Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

นักวิชาการเกาหลีใต้ชี้ 'ปล่อยกู้เพิ่ม' ไม่ใช่ทางแก้เดียวของการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบ

นักวิชาการเกาหลีใต้ชี้ 'ปล่อยกู้เพิ่ม' ไม่ใช่ทางแก้เดียวของการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบ / Tokenpost

การเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบ (Inclusive Finance) ไม่ควรวัดผลแค่ปริมาณสินเชื่อที่ปล่อยออกไป แต่ต้องออกแบบวิธีประเมินเครดิตและโครงสร้างการชำระหนี้ให้สอดคล้องกับ 'สาเหตุ' ที่ทำให้ลูกหนี้แต่ละรายถูกกีดกันออกจากระบบการเงินตั้งแต่แรก นี่คือข้อเสนอล่าสุดจากวงวิชาการการเงินเกาหลีใต้

ซิมเซรี(Sim Se-ri) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัยคังวอน(Kangwon National University) เขียนบทวิเคราะห์ในวารสารรายไตรมาส 'ยอชินกึมยุง'(Yeosin Geumyung) ของสถาบันวิจัยการเงินสินเชื่อ(Yeosin Financial Research Institute) ฉบับฤดูร้อนปี 2026 ว่า “หัวใจของการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบไม่ใช่การปล่อยกู้ให้มากขึ้น แต่คือการออกแบบวิธีตัวกลางสินเชื่อให้เหมาะกับสถานะของลูกหนี้แต่ละราย” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงบริการการเงินต้องเจาะจงเป็นรายกรณี ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน

บทวิเคราะห์ชิ้นนี้เสนอให้ประเมินผลสำเร็จของนโยบายการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบจากกระบวนการฟื้นตัวทางการเงินของลูกหนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเลขยอดสินเชื่อที่ปล่อยออกไป โดยชี้ว่าแม้จะเป็นลูกหนี้กลุ่มเครดิตต่ำหรือรายได้น้อยเหมือนกัน แต่ 'สาเหตุ' ที่ทำให้แต่ละคนถูกกีดกันออกจากระบบการเงินอาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

สำหรับลูกหนี้ที่ถูกประเมินความสามารถชำระหนี้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะข้อมูลทางการเงินไม่เพียงพอ บทวิเคราะห์เสนอให้ปรับปรุงโมเดลประเมินเครดิตให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยนำข้อมูลด้านอื่นที่สะท้อนความสามารถชำระหนี้จริง แต่ไม่ปรากฏในข้อมูลทางการเงินทั่วไป เข้ามาร่วมพิจารณาด้วย

ส่วนลูกหนี้ที่ขาดสภาพคล่องเพียงชั่วคราว การปรับโครงสร้างการชำระหนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาจเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า ในทางกลับกัน หากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้เสียหายไปแล้วจริงๆ แนวทางที่เหมาะสมไม่ใช่การเพิ่มวงเงินกู้ใหม่ แต่ควรเป็นการปรับโครงสร้างหนี้พร้อมเปิดเส้นทางให้กลับเข้าสู่ระบบการเงินได้อีกครั้ง

โครงสร้างการระดมทุนของธุรกิจสินเชื่อเฉพาะทาง (Yeosin) ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณา เพราะบริษัทกลุ่มนี้ไม่มีใบอนุญาตรับฝากเงินเหมือนธนาคารพาณิชย์ จึงต้องพึ่งพาการระดมทุนจากภายนอกเป็นหลัก ดังนั้นนอกจากดูความต้องการสินเชื่อของลูกหนี้แล้ว ยังต้องคำนึงถึงต้นทุนการระดมทุนและความเสี่ยงจากการรีไฟแนนซ์หนี้ของบริษัทเองด้วย

เมื่อบริษัทการเงินพึ่งพาการระดมทุนผ่านตลาดทุนเป็นหลัก อัตราดอกเบี้ยและสภาวะตลาดเงินย่อมส่งผลต่อการบริหารสินเชื่อโดยตรง ด้วยเหตุนี้ การขยายนโยบายการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบจึงต้องพิจารณาความมั่นคงของบริษัทการเงินและเงื่อนไขการระดมทุนควบคู่กันไปด้วย

บทวิเคราะห์เตือนว่า หากเรียกร้องให้ขยายสินเชื่อหรือลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูปัจจัยอื่น บริษัทการเงินอาจตอบสนองด้วยการเข้มงวดเกณฑ์อนุมัติ หรือลดวงเงินและระยะเวลากู้ลงแทน ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจกลายเป็นว่าลูกหนี้บางกลุ่มยิ่งห่างไกลจากระบบการเงินในระบบมากขึ้นกว่าเดิม

เกณฑ์การประเมินผลก็ควรปรับเปลี่ยนจากการเน้นแค่ 'ขนาดวงเงินที่อนุมัติ' เป็นการดูอัตราการค้างชำระหลังปล่อยกู้ สัดส่วนลูกหนี้ที่กลับมาชำระปกติได้ และการแก้ไขปัญหาค้างชำระระยะยาว เพราะตัวชี้วัดเหล่านี้จะสะท้อนผลสำเร็จที่แท้จริงของนโยบายการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบได้ดีกว่า

เมื่อประเมินบทบาทของธุรกิจสินเชื่อเฉพาะทางในการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบ ต้องพิจารณาโครงสร้างการระดมทุนผ่านตลาดทุนและการบริหารความมั่นคงไปพร้อมกัน บทวิเคราะห์ยังระบุด้วยว่าควรนำการคุ้มครองผู้บริโภคและเส้นทางฟื้นตัวหลังค้างชำระเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ประเมินด้วย

ศาสตราจารย์ซิมกล่าวว่า “ความครอบคลุมทางการเงินกับความมั่นคงไม่จำเป็นต้องมองเป็นความสัมพันธ์แบบขัดแย้งกันตายตัว” และเสริมว่า “เมื่อคุณภาพข้อมูลดีขึ้น การกำหนดราคาและโครงสร้างการชำระหนี้ตามความเสี่ยงมีความละเอียดมากขึ้น พร้อมกับมีเส้นทางฟื้นตัวหลังค้างชำระที่ชัดเจน ความครอบคลุมและความมั่นคงก็มีโอกาสทำงานเสริมกันได้” นั่นหมายความว่าไม่จำเป็นต้องมองการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบกับความมั่นคงของบริษัทการเงินเป็นขั้วตรงข้ามกันเสมอไป

เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางนี้ จำเป็นต้องมีระบบประเมินที่แยกแยะสถานะของลูกหนี้แต่ละรายได้ชัดเจน และในขณะเดียวกันก็ต้องมีขั้นตอนฟื้นฟูหลังค้างชำระ เพื่อให้ลูกหนี้กลับมาใช้บริการทางการเงินได้ตามปกติ

ธนาคารดิจิทัลของเกาหลีใต้ทั้ง 3 แห่ง กำลังขยายสินเชื่อให้กลุ่มเครดิตปานกลางถึงต่ำ ควบคู่ไปกับการยกระดับโมเดลประเมินเครดิตและการนำข้อมูลทางเลือกที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงินมาใช้ประกอบการพิจารณา ซึ่งรายงานก่อนหน้านี้ของสำนักข่าวที่ระบุว่าธนาคารดิจิทัลเดินหน้าทั้งขยายสินเชื่อกลุ่มเครดิตปานกลางถึงต่ำและยกระดับโมเดลประเมินเครดิตไปพร้อมกันก็สอดคล้องกับประเด็นที่บทวิเคราะห์นี้หยิบยกขึ้นมา

แนวทางดังกล่าวคือการแยกสถานะทางการเงินของลูกหนี้แต่ละรายให้ชัดเจน แล้วปรับใช้วิธีปล่อยสินเชื่อ ปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ หรือปรับโครงสร้างหนี้ให้ต่างกันไปตามแต่ละกรณี โดยเกณฑ์ตัดสินสำคัญไม่ใช่ 'ปล่อยกู้ไปมากแค่ไหน' แต่คือ 'ลูกหนี้ลดการค้างชำระและกลับเข้าสู่ระบบการเงินได้หรือไม่'

หากต้องการยกระดับความยั่งยืนของการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบในระยะยาว จำเป็นต้องมีระบบประเมินที่นำทั้งเงื่อนไขการระดมทุนของบริษัทการเงิน การคุ้มครองผู้บริโภค และศักยภาพในการฟื้นตัวของลูกหนี้มาพิจารณาร่วมกัน บทวิเคราะห์ชิ้นนี้เสนอว่าควรนิยามความสำเร็จของการเงินเพื่อคนเข้าไม่ถึงระบบใหม่ โดยยึดผลลัพธ์การฟื้นตัวของลูกหนี้แต่ละราย แทนที่จะยึดแค่ขนาดของสินเชื่อที่ปล่อยออกไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1