สัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของสหรัฐฯ จะเพิ่มจาก 18.9% ในปี 2025 เป็น 23.4% ในปี 2060 แต่เพราะประเทศอื่นมี 'อัตราการแก่ตัว' ของประชากรที่เร็วกว่า อันดับความสูงวัยของสหรัฐฯ จึงมีแนวโน้มร่วงจากอันดับ 48 ลงไปอยู่ที่อันดับ 110 ในช่วงเวลาเดียวกัน
สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) เปิดเผยในรายงาน 'An Aging World: 2025' ว่าในปี 2025 สหรัฐฯ อยู่อันดับที่ 48 จากทั้งหมด 227 ประเทศและเขตพื้นที่ที่มีการจัดอันดับความสูงวัยของประชากร และคาดว่าภายในปี 2060 จะมีประเทศที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงกว่าสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
อันดับที่ลดลงของสหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่าประชากรของประเทศจะ 'อ่อนวัยลง' แต่หมายถึงสัดส่วนผู้สูงอายุในสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพียงแต่ประเทศอื่นๆ มีอัตราการเพิ่มที่เร็วกว่านั่นเอง
ในภาพรวมระดับโลก โครงสร้างประชากรก็กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ข้อมูลระบุว่าในช่วงปี 2020-2025 สัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของโลกได้แซงหน้าสัดส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุของโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า จาก 10.5% ในปี 2025 เป็น 19.6% ในปี 2060 สะท้อนว่าการเข้าสู่สังคมสูงวัยไม่ใช่ปรากฏการณ์เฉพาะบางประเทศอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเทรนด์ระดับโลก
ปัจจัยเบื้องหลังการแก่ตัวของประชากรมาจากสองส่วนหลัก คือ 'อัตราการเกิด' ที่ลดต่ำลงทำให้จำนวนคนหนุ่มสาวลดลง และ 'อายุขัยเฉลี่ย' ที่ยืนยาวขึ้นจากอัตราการเสียชีวิตที่ลดลง ผลจากการพัฒนาด้านการแพทย์และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ประชากรโลกมีจำนวนทะลุ 8,000 ล้านคนไปแล้วตั้งแต่ปี 2023 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกกว่า 2,000 ล้านคนภายในปี 2060 โดยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่เพิ่มขึ้นนี้คาดว่าจะมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป
เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการแก่ตัวของประชากรเร็วที่สุดในโลก โดยคาดว่าสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของเกาหลีใต้จะพุ่งแตะ 41% ภายในปี 2060 ซึ่งจะทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในโลก
ในปี 2025 ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่สูงวัยที่สุดในโลก ด้วยสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปอยู่ที่ 29.7% แต่คาดว่าญี่ปุ่นจะเสียตำแหน่งนี้ให้กับเกาหลีใต้ภายในปี 2060
เมื่อแบ่งตามภูมิภาค ยุโรปยังคงครองตำแหน่งภูมิภาคที่มีสัดส่วนประชากรสูงวัยมากที่สุดในโลก โดยสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของยุโรปจะเพิ่มจาก 21.0% ในปี 2025 เป็น 30.8% ในปี 2060
แต่หากพิจารณาในแง่ 'จำนวนตัวเลขจริง' ของประชากรสูงอายุ แอฟริกากลับเป็นภูมิภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงโดดเด่นที่สุด โดยคาดว่าจำนวนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของแอฟริกาจะเพิ่มเป็น 249 ล้านคนในปี 2060 แซงหน้ายุโรปที่มีอยู่ 214 ล้านคน
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของประชากรอายุ 85 ปีขึ้นไป โดยสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าใน 160 ประเทศทั่วโลก จำนวนประชากรกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าในช่วงระหว่างปี 2025 ถึง 2060
สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุในรายงาน 'An Aging World: 2025' ว่าได้กล่าวถึงประเด็นความท้าทายเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่เกี่ยวข้องกับสังคมสูงวัย ทั้งเรื่องการจ้างงาน การเกษียณอายุ ระบบดูแลผู้สูงอายุ และปัญหาความยากจนในกลุ่มผู้สูงวัยด้วย
แม้อันดับความสูงวัยของสหรัฐฯ จะลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการแก่ตัวของประชากรในประเทศจะหยุดลง ทั้งสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต่างต้องเผชิญโจทย์เดียวกัน คือการปรับระบบบำนาญและระบบดูแลผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเกิด อายุขัยเฉลี่ย และตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนไป
ความคิดเห็น 0