สหรัฐฯประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชุดใหม่ ครอบคลุมภาคธุรกิจดิจิทัลแอสเซ็ตหรือคริปโตเคอร์เรนซี เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการเดินเรือ พร้อมขยายความเสี่ยงของการคว่ำบาตรทางอ้อมต่อบริษัทในประเทศที่สามที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน มีรายงานว่ามาตรการที่เข้มงวดขึ้นนี้อาจทำให้การเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเป็นไปได้ยากขึ้น และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดโลกด้วย
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ(U.S. Department of the Treasury) เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่าได้กำหนดให้ 5 ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ได้แก่ ดิจิทัลแอสเซ็ต เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการเดินเรือ เป็นกลุ่มเป้าหมายที่อาจถูกคว่ำบาตร พร้อมขยายความเสี่ยงของมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม (secondary sanctions) ต่อบริษัทในประเทศที่สามที่ทำธุรกรรมกับอิหร่าน ในวันเดียวกัน กระทรวงการคลังยังขึ้นบัญชีคว่ำบาตรหน่วยงาน บุคคล และเรือ รวมประมาณ 60 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเทคโนโลยีนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน กิจกรรมทางไซเบอร์ และเครือข่ายรายได้จากน้ำมัน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯระบุว่า รัฐบาลอิหร่านใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นเครื่องมือหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ด้าน CryptoBriefing รายงานว่ามาตรการครั้งนี้อาจลดทอนธุรกรรมที่ใช้หลบเลี่ยงการคว่ำบาตรลง ขณะเดียวกันก็อาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาทางการทูตและเสถียรภาพของตลาดโลกด้วย ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่ามาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้นนี้ส่งผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีเปลี่ยนแปลงหรือไม่
ความคิดเห็น 0