สัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนสถาบันใน ชาร์ปลิงก์ เกมมิ่ง(SBET) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 60% ตามข้อมูล 13F ล่าสุด สะท้อนแนวโน้มที่สถาบันการเงินดั้งเดิมเข้าถือหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่ถือ อีเธอเรียม(ETH) เป็นสินทรัพย์ในงบดุลมากขึ้น
ชาร์ปลิงก์ เกมมิ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 (เวลาสหรัฐฯ) ผ่านแถลงการณ์ของบริษัทว่า อ้างอิงจากรายงาน Form 13F ฉบับล่าสุดและข้อมูลของ S&P Global Market Intelligence สัดส่วนการถือหุ้นสามัญโดยสถาบันเพิ่มขึ้นราว 12 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ประมาณ 60% โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน ระบุผู้ถือหุ้นสถาบันรายใหญ่ ได้แก่ ฟิเดลิตี้ แบล็คร็อค ไฮบริดจ์ แคปิตอล แมเนจเมนท์ เรเนซองส์ เทคโนโลยีส์ จีโอด แคปิตอล แมเนจเมนท์ และยูบีเอส แอสเซท แมเนจเมนท์
บริษัทระบุว่านับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม มีนักลงทุนสถาบันมากกว่า 50 รายเปิดสถานะใหม่ ขณะที่ผู้ถือหุ้นเดิมก็เพิ่มสัดส่วนการถือครองเช่นกัน โจเซฟ ชาลอม(Joseph Chalom) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของชาร์ปลิงก์ เกมมิ่ง กล่าวว่า "การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการถือหุ้นโดยสถาบันสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญรับรู้ถึงโอกาสระยะยาวของอีเธอเรียมและแพลตฟอร์มที่แตกต่างซึ่งเราสร้างขึ้นมากขึ้น" คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าบริษัทมองสัดส่วนการถือหุ้นสถาบันเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นต่อกลยุทธ์การถืออีเธอเรียมเป็นสินทรัพย์ในงบดุล
อย่างไรก็ตาม รายงาน 13F เป็นข้อมูลการถือครอง ณ สิ้นไตรมาสที่เปิดเผยย้อนหลัง จึงไม่ได้สะท้อนการซื้อขายที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่กำหนดในรายงานทันที
13F คือรายงานการถือครองที่นักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯ ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจลงทุนเกินเกณฑ์ที่กำหนดต้องยื่นทุกไตรมาส โดยเปิดเผยรายชื่อหุ้นที่ถือ จำนวนหุ้น และมูลค่าตลาด ณ สิ้นไตรมาส แต่ไม่ได้อธิบายวัตถุประสงค์การลงทุน การป้องกันความเสี่ยง หรือการเปลี่ยนแปลงหลังวันยื่นรายงาน
การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนถือหุ้นสถาบันของชาร์ปลิงก์ เกมมิ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการขยายการถือครองอีเธอเรียม ตามเอกสาร 8-K ที่บริษัทยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ลงวันที่ 30 มิถุนายน ระบุว่าชาร์ปลิงก์ เกมมิ่งซื้ออีเธอเรียมจำนวน 10,000 ETH ในช่วงวันที่ 24-26 มิถุนายน ด้วยมูลค่ารวม 16.1 ล้านดอลลาร์
ราคาซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 1,611.04 ดอลลาร์ต่อ ETH และเอกสารฉบับเดียวกันระบุว่า ณ วันที่ 28 มิถุนายน บริษัทถือครองอีเธอเรียมรวมทั้งสิ้น 886,725 ETH
อีเธอเรียมที่ถือครองไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์การสเตก โดยในเอกสาร 8-K ชาร์ปลิงก์ เกมมิ่งระบุว่า ณ วันที่ 28 มิถุนายน อีเธอเรียมส่วนใหญ่ที่ถือครองถูกนำไปใช้ใน 'เนทีฟสเตกกิง' (native staking) และ 'ลิควิดสเตกกิง' (liquid staking)
แบ่งเป็นอีเธอเรียมแบบเนทีฟ 632,719 ETH ส่วนที่แปลงเป็น LsETH เทียบเท่า 181,299 ETH และส่วนที่แปลงเป็น weETH เทียบเท่า 72,707 ETH การสเตกคือกระบวนการเข้าร่วมยืนยันธุรกรรมบนเครือข่ายอีเธอเรียมเพื่อรับผลตอบแทน ซึ่งบริษัทที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลในงบดุลมักใช้เป็นช่องทางสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่
ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทยังซื้อหุ้นคืนด้วย โดยชาร์ปลิงก์ เกมมิ่งซื้อหุ้นสามัญคืนจำนวน 2,132,773 หุ้น ในช่วงวันที่ 24-26 มิถุนายน ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 4.69 ดอลลาร์ รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านดอลลาร์
บริษัทระบุว่านับตั้งแต่เริ่มโครงการซื้อหุ้นคืนในเดือนสิงหาคม 2025 มียอดซื้อหุ้นคืนสะสมรวม 4,071,223 หุ้น การเดินหน้าขยายการถือครองอีเธอเรียมควบคู่กับการซื้อหุ้นคืน ตอกย้ำภาพที่บริษัทต้องการนำเสนอตัวเองเป็นช่องทางให้นักลงทุนในตลาดหุ้นเข้าถึงความเคลื่อนไหวของอีเธอเรียมได้
การเข้าสู่ดัชนีก็ถูกกล่าวถึงว่าเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยขยายการเข้าถึงของนักลงทุนสถาบัน โดยชาร์ปลิงก์ เกมมิ่งเข้าสู่ดัชนี Russell 2000 และ Russell 3000 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน
อย่างไรก็ตาม รายงาน 10-Q ของบริษัทระบุว่าการเข้าดัชนีอาจช่วยเพิ่มการมองเห็นในสายตาสถาบันและการมีส่วนร่วมของกองทุนที่อ้างอิงดัชนี แต่ไม่ได้รับประกันความต้องการลงทุนจริงหรือสภาพคล่องที่จะเกิดขึ้น การเข้าดัชนีอาจเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนแบบพาสซีฟ แต่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ชี้ขาดทิศทางราคาหุ้นหรือความต้องการซื้อขายในระยะยาว
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการถือครองอีเธอเรียมที่นักลงทุนไทยควรจับตา เพราะ ETH ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ที่ซื้อขายบนกระดานเทรดอีกต่อไป แต่กำลังถูกเชื่อมโยงเข้ากับหุ้นบริษัทจดทะเบียน การสเตก และการเปิดเผยข้อมูลของสถาบันการเงิน
TokenPost เคยรายงานว่าการโอนสินทรัพย์ไปเก็บด้วยตนเองและการนำไปสเตกมีลักษณะการบริหารสินทรัพย์ที่แตกต่างจากการโอนย้ายระหว่างกระดานเทรดทั่วไป และในกรณีก่อนหน้านี้ก็เคยมีรายงานว่าสัดส่วนการถือหุ้นตามข้อมูล 13F ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 44.2% ในไตรมาสสอง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ตอกย้ำว่าผู้อ่านควรตรวจสอบทั้งวิธีการนับและช่วงเวลาอ้างอิงของข้อมูลควบคู่กันเสมอ
ความคิดเห็น 0