รัฐบาลนอร์เวย์เดินหน้ายื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อคัดค้านคำตัดสินที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตพัฒนาโครงการน้ำมันและก๊าซในทะเลเหนือ 3 โครงการ ประเด็นหลักของคดีไม่ใช่เรื่องการหยุดผลิต แต่อยู่ที่ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขั้นตอนการเผาไหม้น้ำมันดิบและก๊าซในปลายทาง ควรถูกนำมาพิจารณาในการอนุมัติใบอนุญาตมากน้อยเพียงใด
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 24 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า รัฐบาลนอร์เวย์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกานอร์เวย์ ขอให้พลิกคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่เพิกถอนใบอนุญาตพัฒนาโครงการเบรดาบลิกก์ (Breidablikk) เทียร์วิง (Tyrving) และอิกดราซิล (Yggdrasil) โดยเบรดาบลิกก์เป็นโครงการของเอควินอร์ (Equinor) ส่วนเทียร์วิงและอิกดราซิลอยู่ภายใต้อาเกอร์บีพี (Aker BP)
ศาลอุทธรณ์บอร์การ์ทิง (Borgarting lagmannsrett) พิจารณาคดีนี้ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน 2025 ก่อนตัดสินว่าผลกระทบจากการปล่อยก๊าซในขั้นตอนการเผาไหม้ของทั้ง 3 โครงการยังไม่ได้รับการตรวจสอบและประเมินอย่างเพียงพอ ศาลยังระบุด้วยว่าการพิจารณาดังกล่าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระเบียบโครงการของสหภาพยุโรป (EU) และมาตรา 8 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป
อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์เพิกถอนเฉพาะการอนุมัติแผนพัฒนาและดำเนินงาน (PUD) โดยไม่ได้สั่งให้หยุดการผลิตแต่อย่างใด เมื่อรัฐบาลยังมีช่องทางดำเนินขั้นตอนใหม่เพื่อพิจารณาการอนุมัติอีกครั้ง คดีนี้จึงถูกมองว่าไม่ใช่ประเด็นที่จะกระทบต่อการจัดหาพลังงานในทันที แต่จะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานขั้นตอนการอนุมัติใบอนุญาตน้ำมันและก๊าซของนอร์เวย์ในอนาคต
ประเด็นสำคัญของคดีนี้คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เรียกว่า Scope 3 ซึ่งหมายถึงการปล่อยก๊าซทางอ้อมที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า แม้บริษัทหรือโครงการจะไม่ได้ปล่อยก๊าซโดยตรงก็ตาม สำหรับธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ประเด็นหลักคือการปล่อยก๊าซที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำมันดิบและก๊าซที่ผลิตได้ถูกนำไปเผาไหม้ในขั้นตอนสุดท้าย
กรีนพีซ นอร์ดิก (Greenpeace Nordic) และเนเจอร์แอนด์ยูธ (Nature and Youth) ซึ่งเป็นกลุ่มสิ่งแวดล้อม ยืนยันมาตลอดว่ารัฐบาลไม่ได้ตรวจสอบการปล่อยก๊าซในขั้นปลายทางนี้อย่างจริงจัง โดยมองว่าฝ่ายการเมืองควรประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศจากน้ำมันของนอร์เวย์อย่างเป็นรูปธรรม
ฮัลดิส เตียลด์ฟลาต เฮลเลอ (Haldis Tjeldflaat Helle) ผู้อำนวยการกรีนพีซนอร์เวย์ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า “ถ้าเราชนะคดีนี้ เราจะสามารถเปลี่ยนนโยบายน้ำมันของนอร์เวย์ได้ตลอดไป” คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองของกลุ่มสิ่งแวดล้อมที่เชื่อว่าผลของคดีจะไม่จำกัดอยู่แค่ 3 แหล่งน้ำมัน แต่จะส่งผลต่อแนวทางการอนุมัติโครงการพัฒนาใหม่ ๆ ของนอร์เวย์ในวงกว้าง
ฝ่ายรัฐบาลมีจุดยืนตรงข้าม เฟรดริก เซเยร์สเตด (Fredrik Sejersted) อัยการสูงสุดนอร์เวย์ กล่าวกับรอยเตอร์ว่า “จุดยืนของรัฐบาลคือใบอนุญาตดังกล่าวยังมีผลบังคับใช้อยู่อย่างแน่นอน” พร้อมระบุว่าหากใบอนุญาตถูกพลิกกลับ จะสร้างความซับซ้อนอย่างมากทั้งในทางกฎหมาย การเมือง และความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรป
กระทรวงพลังงานนอร์เวย์ (Energidepartementet) เปิดเผยว่า จากการตัดสินใจของรัฐบาลเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 ได้มีมติไม่เพิกถอนการอนุมัติ PUD ของโครงการเบรดาบลิกก์ เทียร์วิง และอิกดราซิล โดยรัฐบาลยืนยันว่าได้แก้ไขข้อบกพร่องด้านขั้นตอนผ่านการประเมินเพิ่มเติมแล้ว
PUD เป็นขั้นตอนอนุมัติหลักสำหรับการพัฒนาและดำเนินงานแหล่งน้ำมันและก๊าซของนอร์เวย์ โดยผู้ประกอบการต้องเสนอรูปแบบการพัฒนา แผนการผลิต และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนที่รัฐบาลจะพิจารณาอนุมัติการพัฒนาบนพื้นฐานดังกล่าว คดีนี้จึงเป็นการตั้งคำถามว่าในกระบวนการพิจารณานั้น ควรตรวจสอบการปล่อยก๊าซจากการเผาไหม้ปลายทางไปถึงระดับใด
นอร์เวย์เป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบราวร้อยละ 2 ของโลก และกลายเป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งเป็นภูมิหลังสำคัญที่ทำให้ตรรกะด้านความมั่นคงทางพลังงานของรัฐบาล ปะทะกับข้อเรียกร้องของกลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ต้องการให้พิจารณาผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเข้มงวด
ด้านราคาหุ้นได้รับผลกระทบเพียงบางส่วนเท่านั้น ข้อมูลราคาจากรอยเตอร์ที่เผยแพร่ผ่านมาร์เก็ตสกรีนเนอร์ (MarketScreener) ระบุว่าหุ้นเอควินอร์ปรับตัวลง 1.03% ส่วนอาเกอร์บีพีลดลง 0.48% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการไต่สวนของศาลฎีกาครั้งนี้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลง
การไต่สวนของศาลฎีกาเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 และมีกำหนดดำเนินไป 4 วัน ขณะที่รอยเตอร์ระบุว่าคำตัดสินมีแนวโน้มจะออกมาภายในปีนี้
ความคิดเห็น 0