Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

คาดโตกว่า 20% ลอตเต้มาร์ท ไตรมาส 3 รับอานิสงส์โฮมพลัสปิดสาขา

การลดจำนวนสาขาของ โฮมพลัส กลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลประกอบการไตรมาส 3 ของธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งจาก อีมาร์ท(139480) และ ลอตเต้ ชอปปิ้ง(023530) ขณะที่ความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยนกดดันการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มค้าปลีกอยู่ในเวลานี้ นักวิเคราะห์มองว่าช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ตน่าจะมี 'ภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบ' มากกว่าช่องทางห้างสรรพสินค้าในไตรมาสนี้

คิม มยองจู(Kim Myung-joo) นักวิเคราะห์จาก เกาหลี อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ซีเคียวริตีส์ ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่า “ตัวแปรเศรษฐกิจมหภาคหลายด้าน อาทิ อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-วอน ส่งผลกระทบอย่างมากทั้งต่อตลาดโดยรวมและภาคค้าปลีก” ตามรายงานของ Yonhap Infomax คิมมองว่าเงินวอนที่อ่อนค่าในช่วงครึ่งปีแรก บวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหนุนมูลค่าหุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า แต่แนวโน้มเงินวอนแข็งค่าในครึ่งปีหลังกลับสร้างความกังวลเรื่องกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจชะลอตัวลง

จุดที่นักวิเคราะห์ให้น้ำหนักคือธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ต คิมอธิบายว่าการจ่ายเงินอุดหนุนค่าครองชีพสองรอบในช่วงครึ่งปีหลังของปีก่อน ทำให้ 'ฐานเปรียบเทียบ' ของอุตสาหกรรมไฮเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ร้านสะดวกซื้อกลับมีฐานเปรียบเทียบสูงในทิศทางตรงข้าม แม้ยอดขายสาขาเดิมของห้างสรรพสินค้าในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมจะออกมาดี แต่คิมประเมินว่าไตรมาส 3 ห้างสรรพสินค้าคงโตแซงไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ได้อานิสงส์จากฐานต่ำไม่ได้

ไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นธุรกิจที่พึ่งพาการบริโภคในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นหลัก เมื่อสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตในย่านการค้าใดปิดตัวลง ความต้องการอาหารสดและของใช้ในชีวิตประจำวันของลูกค้าก็มีแนวโน้มเคลื่อนไปยังสาขาใกล้เคียงแทน เพราะทำเลสาขา โปรโมชั่นราคา และความหลากหลายของสินค้าอาหารเป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน

กระบวนการฟื้นฟูกิจการของโฮมพลัสก็ส่งผลต่อโครงสร้างการแข่งขันเช่นกัน ศาลฟื้นฟูกิจการกรุงโซลมีคำสั่งอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการของโฮมพลัสเมื่อวันที่ 2 ที่ผ่านมา หลังจากนี้โฮมพลัสจะเดินหน้าปรับโครงสร้างสาขาและแปลงสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์เป็นทุนเพื่อชำระหนี้ตามแผนที่ได้รับอนุมัติ

โฮมพลัสมีแผนขายสาขาที่ปิดตัวและเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเองจำนวน 19 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ หลังปลดภาระค้ำประกันแล้ว บริษัทจะใช้สาขาที่เป็นกรรมสิทธิ์ตนเอง 38 แห่ง จากทั้งหมด 67 สาขาที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ เป็นหลักประกันกู้ยืมเงินจากอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำมาชำระหนี้ส่วนที่เหลือ

ท่ามกลางกระบวนการนี้ มีการประเมินว่า อีมาร์ท และ ลอตเต้มาร์ท อาจดูดซับดีมานด์บางส่วนในย่านการค้าที่โฮมพลัสถอนตัวออกไปได้ คิมระบุในบทวิเคราะห์ โดยอ้างอิงผลจากการปิดสาขาของโฮมพลัสและฐานเปรียบเทียบที่ต่ำ คาดการณ์ว่ายอดขายสาขาเดิมในประเทศของ ลอตเต้มาร์ท ไตรมาส 3 จะเติบโตมากกว่า 20% และมีกำไรจากการดำเนินงานราว 24,800 ล้านวอน ส่วน อีมาร์ท คาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะโตในระดับ 10% กว่า พร้อมกำไรจากการดำเนินงานแยกอีกราว 147,500 ล้านวอน

ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวเคยรายงานว่า โฮมพลัสระดมทุนหมุนเวียนฉุกเฉินได้ราว 200,000 ล้านวอน ก่อนกลับมาเปิดให้บริการครบทั้ง 67 สาขาอีกครั้ง ขณะนั้นภาครัฐเข้าตรวจสอบผลการช่วยเหลือพนักงานและคู่ค้า และมองว่าการกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติของโฮมพลัสเชื่อมโยงโดยตรงกับเสถียรภาพด้านการค้ากับซัพพลายเออร์และการจ้างงาน

การลดสาขาของโฮมพลัสส่งผลต่อยอดขายของอีมาร์ทและลอตเต้มาร์ทมาตั้งแต่ไตรมาส 2 แล้ว ทีมข่าวเคยรายงานว่า การลดสาขาของโฮมพลัสมีความเชื่อมโยงกับทิศทางยอดขายไฮเปอร์มาร์เก็ตของอีมาร์ทและลอตเต้มาร์ทในไตรมาส 2 โดยขณะนั้นจำนวนสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตในเกาหลีใต้อยู่ที่ อีมาร์ท 156 สาขา ลอตเต้มาร์ท 112 สาขา และโฮมพลัส 67 สาขา

อย่างไรก็ตาม การที่ศาลอนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการไม่ได้แปลว่าโฮมพลัสจะกลับสู่ภาวะปกติได้ทันที บริษัทยังต้องเดินหน้าขายสินทรัพย์และชำระหนี้ตามแผนที่วางไว้ ส่วนการรักษายอดขายให้เติบโตต่อเนื่องบนฐานสาขาที่หดตัวลงก็ยังเป็นโจทย์ที่ต้องพิสูจน์

ตัวแปรของอีมาร์ทก็ยังไม่หมดไป คิมประเมินว่าประเด็นการตลาดของสตาร์บัคส์ในไตรมาส 2 สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ทางสังคมของอีมาร์ท แต่มองว่าปัจจัยลบดังกล่าวสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปแล้ว คิมระบุในบทวิเคราะห์ว่า หากเงินวอนแข็งค่าต่อเนื่อง ผลประกอบการของสตาร์บัคส์ในเกาหลีใต้ก็มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย

ลอตเต้ ชอปปิ้ง มีโครงสร้างธุรกิจที่ถือทั้งห้างสรรพสินค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตในมือ เงินวอนที่แข็งค่าเป็นปัจจัยที่ลดความคาดหวังต่อยอดขายจากลูกค้าต่างชาติของฝั่งห้างสรรพสินค้า ขณะที่ฝั่งไฮเปอร์มาร์เก็ตกลับมีโอกาสได้ประโยชน์จากฐานเปรียบเทียบต่ำและคู่แข่งที่ลดจำนวนสาขาลง

ประเด็นที่วนเวียนอยู่รอบหุ้นกลุ่มค้าปลีกเวลานี้จึงพุ่งไปที่สองเรื่องหลัก คืออัตราแลกเปลี่ยนและการปรับโครงสร้างสาขา เงินวอนแข็งค่าลดความคาดหวังยอดขายจากลูกค้าต่างชาติของห้างสรรพสินค้า ขณะเดียวกันการลดสาขาของโฮมพลัสก็นำไปสู่การจัดสรรย่านการค้าไฮเปอร์มาร์เก็ตใหม่ ผลกระทบที่แท้จริงจะเห็นชัดขึ้นจากยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 3 และความคืบหน้าการขายสาขาของโฮมพลัสในระยะต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

Jupiter Card เปิดถอนเงินอีกครั้ง ยันบัญชีผู้ใช้ไม่ได้รับผลกระทบ

8 พันล้านดอลลาร์เสียหาย! เตือนภัยลงทุนดีปเฟก AI ในสหรัฐฯ พุ่ง 38%

บิตคอยน์(BTC) แตะ 81,000 ดอลลาร์ก่อนร่วงหลุด 77,000 ดอลลาร์

ETF บิตคอยน์(BTC) ยอดไหลเข้าสุทธิสะดุดหลังต่อเนื่อง 9 วัน ราคาร่วงแตะ 77,557 ดอลลาร์

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1