บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป(BMW) ทำสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ล้วน (BEV) ในยอดขายรถยนต์ที่สหรัฐฯ ไตรมาส 2 ปี 2026 ได้ 6% ครองอันดับ 1 ในกลุ่มค่ายรถและพันธมิตรรายใหญ่ ขณะที่เจนเนอรัล มอเตอร์ส(GM) ทำได้ 5% แซงหน้าฮุนไดกรุ๊ปขึ้นมาอยู่อันดับ 2
เว็บไซต์ คลีนเทคนิกา(CleanTechnica) รายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) โดยรวบรวมข้อมูลสัดส่วน BEV เทียบกับยอดขายรถยนต์ทั้งหมดของแต่ละค่ายในตลาดสหรัฐฯ พบว่าสัดส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปขยับขึ้นจาก 5.7% ในไตรมาส 1 มาอยู่ที่ 6% เพิ่มขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ การจัดอันดับดังกล่าวเปรียบเทียบจาก ‘สัดส่วน’ ของ BEV ต่อยอดขายรวมทั้งหมดของแต่ละกลุ่มค่ายรถในสหรัฐฯ ไม่ใช่จำนวนรถอีวีที่ขายได้จริง จึงต้องแยกพิจารณาระหว่างขนาดยอดขายกับสัดส่วนการเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้า
จีเอ็มเป็นค่ายที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในกลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ โดยขยับจาก 3.6% ในไตรมาส 1 เป็น 5% ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นถึง 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้อันดับขยับจากที่ 3 ขึ้นมาเป็นที่ 2
จีเอ็มขยายไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าผ่านแบรนด์แคดิลแลค(Cadillac) และเชฟโรเลต(Chevrolet) เป็นหลัก และยังคงรักษาตำแหน่งผู้ขายรถอีวีอันดับ 2 ของสหรัฐฯ ในแง่จำนวนคันไว้ได้ในไตรมาส 2 เช่นกัน
ด้านฮุนไดกรุ๊ป สัดส่วน BEV ขยับจาก 4.2% เป็น 4.5% เพิ่มขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์เท่ากับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แต่เมื่อจีเอ็มมีอัตราเพิ่มขึ้นมากกว่า ทำให้อันดับของฮุนไดกรุ๊ปร่วงจากที่ 2 ลงมาอยู่ที่ 3
ก่อนหน้านี้ ฮุนไดกรุ๊ปเคยให้ความเห็นว่าภาวะความต้องการรถอีวีที่ชะลอตัวไม่ได้เกิดจากตลาดซบเซาโดยรวม แต่เป็นผลจากความเร็วในการเปลี่ยนผ่านที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค พร้อมยืนยันเป้าหมายเดิมที่จะดันสัดส่วนยอดขายรถยนต์ที่ใช้ระบบไฟฟ้าขึ้นไปให้ถึง 60%
เมื่อดูข้อมูลรายกลุ่มค่ายรถ พบว่าทั้งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปและฮุนไดกรุ๊ปมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเช่นเดียวกับจีเอ็ม เพียงแต่อัตราการเพิ่มของจีเอ็มสูงกว่าอย่างชัดเจน สะท้อนความเร็วในการเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าที่แตกต่างกันระหว่างค่าย
ขณะที่ซูบารุ(Subaru) มีสัดส่วน BEV เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จาก 2.1% ในไตรมาส 1 เป็น 4.2% ในไตรมาส 2 ทำให้ช่องว่างกับฮุนไดกรุ๊ปแคบลงตามไปด้วย
ในระดับแบรนด์ แคดิลแลคมีสัดส่วน BEV ในยอดขายไตรมาส 2 อยู่ที่ 35.4% ส่วนปอร์เช่(Porsche) ก็มีสัดส่วน BEV ทะลุ 10% เช่นกัน
ส่วนเฟียต(Fiat) มีสัดส่วน BEV สูงที่สุดถึง 98.8% แต่ยอดขายรวมทั้งหมดในสหรัฐฯ ไตรมาส 2 มีเพียง 82 คัน ทำให้ผลกระทบต่อภาพรวมตลาดมีจำกัดมาก
ตัวเลขระดับกลุ่มค่ายรถกับระดับแบรนด์มีฐานการเปรียบเทียบต่างกัน ตัวเลขของกลุ่มค่ายเป็นผลรวมยอดขายจากหลายแบรนด์ ขณะที่ตัวเลขระดับแบรนด์คือสัดส่วน BEV เฉพาะยอดขายของแบรนด์นั้นเพียงแบรนด์เดียว
ด้วยเหตุนี้ การนำ 6% ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปไปเทียบตรงกับ 35.4% ของแคดิลแลคในฐานะตัวชี้วัดความสามารถด้านรถอีวีเพียงตัวเดียวจึงทำได้ยาก ต้องพิจารณาทั้งขนาดยอดขายและสัดส่วนโครงสร้างการขายควบคู่กันไป
ข้อมูลชุดนี้สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าในตลาดสหรัฐฯ ไม่ได้เดินหน้าด้วยความเร็วเท่ากันในทุกค่าย และแม้บางค่ายจะมีสัดส่วนสูงขึ้น อันดับก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราการเพิ่มขึ้นของคู่แข่ง
ข้อมูล ณ ไตรมาส 2 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ ส่วนจีเอ็มขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ต้องติดตามกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของฮุนไดกรุ๊ปและซูบารุในไตรมาสถัดไปจะส่งผลต่ออันดับอย่างไร
ความคิดเห็น 0