Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ยอดสั่งซื้อดอร์แดช(DoorDash, DASH) พุ่ง 27% ธุรกิจเดลิเวอรี่โตสวนกระแสผู้บริโภคสหรัฐฯ ชะลอใช้จ่าย

ท่ามกลางการชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภคในสหรัฐฯ แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่อาหารและของชำยังคงเติบโตสองหลักต่อเนื่องในไตรมาส 2 ปี 2026 นักวิเคราะห์มองว่าแม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายโดยรวมมากขึ้น แต่ยังยอมจ่ายเพื่อ 'ประหยัดเวลา' และความสะดวกสบาย ซึ่งสะท้อนออกมาในผลประกอบการล่าสุด

ดอร์แดช(DoorDash, DASH) เปิดเผยผลประกอบการเมื่อวันที่ 5 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่ายอดคำสั่งซื้อรวมในไตรมาส 2 อยู่ที่ 970 ล้านคำสั่งซื้อ เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้อยู่ที่ 4.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 36% ส่วนมูลค่าสินค้ารวมบนมาร์เก็ตเพลส (Marketplace GOV) อยู่ที่ 33.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 36% เช่นกัน

GOV หมายถึงมูลค่ารวมของคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม ยิ่งขอบเขตการสั่งซื้อขยายจากอาหารไปสู่ของชำ สินค้าสะดวกซื้อ และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมากเท่าไหร่ ตัวเลขนี้ก็ยิ่งสะท้อนทั้งความถี่ในการใช้งานแพลตฟอร์มและขนาดตะกร้าสินค้าไปพร้อมกัน

อูเบอร์(Uber, UBER) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ในวันเดียวกันว่ายอดจองรวม (Gross Bookings) ของธุรกิจเดลิเวอรี่อยู่ที่ 27.463 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 26% จากปีก่อนหน้า และหากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจะเพิ่มขึ้น 25% แม้อูเบอร์จะเป็นที่รู้จักในฐานะผู้นำตลาดเรียกรถ แต่ธุรกิจเดลิเวอรี่ก็ยังคงเป็นแกนหลักของการเติบโต

อินสตาคาร์ท(Instacart, CART) เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่ามูลค่าสินค้ารวม (GTV) ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 10.351 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14% รายได้อยู่ที่ 1.043 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14% เช่นกัน ขณะที่จำนวนคำสั่งซื้ออยู่ที่ 90.3 ล้านคำสั่งซื้อ เพิ่มขึ้น 9%

GTV หมายถึงมูลค่ารวมของสินค้าที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มอินสตาคาร์ท สำหรับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ของชำ ตัวเลขนี้สะท้อนขนาดการจับจ่ายจริงของผู้บริโภค และเป็นเกณฑ์สำคัญที่ใช้ประกอบการตีความผลประกอบการร่วมกับรายได้จากโฆษณา ค่าสมาชิก และค่าธรรมเนียม

ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคโดยรวมของสหรัฐฯ กลับสวนทางกัน สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ (US Census Bureau) ระบุว่ายอดขายปลีกและบริการอาหารเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 763.6 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 0.6% จากเดือนก่อนหน้า ขณะที่วอลมาร์ท(Walmart, WMT) ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก รายงานว่ายอดขายสาขาเดิมในสหรัฐฯ สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม เติบโต 2.6%

อัตราการเติบโตของค้าปลีกรายใหญ่ที่ชะลอตัวลง ตรงข้ามกับอัตราการเติบโตของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้ลดการใช้จ่ายทั้งกระดาน แต่เลือกเปิดกระเป๋าเงินต่างกันไปตามประเภทสินค้าและจุดประสงค์การใช้งาน

บิสสิเนสอินไซเดอร์(Business Insider) สัมภาษณ์ผู้ใช้งานประจำและพบว่าความต้องการใช้บริการเดลิเวอรี่ขึ้นอยู่กับ 'ความสะดวก' มากกว่าราคา ผู้ใช้รายหนึ่งเล่าว่าต้องพึ่งพาดอร์แดช อินสตาคาร์ท และวอลมาร์ทพลัส(Walmart+) เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านการเดินทางจากความพิการ อีกรายระบุว่ายังคงใช้บริการเดลิเวอรี่ต่อเนื่องเพราะช่วยประหยัดเวลาทั้งการซื้อของ ทำอาหาร และจัดเก็บ

ดอร์แดชกำลังขยายขอบเขตสินค้าเดลิเวอรี่จากอาหารไปสู่ของชำ บริษัทเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมว่าเริ่มรองรับการชำระเงินผ่านโครงการ SNAP/EBT ในร้านค้าเครือโครเกอร์(Kroger) ราว 2,700 สาขา ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าแอปเดลิเวอรี่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริการความสะดวกสำหรับกลุ่มรายได้สูงที่ทานอาหารนอกบ้านอีกต่อไป แต่กำลังขยายเข้าสู่พื้นที่การเข้าถึงอาหารของกลุ่มรายได้น้อยด้วย

SNAP/EBT คือโครงการช่วยเหลือด้านอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อยในสหรัฐฯ ที่ใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เดิมทีใช้ได้เฉพาะการซื้อของชำหน้าร้าน แต่เมื่อผูกเข้ากับแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ผู้บริโภคที่เดินทางลำบากหรืออยู่ห่างไกลจากร้านค้าก็สามารถซื้อของชำผ่านช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน

ปัจจัยที่หนุนการเติบโตของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ยังรวมถึงส่วนลดสำหรับสมาชิก การสั่งซื้อแบบรวมออเดอร์ และการขยายหมวดของชำ ผู้บริโภคยังคงต้องแบกรับค่าธรรมเนียมเดลิเวอรี่และค่าทิป แต่ผู้ใช้งานประจำมักคำนวณรวมกับเวลาที่ประหยัดได้และค่าเดินทางที่ลดลง ด้านผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเองก็ให้ความสำคัญกับการขยายความถี่และขอบเขตสินค้ามากกว่าการพึ่งพาแค่คำสั่งซื้ออาหารเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ความต้องการเดลิเวอรี่ที่แข็งแกร่งไม่ได้หมายความว่าการใช้จ่ายผู้บริโภคในสหรัฐฯ ฟื้นตัวทั้งหมด ยอดขายปลีกที่ลดลงในเดือนกรกฎาคมและอัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิมของวอลมาร์ทที่ชะลอตัว สะท้อนว่าผู้บริโภคเลือกใช้จ่ายอย่างเข้มงวดมากขึ้น ผลประกอบการรอบนี้จึงใกล้เคียงกับภาพ 'การใช้จ่ายเพื่อความสะดวกสบายที่ยังยืนหยัดอยู่ได้' มากกว่าสัญญาณว่าการบริโภคฟื้นตัวโดยรวม

ข้อถกเถียงเรื่องราคายังคงดำเนินต่อไป ก่อนหน้านี้ทางโตเกนโพสต์เคยรายงานว่าราคาค่าอาหารนอกบ้านและค่าเดลิเวอรี่ในสหรัฐฯ กลายเป็นภาระค่าครองชีพที่ผู้บริโภครู้สึกได้ชัดเจน แม้เป็นเมนูเดียวกัน แต่ราคาสุดท้ายระหว่างการซื้อที่ร้านกับการสั่งเดลิเวอรี่ก็แตกต่างกันไปตามค่าธรรมเนียม ค่าทิป และตัวเลือกเสริมต่างๆ

ถึงกระนั้น ผลประกอบการไตรมาส 2 ของดอร์แดช อูเบอร์ และอินสตาคาร์ท ก็แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคบางกลุ่มยอมรับส่วนต่างราคาดังกล่าว แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่กำลังก้าวข้ามบทบาทแอปสั่งอาหาร ไปสู่ช่องทางบริโภคประจำวันที่เชื่อมโยงทั้งของชำและของใช้จำเป็น และคาดว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในไตรมาสถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1