แบล็คร็อก ซึ่งเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการจากสำนักงานกำกับดูแลกิจกรรมทางการเงินของอังกฤษ(FCA) ในฐานะ ‘ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล’ เมื่อวันที่ 1 ทำให้บริษัทสามารถขยายการดำเนินงานด้านกองทุน ETF บิตคอยน์(BTC) ในทวีปยุโรปได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมราว 1,800 ล้านล้านวอน แบล็คร็อกจึงมีความพร้อมในการเปิดตัวและดำเนินการผลิตภัณฑ์ ETF บิตคอยน์ของตัวเองในตลาดอังกฤษอย่างเต็มรูปแบบ โดยการจดทะเบียนครั้งนี้ทำให้แบล็คร็อกกลายเป็นผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลลำดับที่ 51 ของสหราชอาณาจักร เคียงข้างยักษ์ใหญ่อย่างคอยน์เบส, เพย์พาล และเรโวลูต สะท้อนว่าบริษัทได้วางรากฐานทางกฎหมายสำหรับเจาะกลุ่มตลาดยุโรปอย่างเป็นระบบ
แหล่งข่าวระบุว่า การได้รับอนุญาตจากอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ขยายตลาดสำหรับกองทุน ETF คริปโต โดยก่อนหน้านี้ แบล็คร็อกได้นำผลิตภัณฑ์ ‘iShares บิตคอยน์ ETP’ จดทะเบียนในตลาดหุ้นยูโรเน็กซ์ ที่ปารีสและอัมสเตอร์ดัม ซึ่งได้รับการออกแบบให้เหมาะสมทั้งกับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายความสำเร็จของกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตจากตลาดสหรัฐฯ มาสู่ยุโรป
สำหรับในสหรัฐฯ ‘iShares บิตคอยน์ ETF’ ของแบล็คร็อกมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกว่า 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ราว 68.62 ล้านล้านวอน) จัดว่าเป็นหนึ่งในกองทุน ETF บิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้จึงถูกมองว่าเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่ออุปสงค์ของนักลงทุนทั่วโลก และยืนยันถึงทิศทางการขยายบริการการลงทุนในคริปโตภายใต้ระบบการเงินแบบดั้งเดิม
*ความคิดเห็น* ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่าการได้รับอนุญาตของแบล็คร็อกจากทางการอังกฤษไม่เพียงส่งผลต่อกลยุทธ์ของบริษัทด้านการขยายตลาดสินทรัพย์เท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการบรรจบกันระหว่างการเงินดั้งเดิมกับโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลอีกด้วย อีกทั้งยังมีโอกาสที่แพลตฟอร์มจะนำเสนอสินทรัพย์ดิจิทัลที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต
มีรายงานเพิ่มเติมว่า แบล็คร็อกมีแนวโน้มจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับนักลงทุนสถาบันในภูมิภาคต่าง ๆ โดยใช้ลอนดอนซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินสำคัญของโลก เป็นฐานหลัก โดยกลยุทธ์แบบภูมิภาคนี้อาจต่อยอดไปสู่ตลาดเอเชียและตะวันออกกลางในลำดับถัดไป
ความคิดเห็น 0