กระแสข่าวความเป็นไปได้ที่เทสลา(TSLA) และสเปซเอ็กซ์(SpaceX) จะควบรวมกิจการกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง โดยเครือข่ายการผลิตของเทสลาในจีนกลายเป็นจุดวัดใจสำคัญ นักวิเคราะห์มองว่าสัญญาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ที่สเปซเอ็กซ์ถืออยู่ กับการที่เทสลาพึ่งพาสายการผลิตในเซี่ยงไฮ้ อาจขัดกันเองหากทั้งสองบริษัทอยู่ภายใต้โครงสร้างการกำกับดูแลเดียวกัน
เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ (South China Morning Post หรือ SCMP) สื่อฮ่องกง รายงานเมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ว่าสเปซเอ็กซ์เป็นผู้รับสัญญาด้านอวกาศและกลาโหมที่เชื่อมโยงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ขณะที่เทสลาพึ่งพาโรงงานกิกะแฟกทอรีในเซี่ยงไฮ้และซัพพลายเชนท้องถิ่นของจีนอย่างมาก จึงมองว่าแนวคิดนำสองบริษัทมาอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันอาจเป็นประเด็นละเอียดอ่อนทั้งต่อวอชิงตันและปักกิ่ง
กระแสควบรวมมาจากมุมมองที่ว่าธุรกิจของทั้งสองบริษัทเริ่มเชื่อมโยงกันมากขึ้น เซธ โกลด์สตีน(Seth Goldstein) นักวิเคราะห์อาวุโสจากมอร์นิงสตาร์(Morningstar) มองว่าเทสลาและสเปซเอ็กซ์กำลังกลายเป็นซัพพลายเออร์ให้กันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเทสลาสามารถผลิตแผงโซลาร์ แบตเตอรี่ และวัสดุหุ้มภายนอกให้ยานสตาร์ชิป ส่วนสเปซเอ็กซ์ก็สามารถนำสตาร์ลิงก์(Starlink) และโมเดล AI อย่างกร็อก(Grok) มาใช้กับรถยนต์เทสลาและหุ่นยนต์ออปติมัส(Optimus) ได้
ประเด็นสำคัญอยู่ที่เครือข่ายการผลิตของเทสลาในจีน โรงงานกิกะแฟกทอรีที่หลินกัง เมืองเซี่ยงไฮ้ ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็น 52% ของยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกของเทสลาในปี 2025 ขณะที่รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ระบุว่ายอดส่งมอบจากโรงงานเซี่ยงไฮ้ในปี 2025 อยู่ที่ 851,000 คัน คิดเป็น 52% ของยอดส่งมอบทั่วโลกของเทสลาเช่นกัน
โรงงานแห่งนี้เป็นฐานส่งออกหลักของเทสลาไปยังตลาดเอเชียแปซิฟิกและยุโรป สะท้อนว่าสัดส่วนการผลิตในจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายในประเทศ แต่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนทั่วโลกทั้งระบบ
บทบาทฐานส่งออกของโรงงานเซี่ยงไฮ้ยังคงต่อเนื่องมาถึงปีนี้ รัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมว่า โรงงานเซี่ยงไฮ้ผลิตรถยนต์ได้ราว 468,000 คันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 คิดเป็นกว่า 54% ของยอดการผลิตทั่วโลกของเทสลา ด้าน SCMP รายงานว่าจนถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้ รถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้กว่าครึ่งถูกส่งออกไปต่างประเทศ
ข้อมูลจาก CnEVPost ที่รวบรวมจากตัวเลขของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจีน (China Passenger Car Association หรือ CPCA) ระบุว่ายอดขายส่ง (wholesale) ของโรงงานเซี่ยงไฮ้ในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 93,579 คัน ในจำนวนนี้เป็นยอดส่งออก 66,330 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดรายเดือน
เครือข่ายการผลิตในเซี่ยงไฮ้ยังผูกพันกับจีนอย่างลึกซึ้งในด้านการจัดหาชิ้นส่วนด้วย โดยเทสลาจัดหาชิ้นส่วนกว่า 95% ของโรงงานเซี่ยงไฮ้จากซัพพลายเออร์ในจีน ซึ่งมีมากกว่า 400 ราย และในจำนวนนี้กว่า 60 รายได้เข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลกของเทสลาแล้ว
มารีนา ยู จาง(Marina Yue Zhang) รองศาสตราจารย์จากสถาบันวิจัยความสัมพันธ์ออสเตรเลีย-จีน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์(University of Technology Sydney) ชี้ว่าเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เป็นเพียงฐานประกอบรถต้นทุนต่ำ แต่เป็นศูนย์รวมซัพพลายเชนด้านแบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ มอเตอร์ และระบบอัตโนมัติ หากแยกธุรกิจจีนออกไป อาจกระทบทั้งปริมาณการผลิต โครงสร้างต้นทุน และระบบสั่งสมองค์ความรู้ด้านการผลิตของเทสลา
ธุรกิจความมั่นคงของสเปซเอ็กซ์ในสหรัฐฯ เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความซับซ้อน โดย SCMP รายงานว่าสเปซเอ็กซ์เซ็นสัญญากับกองทัพอวกาศสหรัฐฯ (US Space Force) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มูลค่า 4,160 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.37 แสนล้านบาท) สำหรับดาวเทียมติดตามขีปนาวุธ และอีก 2,290 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.56 หมื่นล้านบาท) สำหรับโครงข่ายดาวเทียมสื่อสาร
เครือข่ายข้อมูลอวกาศและดาวเทียมติดตามภัยคุกคามมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องผ่านการตรวจสอบด้านความมั่นคงเข้มงวดกว่าธุรกิจสื่อสารหรือการผลิตทั่วไป หากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่พึ่งพาสายการผลิตในจีนอย่างหนักเข้ามาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ประเด็นการเข้าถึงซัพพลายเชน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการจัดการข้อมูล อาจกลายเป็นหัวข้อที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องพิจารณา
อีลอน มัสก์(Elon Musk) ซีอีโอของทั้งเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวการแยกธุรกิจจีน โดยมัสก์โต้แย้งผ่าน X ต่อรายงานที่ระบุว่าผู้บริหารเทสลาได้รับคำสั่งให้เตรียมแยกธุรกิจจีนออกก่อนการควบรวมกับสเปซเอ็กซ์ที่อาจเกิดขึ้น ว่าเป็น “ข่าวปลอม” พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีการหารือเรื่องนี้เกิดขึ้นเลย
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานกรณีที่มัสก์ปฏิเสธกระแสข่าวพิจารณาแยกหรือขายธุรกิจจีนของเทสลามาแล้ว และหลังจากนั้นยังมีรายงานที่ระบุว่าเงื่อนไขผลตอบแทนของมัสก์อาจผูกโยงไม่เพียงผลประกอบการของเทสลา แต่รวมถึงการควบรวมกิจการกับสเปซเอ็กซ์ด้วย
ประเด็นที่เกิดขึ้นครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าดีลควบรวมจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ การผนึกกำลังทางธุรกิจของทั้งสองบริษัทเชื่อมโยงกับสัญญาความมั่นคงของสหรัฐฯ เครือข่ายการผลิตในจีน และซัพพลายเชนด้านหุ่นยนต์-AI ไปพร้อมกัน ขณะที่เครือข่ายการผลิตในเซี่ยงไฮ้ของเทสลายังคงเป็นแกนหลักที่ค้ำยันทั้งกำลังผลิต การส่งออก และการจัดหาชิ้นส่วนของบริษัทต่อไป
ความคิดเห็น 0