อินสเปียน(465480) บริษัทที่ปรึกษาและพัฒนาโซลูชันความปลอดภัยด้านเอสเอพี(SAP) ของเกาหลีใต้ ถูกกล่าวถึงว่าอาจได้รับอานิสงส์จากดีมานด์เปลี่ยนระบบ ก่อนที่ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) รุ่นเก่าอย่าง SAP ECC จะหมดซัพพอร์ตทั่วไป ท่ามกลางผลประกอบการครึ่งปีแรกที่พลิกมีกำไร และสินทรัพย์ทางการเงินสุทธิที่สูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทเอง
บริษัทวิจัยอิสระ แวลูไฟน์เดอร์(Valuefinder) ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่า การสิ้นสุดซัพพอร์ตทั่วไปของ SAP ECC แบบออนพรีมิส (on-premise) ที่ใกล้เข้ามา อาจทำให้โครงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบยุคใหม่เพิ่มขึ้น เอสเอพี(SAP) เองก็ระบุผ่านพอร์ทัลสนับสนุนว่า จะให้บริการซัพพอร์ตทั่วไปสำหรับแอปพลิเคชันหลักของ SAP Business Suite 7 ถึงสิ้นปี 2027 และให้บริการซัพพอร์ตแบบขยายเวลาแบบเลือกได้ถึงสิ้นปี 2030
อินสเปียนก่อตั้งเมื่อปี 2009 เป็นผู้พัฒนาโซลูชันที่ปรึกษาด้านเอสเอพีและโซลูชันความปลอดภัย จดทะเบียนในตลาดคอสแดกเมื่อปี 2024 ธุรกิจของบริษัทแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ △งานที่ปรึกษาด้านการผสานระบบบนพื้นฐานเอสเอพี (EAI) △โซลูชันความปลอดภัย และ △ซอฟต์แวร์บริการแลกเปลี่ยนเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (EDI)
SAP ECC เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ ERP รุ่นเก่าที่รวมงานหลักขององค์กร ทั้งบัญชี จัดซื้อ การผลิต และทรัพยากรบุคคลไว้ในระบบเดียว เมื่อซัพพอร์ตทั่วไปใกล้สิ้นสุดลง บริษัทต่างๆ จะต้องเลือกว่าจะคงระบบเดิมไว้พร้อมซื้อซัพพอร์ตแบบขยายเวลา หรือพิจารณาเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มยุคใหม่พร้อมปรับโครงสร้างระบบรอบข้างใหม่ทั้งหมด
งานที่ต้องทำระหว่างการเปลี่ยนผ่านไม่ได้จำกัดแค่การเปลี่ยนโปรแกรม แต่ต้องเชื่อมข้อมูลธุรกิจเดิมและระบบภายนอกเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ขณะเดียวกันนโยบายความปลอดภัยและวิธีจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ก็มักต้องปรับตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าการเชื่อมระบบและข้อมูลเดิมเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ กลายเป็นโจทย์สำคัญในกระบวนการนำเอไอเข้ามาใช้ในองค์กรเช่นกัน การวิเคราะห์อินสเปียนครั้งนี้จึงถูกมองในบริบทเดียวกัน คือดีมานด์เปลี่ยนผ่านและผสานระบบเลกาซี กำลังกลายเป็นกระแสหลักของตลาดไอทีองค์กร
ข้อมูลครึ่งปีแรกของปีนี้ระบุว่า สัดส่วนรายได้ของอินสเปียนแบ่งเป็น △งานที่ปรึกษา 32.9% △โซลูชันความปลอดภัย 39.9% △บริการ EDI 25.3% แวลูไฟน์เดอร์วิเคราะห์ว่า อินสเปียนครองอันดับ 1 ในตลาดที่ปรึกษา SAP EAI ของเกาหลีใต้ และมีส่วนแบ่งตลาดกว่า 70% ในตลาดโซลูชันเข้ารหัสสำหรับ SAP ERP
ธุรกิจโซลูชันความปลอดภัยยังเกี่ยวโยงกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ การแก้ไขกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรับเพดานค่าปรับให้สูงขึ้น รวมถึงการขยายขอบเขตบังคับใช้การรับรองระบบบริหารจัดการความปลอดภัยข้อมูล (ISMS-P) อาจทำให้ดีมานด์ลงทุนด้านความปลอดภัยของภาคธุรกิจต่อเนื่องไปอีก ตามการวิเคราะห์
ผลประกอบการของอินสเปียนดีขึ้นในครึ่งปีแรก โดยมียอดขาย 8,700 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 13.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,240 ล้านวอน พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร
อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 14.2% ดีขึ้น 19.2 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน โดยรายได้จากโซลูชันความปลอดภัยเพิ่มขึ้น 33% และรายได้จาก EDI เพิ่มขึ้นถึง 170% ซึ่งเป็นแรงหนุนหลักของผลประกอบการที่ดีขึ้นโดยรวม
ธุรกิจ EDI ถูกชี้ว่าเป็นอีกแกนการเติบโต รายได้ EDI ของอินสเปียนเพิ่มจากราว 900 ล้านวอนในปี 2022 เป็น 3,000 ล้านวอนในปี 2025 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 51.1%
อัตราการต่อสัญญาสะสมของบริการ EDI บนคลาวด์อยู่ที่ราว 97% บริษัทควบรวมกิจการกับ บีทูบี ซีแอนด์ไอ (B2B C&I) ผู้เชี่ยวชาญด้าน EDI แบบออนพรีมิสเมื่อปีก่อน ทำให้ปัจจุบันมีพอร์ตธุรกิจที่ให้บริการทั้งรูปแบบคลาวด์และออนพรีมิสควบคู่กัน
ด้านธุรกิจต่างประเทศ อินสเปียนลงนามความร่วมมือกับ ซอฟต์ลิงก์ โกลบอล(Softlink Global) บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศด้านโลจิสติกส์ของอินเดีย เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แวลูไฟน์เดอร์ระบุว่า ซอฟต์ลิงก์ โกลบอล มีเครือข่ายลูกค้าบริษัทโลจิสติกส์กว่า 5,000 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศ
ในด้านงบการเงิน สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิถูกหยิบยกเป็นประเด็นเด่น ณ สิ้นครึ่งปีแรกของปีนี้ อินสเปียนมีสินทรัพย์ทางการเงินสุทธิราว 38,400 ล้านวอน คิดเป็น 114% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ที่ 34,500 ล้านวอน ณ วันทำการก่อนหน้า ตามการวิเคราะห์
แผนตอบแทนผู้ถือหุ้นก็ถูกเปิดเผยเช่นกัน อินสเปียนประกาศแผนยกระดับมูลค่าบริษัทเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตั้งเป้าเติบโตของรายได้เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 10% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า พร้อมปรับปรุงอัตรากำไรจากการดำเนินงานและตั้งเป้าอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 25%
อัตราการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2025 อยู่ที่ 37.1% สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ บริษัทยังดำเนินการตามสัญญาทรัสต์ซื้อหุ้นคืนมูลค่า 3,000 ล้านวอนแล้วเสร็จ ทำให้ปัจจุบันถือหุ้นซื้อคืนอยู่ 563,951 หุ้น
อีชุงฮอน(Lee Chung-heon) นักวิเคราะห์จากแวลูไฟน์เดอร์ กล่าวว่า “ท่ามกลางการใกล้สิ้นสุดซัพพอร์ตของ SAP ECC บริษัทซึ่งครองอันดับ 1 ในตลาดที่ปรึกษา EAI ภายในประเทศ อยู่ในตำแหน่งที่สามารถช่วงชิงดีมานด์เปลี่ยนระบบได้ก่อนคู่แข่ง” คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองว่าฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาดที่ปรึกษา SAP ที่มีอยู่เดิม อาจเป็นความได้เปรียบเมื่อองค์กรต่างๆ เริ่มมองหาผู้ให้บริการเปลี่ยนผ่านระบบ
อย่างไรก็ตาม ขนาดและจังหวะที่ดีมานด์เปลี่ยนระบบ SAP จะแปลงเป็นคำสั่งซื้อและผลประกอบการจริงยังไม่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับแผนเปลี่ยนระบบ การจัดสรรงบประมาณ และการเลือกรูปแบบดูแลรักษาระบบของแต่ละบริษัทเป็นรายกรณี ทั้งนี้ต้องติดตามว่าดีมานด์เปลี่ยนระบบ SAP ก่อนปี 2027 จะแปลงเป็นคำสั่งซื้อของอินสเปียนได้มากน้อยเพียงใด
ความคิดเห็น 0