รัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ สั่งระงับการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและการเริ่มดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ทุกแห่งไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ ขณะที่คำขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าที่หน่วยงานกำกับดูแลระบบไฟฟ้า ERCOT กำลังพิจารณาอยู่พุ่งทะลุ 474 กิกะวัตต์ และเกือบ 90% ของคำขอทั้งหมดมาจากดาต้าเซ็นเตอร์
เกร็ก แอบบอตต์(Greg Abbott) ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ให้สัมภาษณ์กับรายการ 'This Week' ของสถานี ABC ว่า “เราระงับการเริ่มดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในเท็กซัสไว้ก่อนแล้ว” เขาระบุว่าดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ต้องเปิดเผยปริมาณการใช้น้ำ ต้องไม่ดึงน้ำที่ชุมชนต้องการไปใช้ และต้องไม่สร้างภาระให้กับระบบไฟฟ้าของเท็กซัส
แอบบอตต์กล่าวเสริมว่าดาต้าเซ็นเตอร์ต้องไม่สร้างความเสียหายให้กับย่านที่อยู่อาศัยและพื้นที่ชนบท พร้อมย้ำชัดว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะดำเนินงานในเท็กซัสได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากชุมชนก่อน
เขาชี้ว่าภาคธุรกิจไม่ได้ปรึกษาหารือกับชุมชนอย่างเพียงพอ และกล่าวว่า “พวกเขาขุดหลุมฝังตัวเองไว้ และแรงต้านที่ได้รับก็สมควรแล้ว” คำพูดนี้พุ่งเป้าไปที่สถานการณ์ที่ดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของบริการ AI กลับกลายเป็นประเด็นการเมืองท้องถิ่น จากปัญหาค่าไฟ ทรัพยากรน้ำ เสียงรบกวน และการรุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรม
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม รัฐบาลเท็กซัสสั่งให้คณะกรรมการสาธารณูปโภค (PUCT) และ ERCOT ตรวจสอบและสอบทานดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดในรัฐ พร้อมประกาศว่าโครงการดาต้าเซ็นเตอร์จะเดินหน้าสู่ขั้นตอนถัดไปไม่ได้จนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น
รายการที่ต้องตรวจสอบครอบคลุมปริมาณการใช้ไฟฟ้า ปริมาณการใช้น้ำ วิธีการระบายความร้อน มาตรการลดผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง โครงสร้างการถือหุ้น รวมถึงเงินอุดหนุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับ ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน แอบบอตต์ก็เคยสั่งไม่ให้ผลักภาระค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าที่ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการไปอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ทั้งนี้ TokenPost เคยรายงานถึงสัดส่วนคำขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ในเท็กซัสที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาก่อนแล้ว
ERCOT เป็นหน่วยงานที่ดูแลระบบไฟฟ้าในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเท็กซัส สถานที่ที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากอย่างดาต้าเซ็นเตอร์ต้องผ่านการพิจารณาทั้งความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและความจำเป็นในการเสริมระบบส่งไฟฟ้า การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้ดูแค่ความมั่นคงของระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างการถือครองและผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบด้วย
ท่าทีของแอบบอตต์เปลี่ยนไปในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ย้อนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ตอนที่กูเกิล(Google·GOOGL) ประกาศลงทุนในเท็กซัสมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ เขายังกล่าวว่า “เท็กซัสคือศูนย์กลางของการพัฒนา AI” การลงทุนของกูเกิลครั้งนั้นครอบคลุมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกของดาต้าเซ็นเตอร์ การเสริมกำลังการผลิตพลังงาน และการฝึกอบรมบุคลากร
ประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาวิจารณ์มาตรการเบรกของเท็กซัส โดยระบุว่าการปฏิเสธดาต้าเซ็นเตอร์เป็น “ความผิดพลาด” และอาจ “ใหญ่กว่าธุรกิจน้ำมันด้วยซ้ำ” ขณะที่แอบบอตต์ยืนกรานในบทสัมภาษณ์เดียวกันว่าดาต้าเซ็นเตอร์ต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชนก่อนจึงจะดำเนินงานในเท็กซัสได้
กระแสความเห็นของประชาชนก็หนุนไปในทิศทางเดียวกับการคุมเข้ม ผลสำรวจของ Texas Politics Project เมื่อเดือนมิถุนายนพบว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามคัดค้านการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใกล้บ้านของตน โดยในจำนวนนี้ 42% คัดค้านอย่างหนัก ขณะที่มีเพียง 29% ที่เห็นด้วย
ภาพรวมทั่วสหรัฐฯ ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผลสำรวจของ Gallup ระบุว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 71% คัดค้านการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ ส่วนผลสำรวจของ Annenberg พบว่าสัดส่วนผู้คัดค้านอยู่ที่ 61% เพิ่มขึ้น 12 จุดเปอร์เซ็นต์จากการสำรวจเมื่อ 4 เดือนก่อนหน้า
ท่าทีของภาคธุรกิจแบ่งออกเป็นสองฝ่าย รัฐบาลเท็กซัสประกาศว่าบริษัทบางส่วน เช่น Power House Data Centers, CoreWeave และ Emergent Data Centers แสดงเจตจำนงพร้อมปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ยังมี Prologis, Ecolab, Crusoe, Stack Infrastructure, Anthropic และ Nightpeak Energy ที่ถูกระบุชื่อว่าพร้อมให้ความร่วมมือเช่นกัน
ในทางกลับกัน โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ 1 แห่งใกล้เฮนเดอร์สันเคาน์ตี ถูกถอนโครงการ เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ที่แอบบอตต์กำหนด กรณีนี้สะท้อนว่าแม้ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์จะจัดหาไฟฟ้าและน้ำได้ครบ แต่หากไม่ผ่านการยอมรับจากชุมชนและเกณฑ์ของรัฐ โครงการก็อาจต้องหยุดชะงักได้
มาตรการครั้งนี้สะท้อนว่าการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดหาชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) และพื้นที่ก่อสร้างเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและกำหนดเวลาการจ่ายไฟเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความเร็วของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์
สำหรับผู้อ่านในแวดวงสินทรัพย์ดิจิทัล ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยตรง เพราะทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ AI และการขุดบิตคอยน์(BTC) ต่างต้องพึ่งพาไฟฟ้าปริมาณมหาศาลและต้องผ่านการอนุมัติจากท้องถิ่นเช่นเดียวกัน มาตรการล่าสุดของเท็กซัสตอกย้ำว่าการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้ตัดสินกันแค่ที่เม็ดเงินลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่ต้องผ่านทั้งต้นทุนระบบไฟฟ้าและการยอมรับของประชาชนในพื้นที่ไปพร้อมกัน
ความคิดเห็น 0