ดัชนีคอสปี้(KOSPI)ปิดตลาดวันที่ 7 ที่ระดับ 6995.39 จุด เพิ่มขึ้น 4.61% จากวันทำการก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่วัดความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับเอียงไปทาง 'โลภ' ก่อนที่ราคาหุ้นและข่าวสารจะขยับตามเสียอีก
หนังสือพิมพ์ฮันกุกยองเจ (한국경제) รายงานเมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ว่าแพลตฟอร์มลงทุนด้าน AI อย่างเอพิกเอไอ(EpicAI) ได้เปิดตัว 'ดัชนีความกลัวและความโลภ' ที่แปลงความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้เป็นตัวเลข โดยคำนวณจากการพูดคุยของนักลงทุน เช่น กระดานสนทนาหุ้นออนไลน์ 50% ข่าวสาร 25% และความเคลื่อนไหวของตลาด 25% รวมกันทุกชั่วโมง
ดัชนีนี้ยังแสดงด้วยว่าความเชื่อมั่นปัจจุบันเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปช่วง -1 ถึง +1 ถือเป็นโซนกลาง มากกว่า +1 คือโซน 'โลภ' และต่ำกว่า -1 คือโซน 'กลัว'
เวลา 9.00 น. ของวันที่ 7 ดัชนีรวมอยู่ที่ +0.34 ซึ่งยังอยู่ในโซนกลาง ขณะที่ดัชนีจากการพูดคุยของนักลงทุนพุ่งไปที่ +1.85 แสดงความ 'โลภ' ชัดเจน ส่วนดัชนีข่าวอยู่ที่ -0.40 ใกล้เคียงโซน 'กลัว' และดัชนีตลาดอยู่ที่ +0.60
ความเชื่อมั่นแข็งแกร่งขึ้นระหว่างวัน เวลา 13.00 น. ดัชนีรวมขยับขึ้นเป็น +0.88 ดัชนีการพูดคุยของนักลงทุนอยู่ที่ +1.42 และดัชนีข่าวก็พลิกกลับมาเป็นบวกที่ +1.38
เมื่อตลาดปิดทำการปกติเวลา 17.00 น. ดัชนีรวม ดัชนีการพูดคุยของนักลงทุน และดัชนีข่าว ขยับขึ้นเป็น +1.27, +1.91 และ +1.62 ตามลำดับ เข้าสู่โซน 'โลภ' ทั้งหมด ส่วนดัชนีตลาดอยู่ที่ +0.98
ด้านดัชนีคอสแด็ก(KOSDAQ)ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.07% จากวันก่อนหน้า มาอยู่ที่ 822.19 จุด ขณะที่ดัชนีคอสปี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 308.18 จุด มาอยู่ที่ 6995.39 จุด
ความเคลื่อนไหวของวันนี้ชี้ให้เห็นลำดับที่น่าสนใจ คือมุมมองเชิงบวกจากกระดานสนทนาออนไลน์ในช่วงเช้าปรับตัวแรงขึ้นก่อนดัชนีข่าวและดัชนีรวมเสียอีก อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวเพียงวันเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าดัชนีนี้สามารถทำนายทิศทางราคาหุ้นในวันทำการถัดไปได้
การแปลงความกลัวและความโลภให้เป็นตัวเลขไม่ใช่แนวคิดใหม่ ดัชนีความผันผวนของสหรัฐฯ (VIX) และดัชนี VKOSPI ของเกาหลีใต้ วัดความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์ไว้ผ่านราคาสัญญาออปชัน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคเอกชนมักผสมผสานราคา ปริมาณการซื้อขาย และความผันผวนเข้าด้วยกันเพื่อสะท้อนบรรยากาศตลาด
ดัชนีของเอพิกเอไอใช้เทคโนโลยี Generative AI และการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) เพื่อแปลงความมองโลกในแง่ดี ความกังวล และความตื่นเต้นที่ปรากฏในบทสนทนาของนักลงทุนและข่าวสารให้เป็นตัวเลขแบบเรียลไทม์ เป็นแนวทางที่พยายามวัดไม่เพียงพฤติกรรมของนักลงทุน แต่รวมถึงถ้อยคำและอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมนั้นด้วย
กล่าวโดยสรุป ดัชนีนี้เปรียบเสมือน 'เทอร์โมมิเตอร์' มากกว่า 'หมอดู' กล่าวคือเป็นเพียงดัชนีเสริมที่ช่วยแสดงช่องว่างระหว่างราคาตลาดกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ดัชนีความกลัวและความโลภสามารถให้ค่าตัวเลขและช่วงที่แตกต่างกันไปตามหน่วยงานที่คำนวณและสูตรที่ใช้ แม้จะใช้ชื่อดัชนีเดียวกัน แต่หากสินทรัพย์อ้างอิงและเกณฑ์ต่างกัน ความหมายของตัวเลขก็ต่างกันไปด้วย
ในรายงานข่าวคริปโตของสำนักข่าวเราเองก็เคยอธิบายไว้ว่าดัชนีความกลัวและความโลภไม่ใช่เครื่องมือฟันธงทิศทางราคา แต่เป็นดัชนีเสริมที่ช่วยอ่านการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของผู้เล่นในตลาด ดัชนีของเอพิกเอไอก็เช่นกัน ควรพิจารณาองค์ประกอบย่อยและช่วงเวลาอ้างอิงควบคู่กันไป มากกว่าจะดูตัวเลขเดียว
ในวันที่ 7 ดัชนีการพูดคุยของนักลงทุนเข้าสู่โซน 'โลภ' ก่อนดัชนีข่าวและดัชนีตลาด ส่วนคำถามที่ว่าลำดับนี้จะเกิดซ้ำเป็นสัญญาณที่เชื่อถือได้หรือไม่นั้น คงต้องรอข้อมูลสะสมเพิ่มเติมในอนาคตจึงจะตัดสินได้
ความคิดเห็น 0