สแตรทิจี(Strategy, MSTR) วางขายรองเท้าผ้าใบธีมบิตคอยน์(BTC) ในราคาคู่ละ 250 ดอลลาร์ แต่กลับไม่มีช่องทางให้จ่ายเงินด้วยบิตคอยน์แต่อย่างใด
ในสโตร์ออนไลน์อย่างเป็นทางการของสแตรทิจี มีสินค้าชื่อ ‘Strategy Nike Air Jordans’ ซึ่งเป็นรองเท้าทรงมิดท็อปที่ได้แรงบันดาลใจจากแอร์ จอร์แดน 1(Air Jordan 1) รุ่นออริจินัล ตอนนี้สินค้าขึ้นสถานะ ‘Sold out’ แล้ว และคำอธิบายสินค้าอย่างเป็นทางการก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นการร่วมมือกับไนกี้(Nike) แต่อย่างใด
ในสโตร์เดียวกันยังมี ‘Nike Dunks’ วางขายในราคา 250 ดอลลาร์เท่ากัน สินค้าทั้งสองรุ่นใช้แบรนด์บิตคอยน์ของสแตรทิจีเป็นจุดขาย แต่ในขั้นตอนชำระเงินกลับมีให้เลือกแค่บัตรเครดิต, Apple Pay และ Google Pay เท่านั้น
สื่อ Bitcoin.com News รายงานว่าสโตร์ดังกล่าวไม่มีตัวเลือกให้จ่ายด้วยบิตคอยน์ ขณะที่บนแพลตฟอร์ม X ก็มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่ารองเท้าธีมบิตคอยน์กลับซื้อด้วยบิตคอยน์ไม่ได้ พร้อมวิจารณ์ว่าบริษัทที่ชูบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองหลักกลับเลือกใช้ระบบชำระเงินแบบเดิมกับธุรกรรมของผู้บริโภค
สแตรทิจียังไม่ได้เปิดเผยเหตุผลที่ไม่เปิดช่องทางชำระเงินด้วยบิตคอยน์ ประเด็นที่ถูกพูดถึงจึงไม่ใช่ตัวการขายรองเท้าเอง แต่เป็นช่องว่างระหว่างข้อความทางแบรนด์ที่เน้นบิตคอยน์กับวิธีการชำระเงินจริงที่บริษัทเลือกใช้
ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เรื่องรองเท้า การบริหารเงินทุนของสแตรทิจีก็ถูกจับตาไปพร้อมกัน โดยในเอกสาร Form 8-K ที่ยื่นเมื่อวันที่ 8 กันยายน(ตามเวลาท้องถิ่น) บริษัทระบุว่าได้ซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ STRC มูลค่า 176 ล้านดอลลาร์ พร้อมขยายวงเงินโครงการซื้อคืนตราสารหนี้ดิจิทัล(digital credit securities) เป็น 2,000 ล้านดอลลาร์
STRC คือหุ้นบุริมสิทธิที่สแตรทิจีออกจำหน่าย ส่วน Form 8-K เป็นเอกสารที่บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ต้องยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญหรือมีการเปลี่ยนแปลงด้านการเงิน
ข้อมูลอย่างเป็นทางการของสแตรทิจีระบุว่า ณ วันที่ 7 กันยายน บริษัทถือครองบิตคอยน์รวม 845,050 BTC อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะที่เชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการขายรองเท้า การซื้อคืน STRC และการซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติม
กรณีนี้สะท้อนว่าการใช้บิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ของบริษัทและอัตลักษณ์แบรนด์ ไม่ได้แปลว่าจะนำไปสู่การใช้บิตคอยน์ชำระเงินจริงในระดับผู้บริโภคโดยอัตโนมัติ การขายสินค้าครั้งนี้ใช้ภาพลักษณ์บิตคอยน์เป็นจุดขาย แต่กระบวนการชำระเงินยังคงอยู่ในระบบเงินตราที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย(fiat)
ส่วนสแตรทิจีจะเปิดให้ชำระเงินด้วยบิตคอยน์ในอนาคตหรือจะจำกัดการขายสินค้าครั้งนี้ไว้แค่การทำการตลาดแบรนด์ ยังเป็นประเด็นที่ต้องรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากบริษัท
ความคิดเห็น 0