เงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ประเภท ‘โคเวอร์ดคอล’ (Covered Call) ที่จดทะเบียนในเกาหลีใต้พุ่งแตะ 1.4754 ล้านล้านวอนในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ขณะที่กองทุน ETF ‘ปันผลสูง’ (High Dividend) ก็มีเงินไหลเข้าเพิ่มอีก 8.204 แสนล้านวอน สะท้อนว่านักลงทุนกำลังโยกเงินไปหาสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอมากขึ้น
ย้อนไปตั้งแต่ปี 2000 จนถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ ผลตอบแทนเฉลี่ยรายเดือนของดัชนีคอสปี้ (KOSPI) ในเดือนกันยายนอยู่ที่ -0.68% ต่ำที่สุดในรอบ 12 เดือน นักวิเคราะห์มองว่าความผันผวนที่เพิ่มขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในอิหร่าน เป็นสาเหตุที่ทำให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดที่มั่นคงกว่า
เมื่อวันที่ 8 (เวลาท้องถิ่น) ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange) รายงานว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยรายเดือนของดัชนีคอสปี้ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ -0.32% ส่วนเดือนตุลาคมอยู่ที่ -0.34% ขณะที่เดือนกันยายนถูกมองว่าเป็นช่วงที่นักลงทุน ‘รอดูสถานการณ์’ ก่อนเทศกาลชูซอก (Chuseok) ซึ่งเป็นวันหยุดยาวประจำปีของเกาหลีใต้ และยังมีความไม่แน่นอนก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ด้วย
ดัชนีความผันผวนคอสปี้200 (VKOSPI) อยู่ที่ 42.42 จุด ณ วันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) สูงกว่าระดับเมื่อหนึ่งปีก่อนถึงสองเท่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดที่ยืดเยื้อ นักวิเคราะห์ระบุว่าสินค้าที่ยังเปิดโอกาสให้ทำกำไรจากส่วนต่างราคาบางส่วนไปพร้อมกับการสร้างกระแสเงินสดจึงได้รับความสนใจมากขึ้น
ข้อมูลจากคอสคอม (Koscom) ผ่านระบบ ETF Check ระบุว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุน ETF โคเวอร์ดคอลที่จดทะเบียนในเกาหลีใต้ทั้งหมด 62 กองทุนอยู่ที่ 26.3158 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นจากต้นปีกว่า 11 ล้านล้านวอน โดยในช่วง 3 เดือนล่าสุดมีเงินไหลเข้ารวม 5.11 ล้านล้านวอน และในช่วงหนึ่งเดือนล่าสุดมีเงินไหลเข้า 1.4754 ล้านล้านวอน
กองทุน ‘KODEX 200 โคเวอร์ดคอลแอคทีฟ’ ของซัมซุงแอสเซทแมเนจเมนท์ (Samsung Asset Management) มีเงินไหลเข้า 3.315 แสนล้านวอนในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา กองทุนนี้ถือหุ้นตามองค์ประกอบของดัชนีคอสปี้200 พร้อมขาย ‘ออปชันซื้อ’ (Call Option) แบบนอกราคา (OTM) ที่ระดับ 5%
กลไกของ ETF โคเวอร์ดคอลคือถือครองสินทรัพย์อ้างอิงไว้ พร้อมขายออปชันซื้อเพื่อรับพรีเมียม เมื่อดัชนีปรับขึ้น กองทุนจะยอมสละผลตอบแทนส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้น แลกกับการนำรายได้จากการขายออปชันไปใช้เป็นแหล่งเงินจ่ายผลตอบแทน (distribution) ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน
เจิน คยุน (Jeon Gyun) นักวิเคราะห์จากซัมซุงซีเคียวริตี้ส์ (Samsung Securities) กล่าวว่า “กลยุทธ์โคเวอร์ดคอลสามารถใช้ได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงตลาดที่แกว่งตัวออกด้านข้างหลังการปรับฐานรุนแรงแบบนี้” พร้อมระบุว่า “ความต้องการลงทุนใน ETF โคเวอร์ดคอลที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนและการปรับฐานของราคาหุ้นบางส่วน น่าจะยังคงมีต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง” คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อกลยุทธ์นี้ในภาวะตลาดปัจจุบัน แต่กองทุน ETF โคเวอร์ดคอลไม่ได้การันตีเงินต้นในช่วงตลาดร่วงรุนแรง และเมื่อดัชนีปรับขึ้นแรง กองทุนก็จะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เต็มตามการปรับขึ้นนั้น
ในช่วงที่ผ่านมาเงินทุนยังคงไหลเข้ากองทุน ETF โคเวอร์ดคอลอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่านักลงทุนที่มองไม่เห็นทิศทางตลาดชัดเจนยังคงต้องการทั้งพรีเมียมจากออปชันและเงินจ่ายผลตอบแทนไปพร้อมกัน
กองทุน ETF ‘ปันผลสูง’ ที่จดทะเบียนในเกาหลีใต้ทั้งหมด 69 กองทุน มีเงินไหลเข้ารวม 8.204 แสนล้านวอนในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดยกองทุน ‘TIGER US Dividend Dow Jones’ ของมิเรแอสเซทโกลบอลอินเวสเมนต์ส (Mirae Asset Global Investments) มีเงินไหลเข้าสูงสุดที่ 2.244 แสนล้านวอน พร้อมอัตราปันผลรายปีที่ระบุไว้ 2.85%
กองทุน ‘PLUS High Dividend’ ของฮันวาแอสเซทแมเนจเมนท์ (Hanwha Asset Management) มีเงินไหลเข้า 3.1 หมื่นล้านวอน นักวิเคราะห์มองว่าหลังจากซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) และเอสเคไฮนิกซ์ (SK hynix) ประกาศนโยบายเสริมการคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ความต้องการลงทุนก่อนเข้าสู่ฤดูกาลจ่ายปันผลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อี จองฮวาน (Lee Jeong-hwan) กรรมการบริหารฝ่ายกลยุทธ์การจัดการกองทุน ETF ของมิเรแอสเซทโกลบอลอินเวสเมนต์ส กล่าวว่า “หลังจากร่างแก้ไขกฎหมายพาณิชย์ฉบับที่ 3 และนโยบายอื่นๆ ที่มุ่งเสริมการจ่ายปันผลและการคืนผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น ความต้องการที่จะเข้าถือหุ้นปันผลล่วงหน้าก่อนฤดูกาลจ่ายปันผลปลายปีก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย” คำวิเคราะห์นี้ชี้ว่าปัจจัยเชิงนโยบายในประเทศมีส่วนหนุนกระแสเงินไหลเข้าไม่น้อยไปกว่าปัจจัยตลาด
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลงทุนโดยดูจาก ‘อัตราการจ่ายเงินคืน’ (distribution rate) ที่สูงเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงของกองทุน เนื่องจากอัตรานี้คำนวณจากเงินปันผลที่จ่ายในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาเทียบกับราคาปัจจุบัน ซึ่งอาจสูงขึ้นได้ทั้งจากกรณีที่เงินปันผลเพิ่มขึ้นจริง หรือจากกรณีที่ราคาหน่วยลงทุนของ ETF ปรับตัวลดลง
นักลงทุนจึงควรพิจารณาลักษณะของสินทรัพย์อ้างอิง วิธีบริหารออปชัน และความเคลื่อนไหวของราคาอ้างอิงประกอบกันด้วย เพราะทั้งกองทุน ETF โคเวอร์ดคอลและ ETF ปันผลสูง ล้วนมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนเงินต้นได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและราคาสินทรัพย์ที่กองทุนถือครองอยู่
ความคิดเห็น 0