Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินเฟ้อยูโรโซนพุ่ง 2.9% จุดกระแสจับตาขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายน

กราฟเงินเฟ้อพุ่งขึ้นข้างเหรียญยูโร / TokenPost.ai

อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของยูโรโซนเดือนกรกฎาคมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.9% ทำให้การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป(ECB) ในเดือนกันยายนกลายเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดมหภาคอีกครั้ง เมื่อเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ทรุดตัวรุนแรง กระแสเรียกร้องให้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมจึงกลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง

ยูโรสแตท(Eurostat) รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของยูโรโซนเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.9% สูงขึ้นจาก 2.8% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่เมื่อปีก่อนหน้าตัวเลขอยู่ที่ 2.0% ซึ่งปัจจุบันสูงกว่าเป้าหมายระยะกลางของ ECB ที่ระดับ 2%

ตัวเลขล่าสุดนี้สะท้อนว่าการชะลอตัวของเงินเฟ้อไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวอย่างราบรื่น และเพิ่มแรงกดดันให้ ECB ก่อนการประชุมเดือนกันยายน

มาร์ตินช์ กาซากส์(Mārtiņš Kazāks) ผู้ว่าการธนาคารกลางลัตเวียและกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางยุโรป(ECB) ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่าระดับเงินเฟ้อปัจจุบันอยู่ในสถานะที่ “ค่อนข้างไม่สบายใจ” เขากล่าวว่า “เราอยู่ในจุดที่พร้อมจะเคลื่อนไหวหากจำเป็น เพื่อดึงเงินเฟ้อกลับสู่ 2% ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม” คำกล่าวนี้สะท้อนว่า ECB ยังไม่ปิดโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากสถานการณ์เงินเฟ้อไม่คลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม กาซากส์ย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลการประชุมเดือนกันยายนล่วงหน้า โดยระบุว่ามีทั้งเหตุผลสนับสนุนและคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งตีความได้ว่า ECB จะพิจารณาทั้งความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและแรงกดดันด้านเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

ECB คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก(deposit rate) ไว้ที่ 2.25% ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พร้อมระบุว่าจะดำเนินนโยบายเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างมั่นคงในระยะกลาง

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเป็นอัตราอ้างอิงที่ใช้กับเงินที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ทั้งนี้ ECB ยังคงจุดยืนว่าจะไม่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า แต่จะตัดสินใจเป็นรายการประชุมโดยอิงจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ทยอยเข้ามา

ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ ECB ยังไม่สามารถลดการเฝ้าระวังเงินเฟ้อลงได้ ยูโรสแตทระบุว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ของยูโรโซนในเดือนกรกฎาคมขยายตัว 0.4% เทียบไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตราการว่างงานเดือนมิถุนายนทรงตัวที่ 6.3%

กาซากส์อธิบายเพิ่มเติมว่าเศรษฐกิจยูโรโซนแข็งแกร่งกว่าที่คาดและอัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำ ในทางกลับกัน การเติบโตของค่าจ้างเริ่มชะลอตัวลง ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวยังคงยึดโยงอยู่ใกล้เป้าหมาย

ในเชิงนโยบายการเงิน เงินเฟ้อและการจ้างงานมักสร้างแรงกดดันคนละทิศทาง หากเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย เหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยจะมีน้ำหนักมากขึ้น แต่หากเศรษฐกิจชะลอตัวชัดเจน แรงกดดันจากการคุมเข้มเพิ่มเติมก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ภายใน ECB เองก็ยังคงเปิดโอกาสสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมก่อนการประชุมเดือนกันยายน สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยอ้างอิงรายงานการประชุมเดือนกรกฎาคมที่เผยแพร่ในวันเดียวกันว่า มีความเห็นภายในว่าหากแนวโน้มเงินเฟ้อไม่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ECB อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

Reuters ยังรายงานด้วยว่ากรรมการนโยบายของ ECB พร้อมพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน แต่ยังลังเลที่จะส่งสัญญาณคุมเข้มเพิ่มเติมหลังจากนั้น สะท้อนแนวทางที่เปิดช่องให้ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนได้ แต่ยังไม่ฟันธงทิศทางระยะยาว

คำให้สัมภาษณ์ของกาซากส์และรายงานการประชุมล่าสุดตอกย้ำว่าการถกเถียงเรื่องโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมยังคงดำเนินอยู่ภายใน ECB

สำหรับนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย การตัดสินใจของ ECB ก็เป็นตัวแปรมหภาคที่ส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เงินยูโร และราคาสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม อย่างไรก็ตาม คำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะชี้ทิศทางราคาบิตคอยน์(BTC) หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นได้อย่างชัดเจน

จุดที่ต้องติดตามต่อไปคือตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคเบื้องต้นของยูโรโซนเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเปิดเผยวันที่ 1 กันยายน ก่อนที่ ECB จะจัดประชุมนโยบายการเงินระหว่างวันที่ 9-10 กันยายน เพื่อพิจารณาทิศทางดอกเบี้ยโดยอ้างอิงตัวเลขเงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจล่าสุด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1