ตลาดหุ้นสหรัฐทั้งสามดัชนีปรับตัวขึ้นพร้อมกันในช่วงเปิดตลาดวันที่ 25 โดยดัชนีแนสแด็ก(Nasdaq) พุ่งขึ้น 0.70% ท่ามกลางแรงหนุนจากความหวังคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการดีดตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
เมื่อเวลา 20.34 น. ตามเวลาไทย (09.34 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ) วันที่ 25 ที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ดัชนีดาวโจนส์อุตสาหกรรม(Dow Jones) เพิ่มขึ้น 95.77 จุด หรือ 0.18% อยู่ที่ 53,512.93 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500(S&P 500) เพิ่มขึ้น 30.38 จุด หรือ 0.40% อยู่ที่ 7,683.24 จุด และดัชนีแนสแด็กคอมโพสิต(Nasdaq Composite) เพิ่มขึ้น 181.63 จุด หรือ 0.70% อยู่ที่ 26,161.82 จุด ตามรายงานของยอนฮับอินโฟแม็กซ์(Yonhap Infomax)
ความหวังคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงตั้งแต่ช่วงเปิดตลาด สำนักข่าวอัล อาราบียา(Al Arabiya) อ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อรายงานว่า พลเอกอาซิม มูนีร์(Asim Munir) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน เดินทางไปยังกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน พร้อมข้อเสนอจากสหรัฐฯ ที่ระบุถึงการยุติปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านและการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
เงื่อนไขของข้อเสนอดังกล่าวรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ(Strait of Hormuz) และการยุติการโจมตีของกลุ่มตัวแทนอิหร่าน ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของตะวันออกกลาง ความตึงเครียดในพื้นที่นี้จึงถูกตีความว่าส่งผลต่อราคาน้ำมันโลก ต้นทุนการขนส่ง และความต้องการเงินดอลลาร์ไปพร้อมกัน
ฝั่งอิหร่านรายงานเรื่องนี้ต่างออกไป โดยสำนักข่าวทัสนีม(Tasnim News Agency) ระบุว่า จุดประสงค์การเดินทางของพลเอกมูนีร์ไม่ใช่การส่งสารข่มขู่จากสหรัฐฯ แต่เป็นการนำเงื่อนไขและจุดยืนของอิหร่านไปแจ้งต่อฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงมาตรการของอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซด้วย
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาด โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต(WTI) ส่งมอบเดือนตุลาคม 2026 ลดลง 2.98% อยู่ที่ 82.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงาน ความเสี่ยงในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน ตลาดหุ้นนิวยอร์ก และบิตคอยน์(BTC) ไปแล้ว
สำหรับตลาดเกาหลีใต้ ราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนมีความเชื่อมโยงกันโดยตรง เนื่องจากเกาหลีใต้พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนสูง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นความต้องการเงินดอลลาร์และแรงกดดันต่อค่าเงินวอน ขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลงมักถูกมองว่าเป็นปัจจัยลดภาระต้นทุน
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงหนุนสำคัญให้ดัชนีปรับตัวขึ้น โดยเอ็นวิเดีย(NVDA) เพิ่มขึ้น 1.69% เมตา(Meta) เพิ่มขึ้น 1.25% ส่วนหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างอินเทล(Intel) และไมครอน(Micron) เพิ่มขึ้น 2.45% และ 2.75% ตามลำดับ
แม้ตลาดจะยังจับตาผลประกอบการของเอ็นวิเดียที่กำลังจะประกาศ แต่ก็มีแรงซื้อไหลเข้าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่และหุ้นเซมิคอนดักเตอร์บางส่วน ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน TokenPost รายงาน ดัชนีแนสแด็กที่ปรับขึ้น 0.65% พร้อมการดีดตัวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำในช่วงเปิดตลาด ไปแล้วเช่นกัน
หุ้นเอเอ็มดี(AMD) เพิ่มขึ้น 3.95% หลังเรย์มอนด์ เจมส์ ปรับคำแนะนำการลงทุนจาก ‘ทำผลตอบแทนเท่าตลาด’ เป็น ‘ซื้อแรง’ พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 641 ดอลลาร์ ทั้งนี้เป็นเพียงการรายงานการปรับมุมมองของเรย์มอนด์ เจมส์ ไม่ได้หมายถึงคำแนะนำให้ซื้อหรือขาย
หุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์พลังงานเคลื่อนไหวสวนทางกัน โดยดิ๊กส์สปอร์ติ้งกู้ดส์(Dick's Sporting Goods) ร่วงลง 22.05% หลังยอดขายไตรมาส 2 อยู่ที่ 5.59 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.73 ล้านล้านวอน) ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 5.65 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.81 ล้านล้านวอน)
ขณะที่นาวิทัส เซมิคอนดักเตอร์(Navitas Semiconductor) เพิ่มขึ้น 5.52% หลังมีข่าวว่าจะจัดหาโซลูชันพลังงานให้กับ Clarvos โดยมูลค่าดีลรวมทั้งเงินสดและหุ้นอยู่ที่ประมาณ 232.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 322,000 ล้านวอน)
เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสารปรับตัวแข็งแกร่ง ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานและกลุ่มพลังงานอ่อนตัว แม้ดัชนีโดยรวมจะปรับขึ้นในช่วงเปิดตลาด แต่ผลประกอบการและแรงซื้อขายในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมทำให้หุ้นรายตัวเคลื่อนไหวแตกต่างกัน
ตลาดหุ้นยุโรปส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนียูโรสต็อกซ์ 50(Euro Stoxx 50) เพิ่มขึ้น 0.20% ดัชนีแคค 40(CAC 40) ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 0.14% และดัชนีแดกซ์(DAX) ของเยอรมนี เพิ่มขึ้น 0.67% ส่วนดัชนีฟุตซี่ 100(FTSE 100) ของอังกฤษ ลดลง 0.17%
ขณะนี้ตลาดกำลังจับตาทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่าจะคลี่คลายหรือไม่ และผลประกอบการของเอ็นวิเดียที่จะประกาศ โดยเอ็นวิเดียมีกำหนดจัดการประชุมทางโทรศัพท์ชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2027 ในเวลา 04.00 น. ตามเวลาไทย วันที่ 27
ความคิดเห็น 0