นักลงทุนรายย่อยในเกาหลีใต้ซื้อสุทธิกองทุน ETF อินเวอร์สสองกองทุนรวมมูลค่า 204,600 ล้านวอน ในช่วงที่ดัชนีคอสปี้(KOSPI) ปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง สะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันในกลุ่มนักลงทุนรายย่อยต่อทิศทางตลาด
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์เกาหลี(Korea Exchange) และคอสคอม(Koscom) CHECK ระบุว่า ณ เวลา 10.55 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 8 นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิกองทุน 'KODEX Inverse' ในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีมูลค่า 107,400 ล้านวอน ขณะที่กองทุน 'KODEX 200 Futures Inverse 2X' มียอดซื้อสุทธิ 97,200 ล้านวอน ทำให้ทั้งสองกองทุนครองอันดับ 1 และ 2 ของสินทรัพย์ที่รายย่อยซื้อสุทธิสูงสุดในวันเดียวกัน
ดัชนีคอสปี้ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สองจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แต่ในจังหวะที่ดัชนีเป็นขาขึ้น เงินทุนของนักลงทุนรายย่อยกลับไหลเข้าสู่สินค้าที่ออกแบบมาให้ทำกำไรเมื่อดัชนีปรับลง
ETF อินเวอร์สเป็นสินค้าที่ออกแบบมาให้ทำกำไรเมื่อดัชนีอ้างอิงปรับตัวลดลง ส่วนกองทุน 'KODEX 200 Futures Inverse 2X' มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนรายวันในทิศทางตรงข้ามกับดัชนีฟิวเจอร์สคอสปี้200(KOSPI200) เป็นสองเท่า
อย่างไรก็ตาม กองทุนประเภทนี้คำนวณผลตอบแทนเป็นรายวัน หากดัชนีอ้างอิงแกว่งขึ้นลงสลับกันในช่วงเวลาหนึ่ง ผลตอบแทนสะสมของกองทุนอาจไม่เท่ากับสองเท่าของทิศทางตรงข้ามกับผลตอบแทนสะสมของดัชนีอ้างอิงแบบตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ระบุไว้ในเอกสารอธิบายผลิตภัณฑ์ของซัมซุง แอสเซ็ท แมเนจเมนท์(Samsung Asset Management) เช่นกัน
กองทุนประเภทอินเวอร์สทวีคูณสองเท่าเช่นนี้ มีความผันผวนของกำไรขาดทุนสูงตามทิศทางดัชนีในระยะสั้น ดังนั้นจึงยังสรุปทิศทางในอนาคตของดัชนีคอสปี้จากยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนรายย่อยเพียงอย่างเดียวไม่ได้
ขณะเดียวกัน มุมมองของฝ่ายวิเคราะห์ในตลาดหลักทรัพย์ต่อกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ค่อนไปทางบวก คิม ดงวอน(Kim Dong-won) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์เคบี(KB Securities) ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 8 ว่า "ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำกำลังจะเข้าสู่ช่วงการเติบโตรอบใหม่ จากการแข่งขันด้านประสิทธิภาพโมเดลปัญญาประดิษฐ์(AI) ระหว่างสหรัฐฯ และจีน" คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองของฝ่ายวิจัยที่ประเมินว่าความต้องการชิปหน่วยความจำจะเพิ่มขึ้นตามการแข่งขันพัฒนา AI ของสองประเทศ
คิมวิเคราะห์ว่า ความต้องการชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง(HBM) รุ่นที่ 4, DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และโซลิดสเตตไดรฟ์(SSD) ระดับองค์กร อาจเพิ่มขึ้นในปีหน้า โดยมองว่าการแข่งขันพัฒนาโมเดล AI และการขยายศูนย์ข้อมูลเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความต้องการเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำ
คิมยังระบุด้วยว่า ชิปเร่งความเร็ว AI ของจีนมีประสิทธิภาพการประมวลผลต่ำกว่าหน่วยประมวลผลกราฟิก(GPU) ของสหรัฐฯ ทำให้การประมวลผลปริมาณงานเท่ากันอาจต้องใช้จำนวนชิปเร่งความเร็วและหน่วยความจำมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่การแข่งขันพัฒนา AI ระหว่างจีนและสหรัฐฯ อาจกระตุ้นความต้องการหน่วยความจำเพิ่มเติม
คิมเลือกซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์(Samsung Electronics) และเอสเค ไฮนิกซ์(SK Hynix) เป็นหุ้นที่ชื่นชอบที่สุดในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ความเห็นนี้เป็นการวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าการซื้อ ETF อินเวอร์สของนักลงทุนรายย่อยและมุมมองต่อกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน
ปรากฏการณ์ที่นักลงทุนรายย่อยซื้อ ETF อินเวอร์สในจังหวะตลาดขาขึ้นเคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานกรณีที่นักลงทุนรายย่อยขายหุ้นจริงและซื้อ ETF อินเวอร์สในจังหวะที่ดัชนีคอสปี้ฟื้นตัวมาแล้ว
การซื้อ ETF อินเวอร์สอาจตีความได้ว่านักลงทุนบางส่วนกำลังเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่ตลาดจะปรับฐานเพิ่มเติม ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จะทำให้แนวโน้มขาขึ้นดำเนินต่อไปได้ ทำให้มุมมองต่อทิศทางตลาดยังคงแตกต่างกัน
ปริมาณการซื้อขายในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าดัชนีที่ปรับขึ้นและการซื้อขายเพื่อรับมือกับความเสี่ยงขาลงของนักลงทุนรายย่อยสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ ส่วนกระแสซื้อสุทธิของ ETF อินเวอร์สและแนวโน้มขาขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จะดำเนินต่อไปในวันซื้อขายถัดไปหรือไม่นั้น ยังต้องติดตามทั้งกระแสเงินทุนและความเคลื่อนไหวของดัชนีอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0