ริปเปิล(Ripple) ทำการล็อกเหรียญริปเปิล(XRP) จำนวน 700 ล้านเหรียญกลับเข้าสู่บัญชีเอสโครว์อีกครั้ง ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การจัดการอุปทาน ส่งผลให้ราคาของริปเปิล(XRP) ร่วงลง 1.87% มาอยู่ที่ 2.09 ดอลลาร์ หรือราว 3,050 วอน
เมื่อวันที่ 2 จากข้อมูลของ Whale Alert ผู้ให้บริการข้อมูลออนเชน พบว่า ริปเปิลไม่ได้ดำเนินการปล่อย XRP เดือนละ 1 พันล้านเหรียญตามโปรแกรมเอสโครว์อัตโนมัติที่ทำมาเป็นประจำ แต่เลือกโอนเหรียญทั้งหมดไปยังกระเป๋าภายนอกก่อนที่จะนำกลับมาล็อกไว้บางส่วน โดยจำนวนที่ถูกล็อกกลับเข้าสู่บัญชีเอสโครว์มีทั้งสิ้น 700 ล้านเหรียญ ขณะที่อีก 300 ล้านเหรียญถูกแยกเก็บไว้ในกระเป๋าอื่น คาดว่าเพื่อใช้เป็นทุนดำเนินงานหรือจุดประสงค์เชิงกลยุทธ์
ในวันเดียวกัน ริปเปิลยังดำเนินธุรกรรมขนาดใหญ่อีกหลายรายการ โดยมี XRP จำนวนประมาณ 300 ล้านเหรียญ (ราว 4.38 หมื่นล้านวอน) ย้ายไปยังกระเป๋าชื่อ “rBg…91m” ขณะเดียวกันมีการโอน 200 ล้านเหรียญ (ราว 2.92 หมื่นล้านวอน) และอีก 170 ล้านเหรียญ (ราว 2.48 หมื่นล้านวอน) ไปยังกระเป๋า “rKD…2op” และอีก 330 ล้านเหรียญ (ราว 4.83 หมื่นล้านวอน) ถูกโอนไปยังกระเป๋า “rDd…eCK” โดยส่วนสำคัญคือ 700 ล้าน XRP ในธุรกรรมเหล่านี้ที่ถูกล็อกกลับเข้าบัญชีเอสโครว์
ความเคลื่อนไหวนี้กำลังได้รับการจับตามองว่าเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในระบบเอสโครว์แบบอัตโนมัติของบริษัท หลังจากมีข้อสังเกตว่าริปเปิลอาจกำลังปรับกลยุทธ์ก่อนเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีความสำคัญทางธุรกิจ
นอกจากนี้ แบรด การ์ลิงเฮาส์(Brad Garlinghouse) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของริปเปิล ยังเคยให้สัมภาษณ์ล่าสุดโดยบอกเป็นนัยว่า บริษัทอาจลดปริมาณการขาย XRP ลงในอนาคต ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ‘คำ’ ว่าอาจช่วยลดแรงกดดันด้านการขายซึ่งเป็นปัจจัยที่ถ่วงราคาของริปเปิล(XRP) มาอย่างต่อเนื่อง
ในปัจจุบัน ริปเปิลถือครอง XRP มากกว่า 40% จากอุปทานทั้งหมด โดยเมื่อเดือนก่อน บริษัทตัดสินใจถอนคำอุทธรณ์ในคดีความกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ(SEC) เพื่อแลกกับการยกเลิกคำสั่งห้ามขาย XRP โดยตรงให้กับลูกค้าสถาบัน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าอาจเป็นการปูทางสำหรับการกลับมาขายให้กับลูกค้ารายใหญ่ในอนาคต หลังสถานะทางกฎหมายเริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
‘ความคิดเห็น’ การตัดสินใจของริปเปิลในครั้งนี้จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว หรือจุดเริ่มต้นของโครงสร้างใหม่ ซึ่งจะผลักดันให้ตลาดจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป
ความคิดเห็น 0