองคำที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง เขามองว่าทั้งสามปัจจัยนี้กำลังผสานกันจนสร้างสภาพแวดล้อมตลาดที่เอื้อต่อบิตคอยน์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อัตราส่วนบิตคอยน์ต่อทองคำเป็นดัชนีที่ใช้เปรียบเทียบราคาบิตคอยน์กับราคาทองคำเพื่อวัดความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบ โคลตีความแนวโน้มที่อัตราส่วนนี้กลับมาแข็งแกร่งขึ้นว่าเป็นสัญญาณที่บิตคอยน์กำลังฟื้นตัวพร้อมกันทั้งเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์และทองคำ
คำกล่าวครั้งนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การถือครองบิตคอยน์ในงบดุลของสไตรฟ์ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าสไตรฟ์เข้าซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 147 เหรียญระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม ทำให้ยอดถือครองรวมเพิ่มขึ้นเป็น 20,167 เหรียญ โดยราคาซื้อเฉลี่ยขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 64,812 ดอลลาร์ต่อบิตคอยน์ 1 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าการซื้อรวมประมาณ 9.53 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.34 หมื่นล้านวอน)
โคลยังกล่าวในวันเดียวกัน (24) ว่าเขามีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นต่อทิศทางของบิตคอยน์ในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคำกล่าวนี้เป็นเพียงมุมมองต่อตลาด ทิศทางราคาที่แท้จริงยังคงต้องติดตามยืนยันผ่านตัวชี้วัดต่อเนื่อง อาทิ อัตราส่วนบิตคอยน์ต่อทองคำ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ และกระแสเงินทุนจากสถาบัน
ความคิดเห็น 0