โคเรียคอลมาร์(161890) ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายของสถาบันวิจัยเพอร์ซันนัลแคร์ ซึ่งดูแลผลิตภัณฑ์ผมและบอดี้ ให้เติบโตมากกว่า 15% ทุกปี สะท้อนมุมมองว่าตลาดเครื่องสำอางที่เคยกระจุกตัวอยู่ที่สกินแคร์ กำลังขยายไปสู่กลุ่มผมและบอดี้ และผลิตภัณฑ์จะแตกไลน์ย่อยมากขึ้นเรื่อยๆ
อีฮยอนซุก(Lee Hyun-sook) กรรมการผู้จัดการฝ่ายสถาบันวิจัยเพอร์ซันนัลแคร์ของโคเรียคอลมาร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Yonhap Infomax เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ว่า “เมื่อก่อนคนทาเครื่องสำอางบนใบหน้าแค่สามสี่ชนิด แต่ตอนนี้ใช้กันเกินสิบชนิดแล้ว” และว่า “ตลาดผมและบอดี้ก็กำลังจะเข้าสู่ยุคที่คนใช้ผลิตภัณฑ์มากกว่าสิบชนิดเช่นกัน” เธอยังกล่าวเสริมว่า “เป้าหมายของเราคือทำให้ยอดขายของสถาบันวิจัยเพอร์ซันนัลแคร์ ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ผมและบอดี้ เติบโตมากกว่า 15% ทุกปี” คำพูดนี้สะท้อนความมั่นใจของบริษัทว่าโอกาสเติบโตในกลุ่มผมและบอดี้ยังเปิดกว้างอีกมาก
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายนี้ยังไม่ใช่ผลประกอบการที่ยืนยันแล้ว แต่เป็นแผนการเติบโตที่บริษัทประกาศไว้เท่านั้น ยอดขายจริงของสถาบันวิจัยเพอร์ซันนัลแคร์จะขึ้นอยู่กับการเปิดตัวสินค้าใหม่ คำสั่งซื้อจากลูกค้า และตารางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศในระยะต่อไป
สถาบันวิจัยเพอร์ซันนัลแคร์ของโคเรียคอลมาร์ทำหน้าที่วิจัยผลิตภัณฑ์ผม บอดี้ และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการด้านการวิจัยพัฒนาของบริษัทระบุว่าสถาบันแห่งนี้ให้บริการโซลูชันครบวงจรในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
อีฮยอนซุกอธิบายว่าผลิตภัณฑ์ผมและบอดี้ต่างจากสกินแคร์ในแง่วิธีใช้ ปริมาณการใช้ และระดับราคาที่ผู้บริโภครับได้ จึงจำเป็นต้องวิจัยแยกต่างหาก นั่นหมายความว่าการวิจัยพัฒนาและการออกแบบเนื้อผลิตภัณฑ์ต้องปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้และเกณฑ์การซื้อของแต่ละกลุ่มสินค้า
ปัจจุบันโคเรียคอลมาร์กำลังขยายไลน์เพอร์ซันนัลแคร์ไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับหนังศีรษะ โดยบริษัทประกาศเมื่อเดือนเมษายนว่าได้พัฒนา ‘สคาลป์ ซัน เอสเซนส์’(Scalp Sun Essence) ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับหนังศีรษะสำเร็จแล้ว
สคาลป์ ซัน เอสเซนส์ มีค่าป้องกันแสงแดด SPF 50+ โคเรียคอลมาร์ระบุว่าใช้เวลาวิจัยกว่า 2 ปี จนได้เนื้อผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดปัญหาเส้นผมจับตัวเป็นก้อน จุดเด่นคือใช้งานคล้ายการทาเอสเซนส์บนหนังศีรษะโดยตรง
บริษัทระบุว่าต่อจากสคาลป์ ซัน เอสเซนส์ ยังมีแผนพัฒนา ‘สคาลป์ ซัน มิสต์’ ‘สคาลป์ ซัน สเปรย์’ และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหนังศีรษะโดยเฉพาะตามมาอีกด้วย สะท้อนทิศทางที่ไม่ได้หยุดแค่การออกสินค้าเดี่ยว แต่ต้องการสร้างไลน์ผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะแบบครบชุด
โคเรียคอลมาร์วางแผนเปิดตัวสคาลป์ ซัน เอสเซนส์ในประเทศช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ก่อนบุกตลาดโลกรวมถึงสหรัฐฯ ในปีหน้า ทั้งนี้กำหนดการดังกล่าวเป็นแผนที่บริษัทเปิดเผยไว้ และวันเปิดตัวจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้
สถาบันวิจัยเพอร์ซันนัลแคร์แยกตัวออกมาจากสถาบันวิจัยสกินแคร์เมื่อปี 2022 อีฮยอนซุกเคยให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนมิถุนายนว่า หลังแยกสถาบันออกมา สัดส่วนแบรนด์ใหม่มีมากกว่า 50% และฐานลูกค้าก็มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นกว่า 30%
ในการให้สัมภาษณ์ครั้งเดียวกัน เธอระบุว่าขนาดของสถาบันเติบโต 10% และยอดขายสินค้าใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลภายในที่บริษัทเปิดเผยเองในการสัมภาษณ์ครั้งนั้น
กลยุทธ์ครั้งนี้สะท้อนว่าโคเรียคอลมาร์กำลังปั้นเพอร์ซันนัลแคร์ให้เป็นเสาหลักการเติบโตอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่แค่สินค้าเสริม เช่นเดียวกับที่สกินแคร์เคยแตกไลน์เป็นโทนเนอร์ โลชั่น ครีม มาสก์แผ่น และแอมพูล ตลาดผมและบอดี้ก็มีโอกาสขยายไลน์ตามความต้องการเฉพาะกลุ่มได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ โคเรียคอลมาร์ทำกำไรจากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2 ได้ 1.103 แสนล้านวอน จากดีมานด์ช่วงพีคของสินค้ากันแดดและการเปิดตัวสินค้าใหม่ของลูกค้าต่างประเทศ การขยายเพอร์ซันนัลแคร์ครั้งนี้จึงถือเป็นความพยายามสร้างฐานการเติบโตในกลุ่มผมและบอดี้ แยกออกจากธุรกิจกันแดดที่เป็นแกนหลักเดิมของบริษัท
สำนักข่าว Newspim รายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ว่าบริษัทหลักทรัพย์ SK ยังคงคำแนะนำ ‘ซื้อ’ หุ้นโคเรียคอลมาร์ และตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 180,000 วอน โดยอ้างอิงผลประกอบการและการขยายฐานลูกค้าของบริษัท อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบทวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อเป้าหมายยอดขายของสถาบันวิจัยเพอร์ซันนัลแคร์ครั้งนี้หรือไม่
โคเรียคอลมาร์วางแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ผมและบอดี้ต่อเนื่อง โดยเริ่มจากผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับหนังศีรษะ ส่วนเป้าหมายยอดขายของสถาบันวิจัยเพอร์ซันนัลแคร์จะกลายเป็นผลงานจริงหรือไม่นั้น ต้องติดตามการเปิดตัวสินค้าใหม่และตารางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศต่อไป
ความคิดเห็น 0