กองทุนการเติบโตภาคประชาชนรอบที่ 2 ของเกาหลีใต้ มูลค่ารวม 600,000 ล้านวอน จะเปิดขายให้ประชาชนทั่วไปเป็นเวลา 10 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึง 15 ตุลาคมนี้ โดยในสัปดาห์แรกของการขาย จะจัดสรรวงเงินครึ่งหนึ่งหรือ 300,000 ล้านวอน ไว้เฉพาะสำหรับกลุ่ม ‘ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง’ เท่านั้น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission หรือ FSC) เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 กันยายนนี้ว่า จะเริ่มขายกองทุนการเติบโตภาคประชาชนรอบที่ 2 ให้กับประชาชนทั่วไปตามลำดับก่อนหลัง และหากมีผู้จองซื้อจนครบวงเงินก่อนกำหนด การขายอาจปิดเร็วกว่าแผนที่วางไว้
ผู้สนใจสามารถสมัครซื้อหน่วยลงทุนได้ผ่านธนาคาร 10 แห่ง อาทิ ธนาคารกุกมิน (KB Kookmin Bank) ธนาคารไอบีเค (IBK Industrial Bank of Korea) ธนาคารนงฮยอบ (NongHyup Bank) และธนาคารชินฮัน (Shinhan Bank) รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์อีก 14 แห่ง เช่น เคบีซีเคียวริตี้ส์ (KB Securities) เอ็นเอชอินเวสต์เมนต์แอนด์ซีเคียวริตี้ส์ (NH Investment & Securities) และมิเรเอเซทซีเคียวริตี้ส์ (Mirae Asset Securities) ขณะที่วูรีอินเวสต์เมนต์ซีเคียวริตี้ส์ (Woori Investment Securities) และคีวุมซีเคียวริตี้ส์ (Kiwoom Securities) จะเปิดขายเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น
ในสัปดาห์แรกของการขาย วงเงิน 300,000 ล้านวอนจะถูกแบ่งไว้เฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางแยกต่างหาก โดยช่วงนี้สัดส่วนการขายผ่านช่องทางออนไลน์จะถูกจำกัดไว้ที่ 40% สำหรับธนาคาร และ 60% สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ หากวงเงินส่วนนี้ยังเหลืออยู่ ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 15 ตุลาคม จะเปิดขายให้ทุกกลุ่มโดยไม่แบ่งแยก และยกเลิกข้อจำกัดสัดส่วนการขายออนไลน์ด้วย
เกณฑ์ ‘ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง’ หมายถึงผู้มีรายได้จากการทำงานไม่เกิน 50 ล้านวอนต่อปี หรือกรณีมีรายได้รวมประเภทอื่นนอกเหนือจากเงินเดือน ต้องมีรายได้รวมทั้งหมดไม่เกิน 38 ล้านวอนต่อปี ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับบัญชีออมทรัพย์เพื่อการลงทุนส่วนบุคคลประเภทผู้มีรายได้น้อย (ISA) ทั้งนี้ FSC ระบุว่าในกองทุนรอบแรก สัดส่วนยอดขายให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยอยู่ที่ราว 35% ของยอดขายทั้งหมด สูงกว่าสัดส่วนที่จัดสรรไว้เฉพาะคือ 20% และในจำนวนผู้ซื้อที่เป็นคนรุ่นใหม่ ประมาณ 61% เข้าเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยด้วย จึงนำข้อมูลนี้มาเป็นเหตุผลออกแบบเงื่อนไขรอบที่ 2
สำหรับบริษัทจัดการกองทุนย่อยที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมด 10 แห่ง แบ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ ดีเอสแอสเซทแมเนจเมนท์ (DS Asset Management) และโครีอาอินเวสต์เมนต์แวลูแอสเซทแมเนจเมนท์ (Korea Investment Value Asset Management) บริษัทขนาดกลาง 4 แห่ง ได้แก่ เบรนแอสเซทแมเนจเมนท์ (Brain Asset Management) เคบีแอสเซทแมเนจเมนท์ (KB Asset Management) ควอดแอสเซทแมเนจเมนท์ (Quad Asset Management) และทรัสโทนแอสเซทแมเนจเมนท์ (Truston Asset Management) และบริษัทขนาดเล็ก 4 แห่ง ได้แก่ ดีบีแอสเซทแมเนจเมนท์ (DB Asset Management) เอ็นเอชเฮดจ์แอสเซทแมเนจเมนท์ (NH Hedge Asset Management) โทรัสแอสเซทแมเนจเมนท์ (Torus Asset Management) และฮานาแอสเซทแมเนจเมนท์ (Hana Asset Management) ก่อนหน้านี้มีการคัดเลือกบริษัทจัดการกองทุนย่อยของกองทุนรอบที่ 2 ไว้แล้วรวม 10 แห่งเช่นกัน
เงินที่ประชาชนนำมาลงทุนรวม 600,000 ล้านวอน เมื่อรวมกับเงินสนับสนุนจากภาครัฐในลักษณะเงินทุนชั้นรองอีก 120,000 ล้านวอน จะรวมเป็นวงเงินลงทุนทั้งหมด 720,000 ล้านวอน กระจายไปยังกองทุนย่อยทั้ง 10 กองทุน โดยกองทุนย่อยขนาดใหญ่ 2 กองทุนจะได้รับการจัดสรรกองทุนละ 120,000 ล้านวอน กองทุนขนาดกลาง 4 กองทุนจะได้รับกองทุนละ 80,000 ล้านวอน และกองทุนขนาดเล็ก 4 กองทุนจะได้รับกองทุนละ 40,000 ล้านวอน
เป้าหมายการลงทุนของกองทุนนี้ครอบคลุมบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ 12 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ขั้นสูงของเกาหลีใต้ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่รุ่นที่สอง วัคซีน จอแสดงผล ไฮโดรเจน ยานยนต์แห่งอนาคต ไบโอเทค ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หุ่นยนต์ คอนเทนต์ และแร่ธาตุสำคัญ ทั้งนี้ กองทุนย่อยแต่ละแห่งต้องนำเงินอย่างน้อย 60% ของวงเงินที่ระดมได้ไปลงทุนในกลุ่มเป้าหมายหลักดังกล่าว และต้องจัดสรรเงินทุนใหม่อย่างน้อย 30% ให้กับบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์และบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดคอสแดค (KOSDAQ) ผ่านเกณฑ์พิเศษด้านเทคโนโลยี ขณะที่การลงทุนในตลาดคอสพี (KOSPI) จะถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 10%
ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี ผู้ลงทุนจะได้รับการหักลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุด 18 ล้านวอนตามวงเงินลงทุน และเสียภาษีเงินได้จากเงินปันผลแบบแยกคำนวณในอัตรา 9.9% โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิ์นี้ต้องมีอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป หรือมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปและมีรายได้จากการทำงาน และต้องเปิดบัญชีเฉพาะสำหรับกองทุนการเติบโตภาคประชาชนเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ที่เคยเข้าข่ายเสียภาษีเงินได้รวมจากรายได้ทางการเงินแม้เพียงครั้งเดียวในช่วงปี 2023-2025 จะไม่สามารถเปิดบัญชีนี้ได้
กองทุนนี้มีอายุ 5 ปี และเป็นกองทุนปิดที่ไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนก่อนกำหนดได้ แต่หลังจากจัดตั้งกองทุนแล้วนำไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหน่วยลงทุนจะสามารถโอนขายหน่วยลงทุนได้ แม้ว่าปริมาณการซื้อขายและราคาจะผันผวนตามสภาวะตลาดในขณะนั้นก็ตาม ทั้งนี้ หากมีการโอนขายหน่วยลงทุนภายใน 3 ปีหลังลงทุน ผู้ลงทุนอาจถูกเรียกคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับ
ผู้ที่เคยสมัครซื้อกองทุนรอบแรกไปแล้ว จะไม่สามารถสมัครซื้อกองทุนรอบที่ 2 ได้อีก ยกเว้นกรณีที่เปิดบัญชีไว้สำหรับกองทุนรอบแรกแต่ยังไม่ได้ลงทุนจริง ก็ยังมีสิทธิ์สมัครซื้อกองทุนรอบที่ 2 ได้
กองทุนการเติบโตภาคประชาชนรอบแรกปิดการระดมทุนไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ด้วยยอดรวม 600,000 ล้านวอนตามเป้าหมาย และมีผู้สมัครซื้อรวม 30,258 ราย โดย FSC ตั้งเป้าว่าเมื่อรวมกองทุนทั้งสองรอบเข้าด้วยกัน จะระดมเงินจากประชาชนได้ทั้งสิ้น 1.2 ล้านล้านวอน บวกกับเงินสนับสนุนชั้นรองจากภาครัฐอีก 240,000 ล้านวอน
อินเวสต์โชซุน (Investchosun) สื่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ รายงานว่า ผลตอบแทนสะสมของกองทุนรอบแรกจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ -2.04% โดยกองทุนย่อยบางแห่งขาดทุนสะสมสูงถึงราว 7% ขณะที่กองทุนรอบที่ 2 มีกำหนดเปิดขายตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้เป็นต้นไป
ความคิดเห็น 0