Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

550,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ-ญี่ปุ่นย้ำแผนลงทุน คงเพดานภาษี 15%

550,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ-ญี่ปุ่นย้ำแผนลงทุน คงเพดานภาษี 15% / Tokenpost

สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นยืนยันข้อตกลงการค้าอีกครั้ง โดยผูกแผนลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในสหรัฐฯ มูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์เข้ากับเพดานภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่นที่ 15% ท่ามกลางกระแสที่ประเด็น 'เอไอ' และ 'การผลิตเซมิคอนดักเตอร์' กลายเป็นหัวใจของการเจรจาลงทุน ซึ่งเชื่อมโยงกับการเจรจาเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ที่มีบริษัทเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้เป็นเดิมพันด้วย

สำนักข่าวเกียวโด(Kyodo) รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) ที่กรุงวอชิงตัน อากาซาวะ เรียวเซอิ(Ryosei Akazawa) รัฐมนตรีเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ได้หารือกับฮาวเวิร์ด ลุตนิค(Howard Lutnick) รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ และเจมิสัน เกรียร์(Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ(USTR) แยกกัน ก่อนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "เราได้ยืนยันอีกครั้งว่าข้อตกลงเมื่อปีที่แล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลง" คำพูดนี้สะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายยังยึดกรอบเดิมที่ตกลงกันไว้ อากาซาวะยังระบุด้วยว่าสหรัฐฯ จะไม่เก็บภาษีสินค้าญี่ปุ่นเกินระดับที่สองประเทศตกลงกันไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025

ทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องที่จะเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนแร่ธาตุสำคัญ โดยในการหารือกับเกรียร์ ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า 'มาตรการควบคุมการส่งออกที่ตามอำเภอใจ' ของจีนอาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่อซัพพลายเชนของทั้งสองประเทศ

โครงสร้างหลักของข้อตกลงคือการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่นในสหรัฐฯ แลกกับการปรับภาษีของสหรัฐฯ โดยญี่ปุ่นตกลงจะทุ่มเงินรวม 550,000 ล้านดอลลาร์ ผ่านการลงทุน เงินกู้ และการรับประกัน ในโครงการยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ด้านน้ำมันและก๊าซ แร่ธาตุสำคัญ และพลังงานนิวเคลียร์ ภายในช่วงปลายสมัยที่สองของประธานาธิบดีทรัมป์

ในทางกลับกัน สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่นและสินค้าอื่นๆ ที่ 15% พร้อมคงสิทธิประโยชน์แบบ 'ไม่ซ้อนภาษี' (no-stacking) ให้กับสินค้าที่มีภาษีเดิมอยู่แล้วตั้งแต่ 15% ขึ้นไป ไม่ต้องเสียภาษีเพิ่ม ระบบนี้ช่วยป้องกันไม่ให้มาตรการภาษีหลายชั้นซ้อนกันเกินเพดานที่กำหนด

โครงการลงทุนในสหรัฐฯ ถูกเปิดเผยเป็นระยะ โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศประกาศโครงการระยะแรกมูลค่า 36,000 ล้านดอลลาร์ ต่อมาในเดือนมีนาคม ช่วงที่นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ซานาเอะ(Sanae Takaichi) เยือนสหรัฐฯ มีการเปิดเผยโครงการระยะที่สองมูลค่ารวม 73,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมโครงการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก(SMR) ของจีอี เวอร์โนวา(GE Vernova) และฮิตาชิ(Hitachi) มูลค่าสูงสุดถึง 40,000 ล้านดอลลาร์

อากาซาวะกล่าวว่า "ผมอยากชี้ให้เห็นว่าการหารือเรื่องเอไอและการผลิตเซมิคอนดักเตอร์มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการพิจารณาแผนลงทุน 550,000 ล้านดอลลาร์ของญี่ปุ่นในสหรัฐฯ" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าข้อตกลงภาษีไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์และพลังงานอีกต่อไป แต่กำลังขยายเป็นการเจรจาด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานเอไอ การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และซัพพลายเชนแร่ธาตุสำคัญไปด้วย

แร่ธาตุสำคัญคือวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ที่ใช้ในเซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สหรัฐฯ ต้องการปรับซัพพลายเชนให้พึ่งพาประเทศพันธมิตรเป็นหลัก ขณะที่ญี่ปุ่นเลือกแลกภาระภาษีที่จำกัดลง กับการให้เงินทุนและความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมในโครงการยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ

จุดที่เชื่อมโยงมาถึงเกาหลีใต้คือเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ สำนักข่าวรอยเตอร์(Reuters) รายงานว่าเกาหลีใต้และสหรัฐฯ กำลังหารือเรื่องการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาสองฝ่ายที่กว้างกว่านั้น เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ตอบคำถามว่าท่าทีเรื่องภาษีเซมิคอนดักเตอร์ที่ลุตนิคเคยกล่าวถึง ส่งผลต่อการเจรจาลงทุนหรือไม่ โดยระบุว่า "หลายประเด็นมีความเกี่ยวเนื่องส่งผลต่อกันอยู่บ่อยครั้ง" พร้อมยืนยันว่าเซมิคอนดักเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของการหารือด้านการลงทุนอยู่แล้ว

เกาหลีใต้เคยทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมีเงินลงทุนภาคการผลิตในสหรัฐฯ มูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์รวมอยู่ด้วย โดยข้อตกลงนี้ระบุว่าบริษัทเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้จะได้รับเงื่อนไขภาษีจากสหรัฐฯ ที่ไม่เสียเปรียบประเทศคู่แข่งที่มีปริมาณการค้าเซมิคอนดักเตอร์เท่ากันหรือมากกว่า

เนื่องจากซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์(Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix) เป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก วิธีที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นบังคับใช้ข้อตกลงนี้จริงในทางปฏิบัติ อาจกลายเป็นเกณฑ์เทียบเคียงสำหรับการเจรจาเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ด้วย ก่อนหน้านี้ โตเคนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานว่าการที่สินค้าเกาหลีใต้จะได้เพดานภาษี 15% ไม่ใช่สิทธิประโยชน์อัตโนมัติ แต่ต้องพิสูจน์แหล่งกำเนิดสินค้าและโครงสร้างชิ้นส่วนหลักให้ได้ก่อน

การหารือครั้งนี้จึงสรุปได้ว่าเป็นการตอกย้ำโครงสร้างเดิม คือญี่ปุ่นจำกัดภาระภาษีของตนเอง แลกกับการร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่อไป อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขภาษีของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์เกาหลีใต้ หรือขนาดการลงทุนในสหรัฐฯ ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงโดยตรงจากการหารือสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นครั้งนี้

เมื่อข้อตกลงสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นขยายขอบเขตไปครอบคลุมเอไอ เซมิคอนดักเตอร์ และแร่ธาตุสำคัญ ผลกระทบที่จะเกิดกับเกาหลีใต้จึงต้องรอดูความชัดเจนจากการเจรจาเกาหลีใต้-สหรัฐฯ เอง สำหรับบริษัทเกาหลีใต้ ไม่ใช่เพียงขนาดเงินลงทุนในสหรัฐฯ เท่านั้นที่สำคัญ แต่เงื่อนไขการได้เพดานภาษี และวิธีพิสูจน์ซัพพลายเชน ก็กำลังมีความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1