เครือข่าย'อีเธอเรียม'(ETH) มีเงินไหลเข้าสุทธิผ่านบริดจ์ราว 46.47 ล้านดอลลาร์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่'โรบินฮู้ดเชน'(Robinhood Chain) มีเงินไหลออกสุทธิราว 21.07 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนทิศทางเงินทุนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างเครือข่ายหลัก
ข้อมูลเงินไหลเข้าออกผ่านบริดจ์ของ'ดีไฟลามา'(DefiLlama) เมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่าอีเธอเรียมมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมง โดยมีขนาดใหญ่กว่าโซลานา(SOL) ซึ่งอยู่อันดับ 2 ประมาณ 4.5 เท่า
ในทางกลับกัน โรบินฮู้ดเชน อาร์บิทรัม(ARB) และไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) มีเงินไหลออกสุทธิรวมกันกว่า 100 ล้านดอลลาร์ โดยโรบินฮู้ดเชนถูกบันทึกเป็นเครือข่ายที่มีเงินไหลออกสุทธิสูงสุดของวัน
โรบินฮู้ดเชนเป็นเครือข่ายเลเยอร์ 2 ที่พัฒนาบนเทคโนโลยีอาร์บิทรัม ออร์บิท(Arbitrum Orbit) เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายมีมคอยน์และหุ้นโทเคไนซ์บนเครือข่ายนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่กระแสเงินไหลเข้าออกผ่านบริดจ์รายวันกลับพลิกเป็นไหลออกสุทธิ
เงินไหลเข้าสุทธิผ่านบริดจ์คำนวณจากเงินที่ไหลเข้าเครือข่ายหนึ่งจากเครือข่ายอื่น หักด้วยเงินที่ไหลออกจากเครือข่ายนั้น แม้ปริมาณการซื้อขายในเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งจะเพิ่มขึ้น แต่หากเงินไหลเข้าสุทธิผ่านบริดจ์ไม่เพิ่มตาม ก็อาจสะท้อนว่าเงินทุนจริงพักอยู่ในระบบนิเวศนั้นในระดับที่ต่างออกไป
อาร์บิทรัม เบส(Base) และโพลิกอน(POL) ก็เข้าสู่ช่วงเงินไหลออกสุทธิเช่นกัน โดยเครือข่ายเลเยอร์ 2 หลัก 4 แห่ง รวมถึงโรบินฮู้ดเชน มีเงินไหลออกสุทธิรวมกันประมาณ 69.55 ล้านดอลลาร์
ไฮเปอร์ลิควิด เครือข่ายซื้อขายอนุพันธ์ ก็มีเงินไหลออกสุทธิ 18.34 ล้านดอลลาร์เช่นกัน ไฮเปอร์ลิควิดเป็นระบบนิเวศการซื้อขายแบบกระจายศูนย์ที่รองรับการซื้อขายอนุพันธ์บนเชน โดยขนาดเงินไหลออกครั้งนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับอาร์บิทรัม
เครือข่ายที่เน้นการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ก็มีเงินไหลออกเช่นกัน โดย'พลาสม่า'(Plasma) เครือข่ายในตระกูลเทเธอร์(USDT) มีเงินไหลออก 13.27 ล้านดอลลาร์ 'เทมโป'(Tempo) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสไตรป์(Stripe) มีเงินไหลออก 3.45 ล้านดอลลาร์ และ'สเตเบิล'(Stable) ในระบบนิเวศเทเธอร์ มีเงินไหลออก 2.99 ล้านดอลลาร์
ทิศทางเงินทุนครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นกับเงินทุนที่พักอยู่ในระบบบริดจ์ไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวกันเสมอไป ในกรณีของโรบินฮู้ดเชน ปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเกิดขึ้นพร้อมกับเงินไหลออกสุทธิผ่านบริดจ์ ทำให้ยังต้องติดตามข้อมูลระยะถัดไปว่าเงินทุนที่ไหลเข้าจะคงอยู่ในระบบนิเวศนี้มากน้อยเพียงใด
ที่น่าสนใจคือเงินทุนที่ไหลกลับเข้าสู่อีเธอเรียม ก่อนหน้านี้ตลาดอีเธอเรียมเคยมีกระแสพูดถึงเงินไหลเข้าจากกองทุน ETF และการฟื้นตัวของต้นทุนออนเชนไปพร้อมกัน ทำให้เงินไหลเข้าสุทธิผ่านบริดจ์ในครั้งนี้ถูกมองเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ยืนยันทิศทางเงินทุนที่กลับเข้าสู่เมนเน็ตอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0