ราคาบิตคอยน์(BTC) พุ่งขึ้นกว่า 500,000 วอนแบบฉับพลัน หลังข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งเตรียมแถลงนโยบาย ‘ภาษีตอบโต้’ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่เริ่มกลับมามีกระแส ‘เข้าซื้อ’ ในฝั่งคริปโต
เมื่อวันที่ 2 (เวลาท้องถิ่น) ดัชนีภาคการผลิตของสถาบัน ISM สหรัฐรายงานตัวเลขต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนความเสี่ยงการชะลอตัวของเศรษฐกิจอเมริกา แม้จะเป็นสัญญาณเชิงลบสำหรับสินทรัพย์โดยรวม แต่ตลาดคริปโตก็กลับตอบสนองในทางตรงกันข้าม โดยนักลงทุนหลายรายเลือกที่จะรอดูท่าทีจากนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ แทนที่จะรีบเทขายออกจากตลาด
การวิเคราะห์ล่าสุดเผยว่า ความเคลื่อนไหวของบิตคอยน์ในช่วงนี้มีความเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นสหรัฐอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกับดัชนี S&P500 และ NASDAQ100 ซึ่งมีค่าสหสัมพันธ์สูงถึง +0.82 และ +0.83 ตามลำดับ ขณะเดียวกัน บิตคอยน์ยังแสดงพฤติกรรมตรงข้ามกับราคาทองคำที่พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงภาพของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ตลาดอัลท์คอยน์กลับไม่ได้รับแรงหนุนตามไปด้วย โดยปริมาณสัญญาคงค้าง (Open Interest) ลดลงในหลายสินทรัพย์ แสดงถึงการไหลออกของเงินทุนและแรงซื้อที่ชะลอตัวลงส์ในหลายโทเคน แสดงถึงความน่าสนใจที่ยังคงกระจุกตัวอยู่ที่บิตคอยน์เป็นหลัก
ทั้งนี้ ความสนใจของนักลงทุนยังพุ่งเป้าไปที่กำหนดการแถลงนโยบายภาษีใหม่ของทรัมป์ในวันที่ 3 เมษายน โดยมองว่าเนื้อหานโยบายดังกล่าวจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางราคาในระยะใกล้ นอกจากนี้ ตลาดยังรอข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ ได้แก่ ดัชนีภาคบริการ ISM และตัวเลขการจ้างงาน ที่อาจกระตุ้นความผันผวนเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์
ความคิดเห็นจากบางนักวิเคราะห์ระบุว่า มีแนวโน้มที่รัฐบาลสหรัฐอาจปรับโครงสร้างหนี้ผ่านกลยุทธ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต ภายใต้แผน ‘BitBoard’ และเปิดทางให้มีการถือครองบิตคอยน์ในคลังสำรองเป็นทางการ ซึ่งหากเป็นจริง อาจหนุนราคาบิตคอยน์อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม แม้ข่าวเชิงบวกจะมีน้ำหนักมากขึ้น แต่ปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่อาจปะทุขึ้นอีกครั้ง รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศ ยังเป็นตัวแปรที่ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าสู่ตลาดคำดิจิทัลในเวลานี้
ความคิดเห็น 0